Tuesday, September 18, 2018

วีซ่า subclass 482; TSS ต่างคน ต่างจิต ต่างใจ อีกเช่นเดียวกัน


ก็อาจจะมีบ้างเป็นทางที ที่ทางร้านหรือธุรกิจเอง มีพนักงานหลายคน และต้องการทำเรื่องสปอนเซอร์ ขอวีซ่า subclass 482 TSS; Temporary Skill Shortage Visa ให้กับพนักงาน

ก็อาจจะมีบ้างที่พนักงานแต่ละกันก็มีทนายความหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์ของเขา ที่เขาอยากจะใช้อยู่แล้ว

แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาเหมือนกันครับ

ร้านเดียวกัน
พนักงานคนแรก หนูหริ่ง อาจจะใช้ บริษัท "xzy" ในการทำเรื่องให้ก็ได้

พนักงานคนที่ 2 น้องตูดหมึก อาจจะจใช้ บริษัท "abc" ในการทำเรื่องให้ก็ได้

แบบนี้ก็ได้ เช่นเดียวกัน

ต่างคน ต่างจิต ต่างใจ
เราไม่จำเป็นต้องไปเข้าใจเขา
เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาเข้าใจเรา

เลือกเอาที่สบายใจ
เพราะทางอิมมิเกรชั่นเอง
เขาไม่ได้สนใจในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

blog นี้ มีประโยชน์ โปรดแชร์

วีซ่า subclass 482; TSS ต่างคน ต่างจิต ต่างใจ


วีซ่า subclass 482 หรือ TSS; Temporary Skill Shortage Visa
คือวีซ่าทำงานโดยที่มีนายจ้างสปอนเซอร์

ก็อาจจะมีบ้างที่บางทีนายจ้างกับพนักงาน ต่างคน ต่างมีทนายความหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์ที่เขาอยากจะใช้อยู่ด้วย

จะด้วยเหตุผลอะไร ยังไง ก็ตามแต่
อาจจะด้วยเหตุผลทางการค้า ที่นายจ้างไม่ต้องการให้เอกสารของตัวเอง ตกไปอยู่ในมือของอีกบริษัทที่เขาไม่คุ้นเคยก็ได้

เราไม่ว่ากัน
ต่างคน ต่างจิต ต่างใจ

ก็เอาเป็นว่า

นายจ้างสามารถใช้อีกบริษัทหนึงทำเรื่อง stage 1 และ stage 2 ของทางร้านได้ครับ

และลูกจ้างเองก็สามารถใช้อีกบริษัทหนึง ทำเรื่อง stage 3 ของตัวเองได้

ไม่มีปัญหาครับ
ก็คงจะเป็นเรื่องการติดต่อสื่อสาร ขอพวก reference number เอามา link กันก็แค่นั้นเอง

เอาที่ทุกคนสบายใจ

blog นี้ มีประโยชน์ โปรดแชร์

Saturday, September 15, 2018

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่วีซ่าขาดโดยที่ไม่รู้ตัว


ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราต้องการทำวีซ่าเอง เพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย
ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราให้เพื่อนของแฟนช่วยทำเรื่องให้ เพราะภาษาอังกฤษเราก็ไม่เก่ง ภาษาอังกฤษของแฟนก็ไม่เก่ง

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เพื่อนของแฟนก็แก่แล้ว อาจจะไม่ค่อยได้เช็คอีเมลล์เหมือนคนรุ่นใหม่

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราก็เปลี่ยนที่อยู่ เพื่อนของแฟนก็เปลี่ยนที่อยู่ แล้วทั้งเราและเพื่อนของแฟน คนที่ช่วยทำเรื่องให้เรา ไม่ได้แจ้งที่อยู่ใหม่ไปที่อิมมิเกรชั่น ไม่ได้มีการ update ข่าวสาร ข้อมูล

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราเองก็ยุ่ง มัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ และยุ่งอยู่กับลูก ๆ และก็ชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป ก็เลยไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องเอกสารของอิมมิเกรชั่น 

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เรามัวแต่ทำงาน จนลืมไปเลยว่า เรายังไม่ได้ PR วีซ่าเรายังไม่ผ่าน

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่อิมมิเกรชั่นติดต่อเรา ส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ เราก็ไม่ได้รับ เพราะเราเปลี่ยนที่อยู่ เพื่อนแฟนเราก็ไม่ได้รับ เพราะเขาเองก็อาจจะเปลี่ยนที่อยู่ และทั้งเราและเขาก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันแล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่อิมมิเกรชั่นก็ email มาหาเรา แต่มันเป็น email เก่ามากแล้ว เราไม่ได้ใช้ email ตัวนั้นแล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เรากลับไปค้นหาข้อมูลใน email เก่าของเรา แล้วปรากฎว่าทางอิมมิเกรชั่นได้ส่ง email มาหาเราเมื่อปีที่แล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่อิมมิเกรชั่นไม่อาจที่จะรอเอกสารจากเราได้เป็นปี ๆ 

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ก็ต้อง make decision เลย เท่าที่เอกสารมีอยู่ต่อหน้าเขา

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่ทางอิมมิเกรชั่น ไม่ให้วีซ่าเราผ่าน เราเอกสารเราไม่คบ เอกสารเราไม่พอ แล้วเราก็มีเวลาอุทธรณ์ภายใน 21 วัน

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราไม่รู้เรื่องว่าวีซ่าเราไม่ผ่าน

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เวลามันก็ล่วงเลย 21 วันไปแล้ว อุทธรณ์ไม่ได้แล้ว อุทธรณ์ไม่ทันแล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าวีซ่าเราไม่ผ่าน และมันก็เลยเวลาอุทธรณ์ไปแล้ว เราและทุกคนในครอบครัวกลายเป็นคนไม่มีวีซ่าไปแล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่เรากับทุกคนในครอบครัวไม่รู้เรื่องอะไรเลย ว่าเราวีซ่าขาดกันแล้ว จะมารู้ตัวอีกที่หนึ่งก็ตอนที่คนในครอบครัวเราจะเดินทางมาที่ประเทศออสเตรเลีย แล้วเจ้าหน้าที่ที่สนามบินบอกว่า เราไม่มีวีซ่าแล้ว

ก็อาจจะมีบ้างเป็นบางที... ที่บางทีทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว เราก็คงจะต้องเริ่มทำเรื่องใหม่ เราก็คงต้องบินกลับไปเมืองไทย ออกไปยื่นเรื่องที่เมืองไทย เพราะตอนนี้เราและครอบครับไม่มีวีซ่ากันแล้ว

แต่ก็ไม่แน่ เหตุการณ์ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันเป็นครู
มันสอนอะไรให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง

นี่มันก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ที่ให้เราได้กลับไปพักผ่อนอยู่ที่เมืองไทย
นี่มันก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ที่ให้เราได้กลับไปพักผ่อนสมอง ก็อาจจะเป็นได้

นี่ก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ที่ให้เรากับลูก ๆ ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยสักพัก ซึมซับความเป็นไทย ก็อาจจะเป็นได้

เหตุการณ์ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มีทั้งด้านดีและด้านลบ ลองมองหาด้านที่ดีของมันดูนะครับ ชีวิตเราจะได้ไม่ต้องเครียดมาก

ต่อไปในอนาคต หากต้องการคนช่วยทำเรื่องให้
เราขอแนะนำให้ใช้ทนายความหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์ที่มีหลายเลข MARN อย่างถูกต้องตามกฎหมายนะครับ

ที่ผ่านมาแล้ว ให้มันแล้วไป
ชีวิตเรา เราเริ่มต้นกันใหม่ได้

เมื่อวาน มันเป็นเรื่องของอดีต เราแก้ไขอะไรมันไม่ได้
วันนี้ เรามาเริ่มต้นกันใหม่
take control of your lives
กุมบังเหียนชีวิตของเราเอง


LINE: @JMigrationTeam (มี @ ข้างหน้าด้วย)
IG: @JMigrationTeam
Snapchat: @JMigrationTeam
YouTube: www.youtube.com/c/JMigration
Website: www.jmigrationteam.com
Podcast: Spotify, iTune และ platform ต่าง ๆ
SMS: +61 412470969

Friday, September 7, 2018

วีซ่าท่องเที่ยวให้คุณพ่อ คุณแม่ 3 ปี


Another success story to be shared.

น้อง "J" กับน้อง "L" คู่สามีภรรยาจาก VIC ติดต่อ P' J มาทาง LINE (เห็นมั้ยเธอ อยู่ใกล้หรือไกล เราทำได้ case ได้หมด เลิกถามซะทีเถอะว่าจะส่งเอกสารหรือติดต่อเรายังไง)

น้องเป็น Australian citizen ทั้งคู่
น้อง "J" ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบ long stay ให้กับคุณพ่อและคุณแม่

คุณพ่อ คุณแม่ยังไม่เคยเดินทางมาที่ประเทศออสเตรเลียมาก่อน

วีซ่าท่องเที่ยวแบบ long stay คือ ได้วีซ่ามา 3 ปี เข้าออกกี่รอบก็ได้
แต่อยู่ได้สูงสุด 12 เดือนภายในระยะเวลา 18 เดือน

P' J  แจ้งราคาไป 
น้องทำเลย
ไม่ถามอะไรมาก จู้จี้ จุกจิก
เราชอบทำงานกับคนแบบนี้
คือน้องมาแบบมีเป้าหมาย รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
แสดงว่าคลื่นความถี่เราตรงกัน
เพราะน้อง J เองก็เป็นเจ้าของธุรกิจอยู่ที่ VIC 
รู้ว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า เราไม่ควรเสียเวลาซึ่งกันและกัน


เรายื่นเรื่องให้คุณพ่อกับคุณแม่ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
คุณพ่อกับคุณแม่ ตรวจร่างกายและทำ finger print วันจันทร์
วันอังคาร วีซ่าคุณพ่ออก ได้มา 3  ปี ตามที่เราขอไป
วันศุกร์ วีซ่าคุณแม่ออก ได้มา 3 ปี ตามที่เราขอไปเช่นเดียวกัน

P' J ดีใจด้วยนะครับ กับน้อง J  และน้อง L
สินค้าดีใช้แล้วต้องบอกต่อนะครับ

ทั้ง 2 ท่านไม่ติด condition 8503
ถ้าน้อง J จะทำเรื่อง Parent Visa ให้กับคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ ติดต่อมาได้หลังไมค์นะครับ

ตัวอย่างมีให้เห็นว่า Tourist Visa แบบ long stay เราสามารถทำให้ได้

ที่ทำมา ก็ผ่านทุก case

ทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับการเขียนเรื่องราวอธิบายให้กับ case officer ว่าทำไมเราถึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้วีซ่าแบบ 3 ปี

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับ persuative writing 
การเขียนโน้มน้าวจิตใจ
การเขียนยกแม่น้ำทั้ง 5, 6, 7, 8 (คงจะหนักน่าดู)

อ๋อ ลืมบอกไปว่า
เราจบปริญญาที่นี่ 6 ใบจ๊ะ
เคยเขียน essay ตอนเรียนโท ที่ USQ ได้ 100% มาแล้ว 
เคยเขียน essay ตอนเรียนอักษรญี่ปุ่นที่ UOW ได้ 95% top in class (นักเรียนปีสุดท้ายเหลือ 15 คน จากปี 1 มีประมาณ 100 คน, คนไทย 2 คน ฝรั่ง 13 คน... สรุปหัวดำหรือหัวทอง ใครเรียนเก่งกว่ากัน... ดังนั้นเลิกเถอะกับคำพูดจาของคนไทยหัวดำบางคนด้วยกัน กับคนที่คิดว่าหัวทองต้องเก่งเสมอไป I'm ขอค้าน)

คนไทยทำได้
คนไทยอยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้

OK กลับเข้าเรื่องวีซ่าต่อ
เอาเป็นว่า ใครอยากทำให้คุณพ่อ คุณแม่ก็ทำได้นะครับ ถ้าเราเป็น PR หรือ citizen