Tuesday, March 15, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Australian Child Visa จะเอาลูกมาอยู่ที่นี่ ต้องทำอะไร ยังไงบ้าง


Child Visa ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นวีซ่าสำหรับเด็ก Child Visa เป็นวีซ่าสำหรับพ่อแม่ที่เป็น PR, Citizen หรือ ชาวนิวซีแลนด์ ที่ต้องการทำเรื่องเอาลูกตัวเองที่ถูกต้องตามกฏหมาย มาอยู่ที่ออสเตรเลียแบบถาวร หรือ PR

คำว่า "ลูกที่ถูกต้องตามกฏหมาย" รวมไปถึง:

  • ลูกแท้ๆที่เกิดจากเรา ที่เกิดจากสายเลือด
  • ลูกบุญธรรม ที่ทำเรื่องถูกต้องตามกฏหมายแล้ว มีจดหมายจากเจ้าหน้าที่รับรองว่าลูกคนนั้น เป็นลูกบุญธรรมจริง
  • ลูกบุญธรรมจะมี special requirement นะครับคือ:
    • คนที่เป็นพ่อ/แม่บุญธรรม ต้องทำเรื่องก่อนที่เราจะเป็น PR หรือ citizen
    • ต้องเป็นลูกบุญธรรมก่อนอายุ 18 ปี
หลายคนคิดว่า Child Visa นี้มีไว้สำหรับทำเรื่องเอาลูกที่อายุต่ำกว่า 18 มาอยู่ที่ออสเตรเลีย จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ Child Visa นี้มีไว้สำหรับทำเรื่องเอาลูกที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพื่อที่จะมาอยู่ที่ออสเตรเลียนะครับ เพียงแต่ว่าคุณสมบัติของลูกที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะแตกต่างจากคุณสมบัติของลูกที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ก็เท่านั้นเอง

คุณสมบัติของลูกที่อายุต่ำกว่า 18:
  • เป็นลูกที่ถูกต้องตามกฏหมาย
  • ยังเป็นโสด ไม่มี partner, อาจจะมีลูกติดเพราะความผิดพลาดในชีวิต นั่น นี่ โน่น ได้ แต่ต้องเป็นโสด
  • ผู้ปกครองอนุญาติให้เดินทางออกนอกประเทศได้

คุณสมบัติของลูกที่อายุระหว่าง 18 - ต่ำกว่า 25:
เนื่องด้วยลูกที่อายุ 18 ปีขึ้นไปถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว คุณสมบัติของผู้สมัครก็จะแตกต่างไปจากลูกที่อายุต่ำกว่า 18 ปี คุณสมบัติของลูกที่อายุระหว่าง 18 - ต่ำกว่า 25 ปี ที่สามารถทำเรื่องขอเป็นคนที่นี่ แบบ Child Visa ได้ มีดังต่อไปนีั้

  • เป็นลูกที่ถูกต้องตามกฏหมาย
  • ยังเป็นโสด ไม่มี partner, อาจจะมีลูกติดเพราะความผิดพลาดในชีวิต นั่น นี่ โน่น ได้ แต่ต้องเป็นโสด
  • เนื่องด้วยลูกที่อายุเกิน 18 ปี นั้นถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว ลูกต้องมีเหตุผลว่าทำเป็นยังเป็น dependent ของพ่อแม่อยู่ ทำไมยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่ เหตุผลที่เราใช้กันส่วนมากก็คือลูกยังเป็นนักเรียน เรียนต่อ fulltime ก็เลยยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่ หรืออีกลักษณะหนึ่งก็คือลูกอาจจะมีร่างกายหรือจิตใจที่ไม่สมบูรณ์ ยังต้องการการดูแลและการเอาใจใส่จากพ่อแม่
ถ้าหากคุณสมบัติของลูกครบ พ่อแม่ที่เป็น PR, Citizen หรือชาวนิวซีแลนด์ ก็สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ลูก ทำเรื่องให้ลูก ขอเป็นคนที่นี่ เป็น PR ได้นะครับ

Saturday, March 12, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย วีซ่าทำงาน subclass 457 จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด


1 ในวีซ่ายอดฮิตของคนไทยที่ต้องการมาอยู่ที่ออสเตรเลียอย่างถาวรก็คือการขอวีซ่าทำงาน subclass 457 เพราะหลังจากถือวีซ่า subclass 457 ได้ 2 ปีแล้ว เราก็สามารถทำเรื่องขอ PR (ENS subclass 186 หรือ RSMS subclass 187) เป็นคนที่นี่ได้

การที่เราถือวีซ่า subclass 457 เป็นเวลา 2 ปีกับนายจ้างคนปัจจุบัน ก็เพราะว่าเป็น stream อะไรที่ง่ายกว่าการขอเป็น PR เลยโดยตรง 

จริงๆแล้วถ้าเราไม่อยากที่จะถือวีซ่าทำงาน subclass 457 เป็นระยะเวลา 2 ปี เราก็สามารถทำได้โดยการขอเป็น PR เลยโดยใช้ Direct Entry Stream ของ ENS subclass 186 นั่นก็คือ คนสมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

แต่เนื่องด้วย หลายๆคนไม่สามารถทำ PR แบบ Direct Entry ได้ อาจจะเป็นเพราะเหตุผลทางด้านภาษาอังกฤษ หรือเหตุผลทางด้านประสบการณ์ทำงานก็เป็นได้ หลายๆคนจึงเลือกที่จะทำวีซ่าทำงาน subclass 457 ก่อน 2 ปี แล้วค่อยสมัคร PR แบบ Transitional Stream ซึ่งก็จะเป็นอะไรที่ง่ายกว่า เพราะว่า requirement ทางด้านภาษาอังกฤษจะเป็นอะไรที่ง่ายกว่าคือ:
  • มีผลภาษาอังกฤษ IELTS (general) ค่าเฉลี่ยแค่ 5.0 และทุก part ต้องอย่างต่ำ 4.5 ถ้าไม่ต้องการสอบ IELTS ก็สามารถสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่นๆได้ ก็ทำวีซ่า subclass 457 ได้แล้ว และหลังจากนั้น 2 ปี ก็ทำ PR แบบ Transitional Stream โดย มีผลภาษาอังกฤษ IELTS (general) ทุก part ต้องอย่างต่ำ 5.0 ซึ่งก็จะง่ายกว่า Direct Entry
สำหรับคนที่ทำวีซ่าทำงาน subclass 457 แบบ self-sponsorship มันก็ไม่มีปํญหาอะไร เพราะเราก็เป็นเจ้าของกิจการ แล้วเราก็ทำเรื่องสปอนเซอร์ตัวเอง ยังไงเสียมันก็ไม่มีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว

แต่ปัญหาที่เราได้เห็นได้เจอก็คือ ปัญหาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งบางทีดูๆแล้วมันก็เป็นปัญหาโลกแตก เพราะว่า:
  • ลูกจ้างในระหว่างที่ต้องทำงานให้กับนายจ้างให้ครบ 2 ปี ในระหว่างนี้นายจ้างมีสิทธิ์เปลี่ยนใจที่จะเลิกจ้าง หรือไม่ทำเรื่องสปอนเซอร์ได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ลูกจ้างทำงานกับนายจ้างมาแล้ว 1 ปี 11 เดือน กับ 29 วัน แล้วนายจ้างเปลี่ยนใจเลิกจ้าง และเลือกที่จะไม่ทำเรื่องสปอนเซอร์ต่อ ทุกอย่างก็จบ ดังนั้นในช่วง 2 ปีแรก ลูกจ้างก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด
  • ในขณะเดียวกัน ถ้านายจ้างได้ทำเรื่องสปอนเซอร์ลูกจ้าง ทำ PR (ENS subclass 186 หรือ RSMS subclass 187) แล้ว เนื่องด้วย PR ที่ได้มา ไม่ติด condition อะไร (NILL) ดังนั้นลูกจ้างถ้าหากได้ PR แล้วและเลือกที่จะโบกมือลา เขาก็สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางอิมมิเกรชั่นเองก็พยายามที่จะอุดรอยรั่วตรงจุดนี้ ด้วยการใส่ requirement เข้าไปตอนที่ลูกจ้างสมัคร PR ว่าเขาต้องทำงานกับนายจ้างอย่างต่ำ 2 ปี แต่จะมีสักกี่คนกันเชียวที่อ่าน requirement พวกนั้นจริงๆนอกจากทนายความหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์ เพราะส่วนใหญ่แล้ว ถ้าลูกจ้างเลือกที่จะโบกมืออำลา นายจ้างเองบางทีก็ไม่รู้ requirement และ obligation อะไรต่างๆ น้อยนักที่นายจ้างจะโทรไปแจ้งอิมมิเกรชั่น หรือต่อให้โทรไปแจ้งอิมมิเกรชั่นก็น้อยนักที่อิมมิเกรชั่นจะทำอะไร เพราะลูกจ้างได้ PR แล้ว case มันโดนปิดไปแล้ว และ PR ที่ได้มาก็ไม่ติด condition อะไร ไม่เหมือนวีซ่าทำงาน subclass 457 ที่มี condition ติดมาด้วยว่าลูกจ้างต้องทำงานกับนายจ้างนั้นๆ หรือนายจ้างกับลูกจ้างก็อาจจะเป็นคนที่รู้จักกัน เป็นญาติกัน บางทีมันก็อยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้า คลายไม่ออก เหมือนกัน

จะด้วยปัญหาอะไรก็ตามแต่ เราก็แนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง นั่งจับเข่าคุยกัน คุยกันด้วยเหตุผล หาทางออกที่ดีที่สุด ให้เป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายก็แล้วกันนะครับ

ให้ win-win ด้วยกันทั้งคู่...




Wednesday, March 9, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย ว่าด้วยเรื่องของวีซ่า subclass 457


วันนี้ดีใจกับน้อง P, น้อง B และลูกชายตัวเล็ก น้อง B-Junior ด้วยนะครับได้วีซ่าทำงาน subclass 457 ผ่านกันทั้งครอบครัวแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ น้อง P ติดต่อเข้ามาเพื่อที่จะทำวีซ่า subclass 457 

ทีแรกเราก็ plan กันเอาไว้แล้วว่าจะยื่นเดือนโน้นเดือนนี้ แต่อยู่มาได้ไม่นาน น้องก็โทรมาบอกว่า เนื่องด้วยน้อง B คุณสามีถือวีซ่า subclass 573 ที่ต้องเรียนมหาลัย แต่คุณน้องดันไปเรียนพวก college ซึ่งเป็น subclass 572 และอิมมิเกรชั่นส่งจดหมายมา intention of cancellation คือแบบว่าจะ cancel วีซ่า ให้อธิบายว่าทำไมน้องถึงไปเรียนผิด subclass อะไรประมาณนี้

เกิดเรื่องแล้วหละสิ เพราะคิดว่าน้องคงต้องโดน cancel วีซ่าแน่ๆเพราะน้องทำผิดจริง คือเรียนผิด subclass ผิด condition แต่พี่ J ก็ไม่ได้ไปวุ่นวายตรงจุดนั้น ก็ปล่อยให้เอเจนท์นักเรียนเขาเขียนจดหมายแก้ต่างอะไรของเขาไป แต่เราก็ต้องรีบทำเรื่องและสมัครวีซ่า subclass 457 ให้น้องเขา จำได้ว่า น้องติดต่อมาวันพฤหัส เราก็ต้อง drop everything ที่กำลังทำอยู่เลย เพราะกลัวว่าวีซ่าน้องจะโดน cancel คือเอาเป็นว่า ต้องรีบ submit เรื่องเข้าไปก่อน อย่างน้อยให้ได้ Bridging Visa A มาก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน เอกสารค่อยทยอย upload เข้าไปทีหลัง

ช่วงนั้นเราก็เลยทำงานกันสายฟ้าแลบ LINE กันไปLINE กันเอา เอาเอกสาร เอาข้อมูล โทรด้วย email ด้วย เสร็จยื่นทั้ง 3 stages ภายใน 2 วัน เพราะเราไม่ชอบทำงานแบบพวก "เอิงเอย"

ถามว่ายื่นวีซ่า subclass 457 ภายใน 1-2 วันทำได้มั๊ย ทำได้นะ แต่จะไม่ขอทำอีก เพราะเป็นอะไรที่ stressful มาก แต่ที่ทำก็เพราะต้องการช่วยน้องก็แค่นั้นเอง และเราก็ทำกันช่วง weekend ด้วย

และแล้ววีซ่านักเรียนของน้องก็โดน cancel ไปตามความคาดหมาย แต่นั่นมันคือปัญหาของเอเจนท์นักเรียนที่ชอบเอานักเรียนมาเรียนผิด subclass กัน เราเคย blog เตือนกันไปแล้วหลายรอบ เอาเป็นว่า วันนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องการพูดก็แล้วกัน

หลังจากที่วีซ่าน้องโดน cancel เราก็จัดการทำเรื่อง Bridging Visa E ให้ครอบครัวน้องเขา เพื่อที่จะอยู่รอวีซ่าที่นี่ได้

ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ครับครัวน้องได้วีซ่า subclass 457 แล้ว

oh...BTW, น้องเขาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยจ๊ะ สรุปคือทำพวก self-sponsorship

ใครบอกว่า self-sponsorship ทำไม่ได้เหรอ
ไม่จริงนะ ทำได้ แต่เอกสารจะเยอะมากขึ้นตอนทำ stage 2 Nomination

ถ้าเป็นคนชอบเขียน เป็นคนชอบอธิบาย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของการเขียนและอธิบายการทำ self-sponship ว่า position หนะ geunine ยังไง มีความจำเป็นยังไง ซึ่งเราก็ได้เขียน blog เอาไว้แล้วก่อนหน้านี้

ก็เอาเป็นว่า นี่ก็เป็นอีก another success story ก็แล้วกัน

ก็ให้เป็นอุทาหรณ์ว่า

  • อย่าเรียนอะไรผิด subclass
  • มีอะไร ให้เตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่น เพราะคิดว่ามีน้อยนักที่ทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์จะรับ case emergency แบบนี้ อาจจะรับได้ แต่ต้องโดนฟันแพงๆๆ

Sunday, March 6, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Partner Visa ของออสเตรเลีย ตอนที่ 5; คู่รักเพศเดียวกัน


เพื่อให้เข้าบรรยากาศ Sydney Gay and Lesbian Mardi Gras Parade ทุกเสาร์แรกของ March วันนี้เราขอเขียน blog เกี่ยว Partner Visa ของออสเตรเลีย แบบคู่รักเพศเดียวกันนะครับ

ที่ประเทศออสเตรเลียยังไม่มีกฏหมายรองรับการแต่งงานแบบเพศเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่คู่รักแบบเพศเดียวกันจะทำเรื่องสปอนเซอร์หรือขอวีซ่าให้กับคู่รักของเขา

ความรักไม่มีพรหมแดน
ความรักไม่มีศาสนา
ความรักไม่มีการแบ่งเพศ

คู่รักแบบเพศเดียวกันสามรถทำเรื่องสมัคร Partner Visa เพื่อที่จะเป็นคนที่นี่ได้ 

การสมัคร Partner Visa ของคู่รักเพศเดียวกัน สามารถทำได้ 2 แบบคือ

อยู่กันแบบ de facto:
หากคู่รักคู่ใหน ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันถึง 12 เดือนแล้ว ก็สามารถทำเรื่อง ขอสมัคร Partner Visa ได้ คำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขในที่นี้คือ การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเลย ไม่ใช่เป็นแค่ boyfriend (ชาย-ชาย) หรือ girlfriend (หญิง-หญิง) ที่แบบว่าไปมาหาสู่ หรือแค่จีบกันไปจีบกันมาเฉยๆ 

การใช้ชีวิตคู่ คือแบบว่าได้ตกล่องปล่องชิ้นกันแล้ว

การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน เราก็ต้องมีหลักฐานมาโชว์ด้วย ว่าเราอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือนจริงๆ ไม่ใช่แค่อ้างเป็นแค่ลมปากเปล่าๆว่า เราอยู่ด้วยกันมา 12 เดือนแล้ว ดังนั้น เราก็ควรจะมีบิลหรือเอกสารต่างๆมาที่อยู่เดียวกัน อย่างนี้เป็นต้น หรือมีการเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน 

จด register of relationship:
การจด register of relationship ของแต่ละรัฐและเขตการปกครองพิเศษ จะไม่เหมือนกัน แต่เอาเป็นว่า ไม่ว่าเราจะจด register of relationship ที่รัฐหรือเขตการปกครองพิเศษที่ใหนก็ตาม เราสามารถใช้ใบเสร็จที่ได้จากการจด register of relationship มาทำเรื่องขอ PR แบบ Partner Visa ได้เลย

ข้อดีของการจด register of relationship คือ:
  • พอเราจด register of relationship แล้ว เราสามารถเอาใบเสร็จที่เราจ่ายตังค์มารีบสมัครและทำเรื่องได้เลย เราไม่จำเป็นต้องรอให้ได้ certificate ส่งมาที่บ้าน
  • การจด register of relationship ไม่ได้กำหนดว่าต้องอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน ดังนั้นใครที่อยากจะจด register of relationship ก็สามารถเดินจูงมือกันไปจดได้เลย

เนื่องด้วยกฏหมายที่ออสเตรเลียยังไม่มีการรองรับการแต่งงานแบบเพศเดียวกัน ดังนั้นคู่รักแบบเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสมาจากประเทศอื่น จะไม่สามารถเอาใบทะเบียนสมรสมาประกอบการและใช้เป็นเอกสารในการสมัคร Partner Visa

ถ้าจะสมัคร Partner Visa ของออสเตรเลีย ก็จะต้องทำเป็นแบบ de facto ที่อยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน หรือแบบจด register of relationship เท่านั้น

นี่ก็เป็นข้อมูลของการทำ Partner Visa แบบคู่รักเพศเดียวกันที่ทุกคู่ควรจะรู้เอาไว้

เราก็ขออวยพรให้คู่รักทุกคู่ ได้ PR ได้วีซ่ากันอย่างที่หวังกันทุกคู่นะครับ...