Friday, April 7, 2017

Substantive Visa คืออะไร


Substantive visa คือวีซ่าทุกอย่างที่ไม่ใช่ Bridging Visas

ดังนั้นบางที เราก็ต้องตอบคำภาม หรือ tick คำตอบให้ถูกช่อง

เพราะถ้า tick ผิด หรือตอบผิด application เราก็จะถือว่าเป็น invalid application ได้นะครับ

ถ้าบางคนโดนหนักหน่อย เจอข้อหา PIC4020 จงใจให้ข้อมูลเท็จแก่เจ้าหน้าที่ โดนแบน 3 ปีอีก ซวย

เล็กๆ น้อยๆ อย่ามองข้าม

เพราะคำตอบทุกอย่าง เอกสารทุกอย่างที่เรา submit เข้าไปที่กระทรวงอิมมิเกรชั่น ถือเอาเป็น legal document หรือเอกสารทางด้านกฎหมาย

Tuesday, April 4, 2017

Student Visa วีซ่านักเรียนทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อ week จริงเหรอ


วีซ่านักเรียนที่ออสเตรเลียก็เหมือนกับหลายๆวีซ่า ที่มีการเปลี่ยนแปลง และ evolve อยู่เรื่อยๆ

หลายๆคนยังติดอยู่กับภาพลักษณ์เก่าๆว่าวีซ่านักเรียนนั้นสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/อาทิตย์ ในช่วงที่เรียน 

ไม่เกี่ยวกับช่วงปิดเทอมนะครับ เพราะช่วงปิดเทอมก็ทำได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว

และก็คนติดตามนักเรียนที่เรียน ป.โท research stream หรือ PhD ก็สามารถทำงานได้ ไม่จำกัดอยู่แล้ว

เดี๋ยวเรามาดูวิวัฒนการของ work right ของวีซ่านักเรียนกันนะครับ

ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว:
วีซ่านักเรียนจะไม่มี work right
ใครอยากจะทำงาน ต้องกรอกฟอร์มขออนุญาต ทำงาน
และต้องไปติด sticker ที่ passport ด้วย
และก็สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/อาทิตย์ 

ณ กาลครั้งหนึ่ง ยังไม่นานเท่าไหร่:
วีซ่านักเรียน จะมี work right automatically คือสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตทำงาน
อิมมิเกรชั่นเองคงขี้เกียจทำเรื่องหรือคอยตามจับนักเรียน ที่แอบทำงาน โดยที่ไม่มี work right แหละ

สรุป อิมมิเกรชั่น ก็เลยให้ work right กับทุกคนไปเลย มันจะได้จบๆ

และก็สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/อาทิตย์ 

ณ ปัจจุบัน:
เมื่อโลกเปลี่ยนไป
วีซ่านักเรียนก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย
มีการ evolve บ้างเล็กน้อย
มีการเปลี่ยน work right จาก 20 ชั่วโมง/อาทิตย์ เป็น 40 ชั่วโมง/2 อาทิย์

เพราะที่ออสเตรเลีย หลายๆหน่วยงานที่มีการทำงานเป็น roster เขาจะ roster กันทุก 2 อาทิตย์ ทางอิมมิเกรชั่นเองก็เลยมีการเปลี่ยน work right สำหรับวีซ่านักเรียนเป็น 40 ชั่วโมง/2 อาทิตย์

ดังนั้น ถ้าเผื่อสมมุติว่า week นี้ เราทำงาน 30 ชั่วโมง
แล้ว week หน้า เราทำงานอีก 10 ชั่วโมง
แบบนี้ก็ไม่ผิดกฎหมาย นะครับ เพราะสมัยนี้ เราคิดกันเป็นทุกๆ 2 อาทิตย์แล้ว

ดังนั้น ถ้าอาทิตย์ใหนเราทำงานเกิน 20 ชั่วโมง ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ
เราก็ไปลด shift การทำงานอีกอาทิตย์ต่อไปได้

แต่ช่วงปิดเทอม เราก็ทำได้ ไม่จำกัดตามปกติ

และก็คนติดตามนักเรียนที่เรียน ป.โท research stream หรือ PhD ก็สามารถทำงานได้ ไม่จำกัดอยู่แล้ว


Sunday, April 2, 2017

บริจาคตังค์ที่ออสเตรเลีย ขอ receipt นำมาลดหย่อนภาษีได้


วันอาทิตย์ เบาๆ เอาอะไรมาฝาก

เมื่อวานเราไปสถานที่ “xyz” แห่งหนึ่ง
แล้วก็นำเงินที่ได้จากการทำ Online Course; Overstay ทั้งหมด
บวกกับเงินตัวเองบ้างเล็กน้อย ไม่มากเท่าไหร่

เงินที่ได้มาทั้งหมดจะมาจากคนที่ลงทะเบียนเรียนมากกว่าเงินส่วนตัวของเรา


เรานำเงินส่วนนี้ ไปบริจาค ไป donate กับสถานที่ “xyz” แห่งนี้

ก็อยากจะบอกเป็นเกร็ดความรู้ กับการใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียนะครับ

ถ้าเผื่อเราบริจาค หรือ donate ตังค์ ให้กับสถานที่หรือองค์กรที่เป็นพวก non-profit organization

และถ้าเผื่อเราบริจาคตั้งแต่ $2 ขึ้นไป เราสามารถขอ receipt หรือใบเสร็จรับเงินได้

และเราก็สามารถใช้ receipt หรือใบเสร็จรับเงินตัวนี้มาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้

ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวแล้ว เราคิดว่าการที่เรานำเงินไปบริจาคให้กับองค์กร non-profit organization หรือองค์กร charity ต่างๆ มันดีกว่าที่เราจะเสียภาษีให้กับรัฐบาล

เพราะเราเสียภาษีให้กับรัฐบาล เรา control ไม่ได้ว่ารัฐบาลจะเอาเงินส่วนนั้นของเราไปทำอะไร ส่วนมากแล้วรัฐบาลก็จะเอาเงินภาษีของเราไปจ่ายให้กับพวก social welfare หรือ CentreLink

ซึ่งจะตรงกันข้ามกับการที่เราบริจาคโดยตรงให้กับ หน่วยงานหรือองค์กรพวก non-profit organization หรือองค์กร charity ต่างๆ คือแบบว่าเราต้องการจะบริจาคให้ใครเราก็บริจาคให้กับหน่วยงานนั้นโดยตรง


ต่อไปถ้าเผื่อใครจะบริจาคอะไรยังไง

ก็ควรจะขอใบเสร็จรับเงินนะครับ

เพราะว่าเราสามารถเอามาลดหย่อนภาษีได้

Saturday, April 1, 2017

วีซ่านักเรียน ทำยังไงถึงไม่ให้โดนหลอก


มีพี่ๆ น้องๆ คนไทยหลายคน ที่เมืองไทย โดนหลอกเสียตังค์เยอะแยะไปกับการรู้เท่าไม่ถึงการ ไปกับการขอวีซ่านักเรียน

หรือมีหลายๆ case ที่ไม่มีการขอวีซ่านักเรียน หรือว่าอะไรเลย

สรุป คือหลอกเอาเงินมา แล้วก็หายตัวไป

ก็แนะนำนะครับ ก่อนที่จะโอนเงินให้ใครในการขอวีซ่า สิ่งที่ควรจะทำหรือศึกษาก่อนคือ

  • บุคคลนั้น มีบริษัทหรือทะเบียนการค้าที่ถูกต้องหรือเปล่า สรุปตัวเขาหรือบริษัทต้องมี ABN ซึ่งเป็นหมายเลขทะเบียนการค้านะครับ
  • ถ้าเป็นบริษัทก็ต้องมี ACN ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับว่าธุรกิจที่ถูกต้องที่ประเทศออสเตรเลีย ต้องมีการโชว์หมายเลข ABN และ ACN แก่ผู้บริโภค
  • ลองเข้าไปดู website ของทางบริษัทหรือหน่วยงานว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ใหน สมัยนี้ ถ้าบริษัทหรือหน่วยงานไม่มี website ไม่มีข้อมูล online, ถ้าเป็นเรา เราก็คงไม่กล้าที่จะ deal อะไรด้วยนะครับ เพราะดูลึกลับยังไงชอบกล สมัยนี้บริษัทและหน่วยงาน ต้องมีการโปร่งใส (ในความคิดเรานะ)
แต่ที่แน่ๆก็คือ ถ้าเรามีญาติหรือเพื่อนอยู่ที่ออสเตรเลีย ก็ควรจะใช้บริษัทหรือเอเจนท์ที่เพื่อนเราหรือญาติใช้จะดีกว่านะครับ

อย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงลงไปบ้าง ดีกว่าจะไปใช้บริการของใครก็ไม่รู้ พวก no-name!!!

ไม่ใช่แบบว่า โอนเงินมาให้ใครก็ไม่รู้ หลายแสนบาทไทย แล้วเขาก็หายตัวไป

ถ้าเป็นบริษัทหรือหน่วยงานที่จดทะเบียนการค้าอย่างถูกต้อง เราก็สามารถเล่นงานเขาได้ง่าย

เราสามารถแจ้งเรื่องไปที่ Fair Trading (กระทรวงการพานิชย์) ได้

แต่ถ้าเป็นรายบุคคลที่นี่ เราทำอะไรเขายาก เพราะเขาสามารถหายเข้าไปในกลีบเมฆเลย

ยังไงก็ระวังกันด้วยนะครับ