Sunday, June 14, 2015

Recognition of Prior Learning หรือ RPL



หลายคนที่ต้องการทำวีซ่าทำงาน subclass 457 หรือขอ PR แบบที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ENS subclass 186 หรือ RSMS subclass 187 อาจจะมีประสบการณ์การทำงานที่เพรียบพร้อมแต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ วุฒิการศึกษาอาจจะเรียนมาไม่ตรงสาขาตามที่ทางอิมมิเกรชั่นกำหนดไว้

ยังไม่ต้องหมดหวังนะครับ ถึงแม้ว่าเราเรียนมาอาจจะไม่ตรงกับสาขาตามที่อิมมิเกรชั่นกำหนด (จริงๆแล้วไม่ใช่กระทรวงอิมมิเกรชั่นกำหนดนะ จะเป็นหน่วยงานที่กำหนด ANZSCO, เดี๋ยวคนก็คงถามอีกว่า ANZSCO คืออะไร, เดี๋ยวเอาไว้เขียนเรื่อง anzsco ทีหลังก็แล้วกันนะครับ) แต่เราก็สามารถนำเอาประสบการณ์ทำงานของเราไปเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาต่างๆได้

คำว่า นายจ้างสปอนเซอร์ ในที่นี้ รวมไปถึง self-sponshorship พวกที่เปิดธุรกิจหรือบริษัทที่สปอนเซอร์ตัวเองด้วยนะครับ

Recognition of Prior Learning หรือ RPL คือการเอาประสบการณ์การทำงาน มาเทียบเท่ากับหน่วยกิต หรือวิชาที่เราเรียนที่ TAFE หรือ College ดังนั้นถ้าเราทำงานเป็น chef หรือทำงานร้านนวด เราก็สามารถเอาประสบการณ์การทำงานของเราไปเทียบเท่า Cert III, Cert IV หรือ Diploma ได้ 

การทำ RPL ก็ต้องทำกับ TAFE หรือ college นะครับ หลักการก็มีอยู่ว่า:

  • ก็ต้องมีประวัติการทำงาน (ต้องมีการลง tax มีการเสียภาษีที่ถูกต้อง) 
  • ถ่าย video clip เพื่อสาธิตว่าเรามีความสามารถในการทำงานได้จริงๆ 
  • logbook ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาว่าเราทำอะไมั่ง 


RPL เป็นใปประกาศที่สามารถใช้ได้ทั่วประเทศออสเตรเลียในการหางานหรือทำอิมมิเกรชั่น ขอวีซ่าอะไรต่างๆได้ครับ ดังนั้นเราสามารถใช้ RPL ในการสมัครทำวีซ่าทำงาน subclass 457 หรือขอ PR แบบที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ENS subclass 186 หรือ RSMS subclass 187 ได้นะครับ


ยกตัวอย่าง RPL บางตัวนะครับ แต่ก็บอกได้เลยว่า จริงๆแล้ว RPL สามารถทำได้แทบทุกสาขาอาชีพ


Diploma of Remedial Massage
Diploma of Commercial Cookery
Certificate IV in Massage Therapy Practice
Certificate IV in Commercial Cookery
Certificate III in Solid Plastering
Certificate III in HairDressing

ดังนั้นหากใครเรียนมาไม่ตรงกับสาขาอาชีพงาน ยังไม่ต้องสิ้นหวังนะครับ ลองทำ RPL ดู เพราะ RPL สามารถทำได้ภายในระยะเวลา 5-7 weeks ซึ่งก็ถือว่าเร็วกว่าการที่เราจะต้องไปลงทะเบียนเรียนมาก ก็อยากให้ทุกคนลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายดูนะครับ ว่าอันใหนจะคุ้มมากกว่ากัน

Saturday, May 30, 2015

De Facto ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน


ปุจฉา: หนู falling in love กับแฟน อยากทำวีซ่าขอ PR เป็นคนที่นี่ แต่ไม่อยากจดทะเบียนแต่งงาน ยังไม่อยากมีอะไรมาผูกมัด จะทำยังไงดี เพราะถ้าจะทำ Partner Visa แบบ De facto เราก็อยู่กันไม่ถึง 12 เดือนเลย 

วิสัจฉนา: อ๋อ ไม่เป็นจ๊ะ สามารถทำเรื่องได้ ไม่ต้องจดทะเบียนแต่งงาน เพราะตอนนี้จดแค่ register of relationship ก็ได้ แต่ว่าแต่ละรัฐมีความแตกต่างกันนิดหนึ่งทางด้านกฏหมาย register of relationship คือแบบว่า จดทะเบียนเป็นแฟนกัน สามารถทำได้ทั้งคู่รักเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ ทำได้หมด อยู่มาวันหนึ่ง ถ้าเข้ากันไม่ได้ ก็แค่ pack your bag and go ไม่ต้องไปหย่าให้วุ่นวาย

Friday, May 29, 2015

ค่าสมัครวีซ่าที่กำลังจะเพิ่มขึ้น

เป็นไปตามที่ควาดหวังกันไว้ก็คือ วันที่ 1 July ที่จะถึงทางอิมมิเกรชั่นจะมีการเพิ่มค่าสมัครวีซ่า ประมาณ 2.3%-5% แล้วแต่ประเภทหรือ subclass ของวีซ่า

ถ้าหากใครจะรีบสมัครวีซ่าก็แนะนำให้รีบสมัครนะครับ เพราะช่วงใกล้ๆวันที่ 1 July ทางอิมมิเกรชั่นเองจะมีการปิดระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมการสำหรับการเพิ่มขึ้นค่าสมัครในครั้งนี้  

หากจะมีการเตรียมอะไรก็แนะนำให้รีบๆกันนะครับ เพราะบางทีเอกสารบางอย่าง หรือเรื่องบางเรื่องก็ใช้เวลาในการเตรียม บางทีเป็นอาทิตย์ บางทีเป็นเดือนก็มี (ใบเกิดหาย ใบเปลี่ยนชื่อหาย หาไม่เจอ)

Thursday, January 1, 2015

นักเรียนแต่งงานเพื่อทำวีซ่าติดตาม ไม่แนะนำนะครับ

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ น้องๆหลายคนเข้ามาปรึกษาเรื่องวีซ่า จะมีอะไรมากันแปลกๆเยอะจริงๆ

ช่วงนี้ in trends กันเหลือเกินที่แบบว่า เพื่อนนักเรียนด้วยกันจ้างเพื่อนแต่งงานเพื่อทำวีซ่าติดตาม แล้วให้เพื่อนอีกคนไปเรียน ตัวเองก็แอบทำงานกันไป บางคนก็แบบว่า ออกค่าเทอมให้ คือง่ายๆคือจ้างเพื่อนให้ไปเรียน แล้วตัวเองก็ได้ทำงานเต็มเวลา ค่าแรงก็ได้เยอะ จ่ายค่าเทอมแล้วเหลือคุ้ม บางคนก็แบ่งๆ shareๆ หารค่าเทอมกันก็มี

เออ คนเราน๊อ ก็ creative thinking กันจริงๆ

แต่เค๊าจะคิดกันมั๊ยนะว่า พอต่างคนต่างมีทางที่ดีที่จะไป แล้วมันต้องมาทำเรื่องหย่า วุ่นวายมากเลย กว่าจะทำเรื่องแยกกันอยู่ แล้วมาทำเรื่องหย่าอีก ปวดหัววุ่นวายมาก

ก็อยากจะแนะนำนะครับ จะคิดจะทำอะไรอย่าคิดอะไรกันง่ายๆ ทำอะไรก็ให้มันถูกต้อง ชีวิตจะได้ไม่มีปัญหาวุ่นวายตามมา โดยเฉพาะบางคนที่มาเจอคู่รักจริงๆแล้วกว่าทำเรื่องแต่งงานกันได้ ก็ต้องมานั่งรอให้เราหย่ากับเพื่อนเราก่อนอะไรประมาณเนี๊ยะ มันเป็นความยุ่งยากที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก