Thursday, December 18, 2014

ค่าสมัคร Partner Visa จะมีการปรับเพิ่ม

ทางอิมมิเกรชั่นจะมีการปรับเพิ่มค่าสมัคร Partner วีซ่าเพิ่มอีก 50% นะครับ

การปรับเพิ่มจะมีขึ้นเริ่มจากวันที่ 1 January 2015 ดังนั้นถ้าใครอยาก safe money ก็ต้องสมัครภายในเดือนนี้นะครับ

ราคาที่ปรับเพิ่มมีดังต่อไปนี้:

  • Partner Visa ที่ยื่นมาจากข้างนอกประเทศออสเตรเลีย จากเดิม $3085 เพิ่มเป็น $4627.50
  • วีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าจะมาแต่งงาน จากเดิม $3085 เพิ่มเป็น $4627.50 เช่นเดียวกัน
  • Partner Visa ที่ยื่นที่นี่ จากเดิม $4575 เพิ่มเป็น $6865.50

หากใครต้องการยื่นสมัคร Partner Visa แบบเร่งด่วนภายในเดือนนี้ติดต่อเราได้นะครับ ที่ 0412-470969

Sunday, December 14, 2014

Maintain training benchmark for visa subclass 457 ทุกปี

Visa subclass 457 มีเอาไว้เพื่อให้นายจ้างจ้างพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติเพื่อที่จะเอาพนักงานต่างชาติมาทำงานในตำแหน่งที่นายจ้างหาพนักงานที่เป็นคนออสซี่ (PR หรือ Citizen) ไม่ได้แล้ว นั่นคือจุดประสงค์หลักของรัฐบาลที่ออสเตรเลีย

Visa subclass 457 ไม่ได้มีไว้เพื่อให้นายจ้างหาคนงานที่เป็นชาวต่างชาติเพื่อที่จะเอามาทดแทนคนที่เป็นออสซี่ แต่ก็อย่างว่าแหละคนไทยเราเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรกัน กฏมีเอาให้ซิกแซกแล้วแต่ใครจะสร้างสรรหรือ creative ขนาดใหน ขอแค่อย่าทำอะไรผิดกฏหมายเป็นพอนะครับ สร้างสรรได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย

ในเมื่อ visa subclass 457 ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อให้นายจ้างหาคนงานที่เป็นชาวต่างชาติเพื่อที่จะเอามาทดแทนคนที่เป็นชาวออสซี่ ทางนายจ้างเองก็ต้องมีการฝึกฝนคนงานที่เป็นออสซี่ด้วย ไม่งั้นคนออสซี่ก็จะไม่มี skill ไม่มีฝีมือ ไม่มีความสามารถในการทำงาน คนออสซี่ก็จะหางานไม่ได้สักที ดังนั้นนายจ้างต้องโชว์ว่านายจ้างได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานที่เป็นชาวออสซี่ ที่เรียกว่า training benchmark 

นายจ้างที่จ้างพนักงานต่างชาติโดยใช้ visa subclass 457 ต้องโชว์ commitment ว่าเค๊ามีการฝึกงานให้กับพนักงานที่เป็นออสซี่ทุกปี ดังนั้นนายจ้างต้อง meet training benchmark ทุกๆปี ไม่งั้นทางอิมมิเกรชั่นสามารถยกเลิก business nomination ของ subclass 457 ได้

ที่ผ่านมานายจ้างได้มีการเมินเฉยต่อการ maintain training benchmark กันมาก ดังนั้นทางอิมมิเกรชั่นจึงได้มีการเข้มงวดกันมากขึ้น ดังนั้นแนะนำให้นายจ้างและลูกจ้างที่ถือวีซ่า subclass 457 ให้เอาใจใส่กันด้วยนะครับเกี่ยวกับเรื่องนี้

นายจ้างหรือลูกจ้างท่านใด ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้องทำยังไงมั่ง ติดต่อ J Migration Team ได้ที่ 0412-470969 เราช่วยท่านได้ ง่ายๆ ไม่ยาก

Sunday, November 9, 2014

จะเปิดร้านอาหาร จะสปอนเซอร์ตัวเองหรือคนในครอบครัวจะทำยังไง

จะเปิดร้านอาหารแล้วทำเรื่องสปอนเซอร์ตัวเองหรือคนในครอบครัวนัั้น ทำได้ไม่ยาก:

  • เปิดร้านอาหารในรูปแบบบริษัท กฏหมายของ NSW และ SA ถือว่าบริษัทเป็น different entity จากเจ้าของบริษัท ดังนั้นเราสามารถเอาบริษัทมาสปอนเซอร์เรา เป็น working visa 457 ได้ หลังจากทำงานให้ร้านตัวเองได้ 2 ปี เราก็เอาร้านที่เป็นบริษัทเนี๊ยะ สปอนเซอร์เราเป็น PR ได้ happy ending ทำได้ไม่ยาก
  • ถ้าร้านใหญ่หน่อย เปิดทั้ง lunch และ dinner ร้านก็สามารถสปอนเซอร์ได้ประมาณ 4 ตำแหน่งคือ
    • chef ทำงานกลางวัน ช่วงเปิด lunch
    • chef ทำงานกลางคืน ช่วงเปิด dinner
    • restaurant manager ทำงานกลางวัน ช่วงเปิด lunch
    • restaurant manager ทำงานกลางวัน ช่วงเปิด lunch
  • ทั้ง 4 ตำแหน่งนี้ คนสมัครก็สามารถเอาสามี ภรรยา หรือลูกลงไปได้ด้วย ถ้าได้วีซ่า ก็ได้ทั้งครอบครัว
อีกอย่างที่สามารถทำได้ก็คือ ครอบครัว 4 ครอบครัวเอาเงินมาลงทุนเปิดร้านอาหารกัน เสร็จแล้วก็เอาร้านอาหารที่เป็นบริษัทสปอนเซอร์ทั้ง 4 ตำแหน่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือ happy 4 families

Monday, September 22, 2014

ปัญหาของ 457 และ ENS นายจ้างสปอนเซอร์

ช่วงนี้พี่จอห์นได้ติดตามอ่านข่าวและวารสารข่าวคราวทางด้านอิมมิเกรชั่นมากขึ้น ปกติแล้วเราก็ไม่ค่อยได้อ่านอะไรมากมาย เพราะเราก็ทำงาน ทำ case immigration ของเราไปตามปกติ เราก็ทำและก็ใส่ใจในทุก case ที่เราทำ ทุก case ที่ผ่านมาก็ผ่านตลอด 100% ทุก case

ส่วนข่าวคราวที่เราได้ไปอ่านและก็ข้อมูลต่างๆจาก MRT เราก็เป็นข้อมูลให้เราได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นมั่งกับ case อะไรต่างๆ อื่นๆ

เช้านี้เราก็ได้อ่าน case ของ MRT หลายๆ case ที่เกี่ยวข้องกับการ nominate position ของพวกร้านอาหารหรือ cafe ต่างๆ ก็ได้อะไรที่พอเป็นข้อคิดดังต่อไปนี้

  • ถ้าจะทำ nomination position อะไรเข้าไป ก็แนะนำให้เตรียมเอกสารให้แน่นๆไปเลยว่าธุรกิจเรามีความจำเป็นคนหรือพนักงานในตำแหน่งนี้จริงๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปอุทรณ์ที่ MRT เวลาเรื่องโดน refused. เพราะเวลาไปอุทรณ์ที่ MRT เราก็ต้องมาเขียน case เขียนข้อมูลเข้าไปเพิ่มเติม เสียเวลาเฉยๆ ถ้าเราเตรียมไว้ตั้งแต่แรก ตอนยื่นเรื่องกับอิมมิเกรชั่น เรื่องก็น่าจะผ่าน จะได้ไม่ต้องไปทำเรื่องอุทรณ์กับ MRT เสียตังค์เพิ่ม เสียเวลา เสียความรู้สึกด้วย
  • ถ้าเรามีร้านอาหาร แล้วต้องการ nominate ตำแหน่ง customer service manager, เราก็ต้องมีเหตุผลพอเพียงว่าธุรกิจร้านอาหารเราใหญ่โตขนาดถึงจำเป็นต้องมี customer service manager หรือเปล่า ถ้าเราสามารถโชว์ได้ว่าเรามีความจำเป็นที่ต้องมี customer service manager จริงๆ เรื่องเราก็ผ่านได้
  • หรือถ้าเรามี cafe แล้วต้องการ nominate cook เราก็ต้องสามารถอธิบายได้ว่าธุรกิจเราต้องการ cook ไม่ใช่ fast food or take away cook เพราะ cook กับ fast food or take away cook ไม่เหมือนกัน cook เป็นอาชีพที่เราสามารถ nominate ขอวีซ่า 457 (วีซ่าทำงาน 4 ปัโดยมีนายจ้างสปอนเซรอ์) และ ENS (วีซ่าถาวรเป็น PR โดยมีนายจ้างสปอนเซอร์) ได้ แต่ fast food or take away cook ไม่ใช่อาชีพที่สามารถทำวีซ่า 457 หรือ ENS ได้ ดังนั้นถ้าเราเปิด cafe เราก็ต้องสามารถโชว์ว่า cafe เราทำ menu ที่ complex ที่ซับซ้อน และ cafe เราไม่ใช่ cafe ราคาถูกๆข้างถนน อะไรประมาณเนี๊ยะ
ทั้งนี้และทั้งนั้น ไม่ว่าอ่านผู้อ่านทั้งหลายจะทำวีซ่าเอง หรือให้ทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ทำให้ ก็อยากจะให้ spend more time ในการเขียน case และโชว์ evidence ว่าธุรกิจเรามีความจำเป็นที่ต้องจ้างพนักงานในตำแหน่งนั้นจริงๆ ตำเรื่องให้ดีๆไปตั้งแต่แรกดีที่สุด จะได้ไม่เสียเวลา เสียความรู้สึกมายื่นอุทรณ์เรื่องทีหลัง