Friday, June 11, 2021

สมหล่อผู้ตามหาฝัน สาขา cookery


"สมหล่อ" ปัจจุบันอายุ 31 ปี
สถานะ แต่งงานแล้ว มีลูก 1 คน
จบ ป.ตรี คณะเศรษฐศาสตร์ 
ป.โท Marketing, UK

ปัจจุบันทำงานได้ 4 ปีแล้วสายงาน Accounting
แต่งานที่ชอบจริงๆคือ "ทำอาหาร" สมหล่อจึงตัดสินใจลงเรียนทำอาหารที่ประเทศไทย 

จุดมุ่งหมายคือต้องการได้ PR ประเทศออสเตรเลีย

คำถามที่อยากจะปรึกษาพี่มี 5 ข้อคือ:

1. ในกรณีที่ผมไม่มีวุฒิฯการศึกษาด้านการประกอบอาหาร แล้วไปเริ่มเรียนและได้ใบ certificate จากประเทศไทย ในกรณีนี้ถ้าผมจะขอ work visa เพื่อไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย ต้องเป็นในรูปแบบมีนายจ้าง sponsor แบบเดียวใช่ไหมครับ (subclass 482, 494)

2. ถ้าผมไม่มีประสบการณ์ในการทำอาหารเลย ผมจะมีโอกาสได้ sponsor ไหมครับ (ถ้าสถาบันการศึกษามีผลต่อการตัดสินใจของนายจ้าง เช่น เรียนจบจาก Le Cordon Bleu Bangkok)

3. ถ้าในกรณีที่เรียนจบด้านอาหารจากประเทศไทยและไม่มีประสบการณ์ ผมควรเปลี่ยนแผนไปทำวีซ่านักเรียนและไปเรียน Diploma of Hospitality Management ที่ออสเตรเลียดีกว่าใช่ไหมครับ

4. จากข้อที่ 3 ถ้าเรียนจบแล้ว ปัจจุบันนี้ประเทศออสเตรเลียอนุญาตให้ทำงานต่อได้ 18 เดือนใช่ไหมครับ และหลังจากนั้น ถ้าเราอยากต่อ work visa เราต้องคุยกับนายจ้างเพื่อ sponsor เราใช่ไหมครับ

5. ถ้าผมถือ student visa ลูกผมที่ตามมาด้วยจะได้สิทธิบางอย่างของประเทศออสเตรเลียไหมครับ เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือได้เรียนฟรีในโรงเรียนรัฐบาล

"สมหล่อกว่า" ตอบ:
1. ใช่ครับ ถูกต้อง วีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์คือ subclass 482 หรือ  หรือ subclass 494 

ถ้าจะทำวีซ่า subclass 482, แต่ถ้าไม่ได้เรียนจบจากประเทศออสเตรเลีย สมหล่อก็ต้องทำ skill assessment

ถ้าสมหล่อจะทำวีซ่า subclass 494, สมหล่อก็ต้องทำ skill assessment อยู่แล้ว ไม่มีข้อยกเว้น

2. วีซ่า subclass 482 คนสมัครจะต้องมีประสบการณ์ 2 ปี
วีซ่า subclass 494, คนสมัครจะต้องมีประสบการณ์ 3 ปี full-time

พี่ "สมหล่อกว่า" ไม่ขอ comment ในเรื่องของสถาบันการศึกษา

3. มาเรียนที่นี่จะดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องทำ skill assessment ถ้าจะทำ subclass 482 แต่ว่าจะต้องลงเรียน Cert IV Commercial Cookery + Diploma of Hospitality เรียน Diploma of Hospitality อย่างเดียวไม่ได้

4. ใช่ครับ เราเรียกว่า subclass 485; Temporary Graduate Visa

5. ตอนที่สมหล่อถือวีซ่านักเรียน ลูกและแฟนของสมหล่อก็ต้องถือวีซ่านักเรียนด้วย แบบติดตาม ลูกไม่ได้เรียนฟรี ค่ารักษาพยาบาลไม่ฟรี สมหล่อต้องซื้อประกันสุขภาพแบบครอบครัวเพื่อ cover ทั้ง 3 คน ซึ่งประกันสุขภาพของวีซ่านักเรียนแบบครอบครัวจะแพงมาก ให้ check ราคากับ student agent นะครับ

ย้ายประเทศ; พ่อ แม่ ลูก x 2


คุณพ่อ
อายุ 44 อยู่ที่เมืองไทย
คุณแม่อายุ 43 อยู่ที่เมืองไทย สาขาอาชีพ "xyz" อยู่ใน Medium and Long‑term Strategic Skills List
ลูกสาวคนโต เรียน year 12 อยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย
ลูกคนเล็กอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ที่เมืองไทย

ถ้าต้องการย้ายถิ่นฐานมาประเทศออสเตรเลีย สามารถทำอะไรได้บ้าง

Option 1:

1. คุณพ่ออายุ 44 แล้ว ถ้าจะสมัครอะไรเป็น main applicant ก็คงยากแล้ว งั้นเราตัดคุณพ่อออกไปจากการเป็น main applicant เลยละกัน แต่คุณพ่อยังเป็นผู้ติดตามได้อยู่ คนติดตามที่เป็น spouse หรือ partner ไม่ได้กำหนดอายุ

2. คุณแม่เรียนจบมาในสาขาอาชีพที่อยู่ใน Medium and Long‑term Strategic Skills List ดังนั้นคุณแม่สามารถขอ PR ด้วย Independent Skilled Migrant Visa; subclass 189 ได้ โดยให้คุณพ่อและคุณลูกทั้ง 2 คนติดตาม

3. สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก็คือไปสอบภาษาอังกฤษ และทำ skill assessment ให้ผ่าน 

skill assessment สามารถทำได้ online จากเมืองไทย 

EOI ในการยื่น subclass 189 ก็สามารถยื่นได้มาจากเมืองไทยเหมือนกัน และตอนยื่นวีซ่า subclass 189 ก็สามารถยื่นได้มาจากเมืองไทยเหมือนกัน

คุณแม่ก็ต้องไปทำการบ้านมาในเรื่องของการทำ skill assessment และการสอบภาษาอังกฤษ และการนับ point อะไรต่าง ๆ  ด้วย

แต่ก็อย่าลืมว่า อายุของคุณแม่เองก็ใกล้จะ 45 แล้ว ทุกอย่างมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุและเวลา

ถามว่าทำได้มั้ย
ทำได้นะ แต่เร่งรีบมาก และอาจจะนำมาซึ่งความเครียดได้

Option 2:

เนื่องด้วยลูกสาวตอนนี้เรียน year 12 อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียและจะเข้ามหาลัยปีหน้า ดังนั้นการที่ลูกสาวเลือกเรียนในสาขาอาชีพที่ทางรัฐบาลต้องการนั้นก็สำคัญมาก pathway ที่ 2 สามารถทำได้ดังนี้

1. ลูกสาวเรียนในสาขาอาชีพที่ทางรัฐบาลต้องการ; Medium and Long‑term Strategic Skills List 

ลองจับเข่าคุยกันนะครับว่าลูกสาวชอบเรียนอะไร ในสาขาไหน ลูกสาวต้องชอบในสาขาที่เขาเรียนด้วย

ถ้าอยากได้แต้มเพิ่มก็ควรเรียน Uni ที่อยู่เมืองรอบนอก
มีหลาย ๆ Uni ที่มี campus อยู่เมืองรอบนอก
Uni ดี ๆ มีเยอะ

2. ลูกสาวเรียนจบแล้วขอ PR ด้วยวีซ่า subclass 189; Independent Skilled Migrant

3. เมื่อลูกสาวได้ PR แล้ว ลูกสาวสามารถสปอนเซอร์คุณพ่อและคุณแม่ด้วย Parent Visa; subclass 143 (contributory). เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่มีลูกแค่ 2 คน และการที่ลูกสาวเป็น PR ที่นี่ ก็แสดงว่าครอบครัวนี้ผ่าน family balanced test คือคุณพ่อคุณแม่ต้องมีลูกที่เป็น PR/citizen อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียครึ่งหนึ่งขึ้นไป (50%) เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีลูก 2 คนแล้วได้ PR 1 คน ก็ถือว่าผ่าน family balanced test แล้ว

4. ลูกสาวสามารถสปอนเซอร์คุณพ่อหรือคุณแม่ก็ได้ คนใดคนหนึ่ง โดยทุกคนที่เหลือก็ยื่นเรื่องมาเลยพร้อมกัน เป็น one family unit แต่ที่สำคัญคือ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องจ่าย $43,600 แยกใครมัน เพราะเป็น contributory stream

Parent Visa; subclass 143, waiting period ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 4.5-5 ปี
ดังนั้นพอยื่นเรื่องไป ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็มีเวลาหยอดกระปุก 4.5-5 ปีในการที่จะต้องจ่ายคนละ $43,600 ตอนที่ PR จะ grant

$43,600 ไม่ได้จ่ายตอนสมัคร
แต่จ่ายตอนที่ PR จะ grant

ในช่วงระหว่างที่รอ subclass 143, ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าออกประเทศได้

วีซ่า subclass 143 สามารถขอได้ทั้งในและนอกประเทศ แต่จะไม่ได้ Bridging Visa A คุณพ่อคุณแม่และน้องชายก็สามารถเข้าออกประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

ทั้งหมดนี้ก็เป็น pathway ในการขอ PR ที่หลาย ๆ ครอบครัวสามารถนำไป adopt and adapt ได้

มันอาจจะเหมาะสำหรับครอบครัวหนึ่ง แต่อาจจะไม่เหมาะกับอีกครอบครัวหนึ่ง

ชอบแบบไหน เลือกเอาแบบนั้น
ทุกสิ่งอย่างในชีวิต ไม่มีถูกไม่ผิด แล้วแต่มุมมองที่เราเลือกจะมอง

วีซ่าออสเตรเลียมีหลายประเภท ลองศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้นะครับ

เหนื่อยได้
ท้อได้
พักได้
แต่หย่าหยุด

เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คนนะครับ

ศาลเตี้ย ออสเตรเลีย

It's not OK กับการที่ใคร someone เอาข้อมูลใน passport ของใคร หรือ profile facebook ของใครไป post ใน facebook group บาง group เพื่อทวงเงินหรือทำอะไร นั่น นี่ โน่น (ก็อย่าให้เขายืมตั้งแต่แรกสิ)

ไม่ว่าใครจะถูกหรือใครจะผิด เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นมา post แบบนั้น

ถ้าหากใครคิดว่าตัวเองถูกล่วงละเมิด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ "พรบ คอมพิวเตอร์" หรือคดีหมิ่นประมาททั่ว ๆ ไป

กฎหมายที่ประเทศออสเตรเลีย อาจจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะ defamation law, เราต้องเอาหลักฐานมาอ้างอิงว่าเราสูญเสียผลประโยชน์ในทางธุรกิจ นั่น นี่ โน่น แต่ถ้าเราบุคคลธรรมดาหละ ไม่ได้ทำธุรกิจ มันก็ฟ้องร้องกันลำบาก

เอาอย่างนี้สิ 
P' J ชี้โพรงให้กระรอก

หนูก็ไม่ต้องฟ้องอะไรที่นี่ก็ได้
หนูก็ไปฟ้องที่เมืองไทยก็ได้หนิ
ไม่ต้องไปเอง แต่งตั้งทนายได้ (P' J มี list ของทนายความที่เมืองไทยอยู่ใน inbox เยอะพอสมควร เดี๋ยวจัดสรรญให้)

ก็ฟ้องทิ้งเอาไว้ได้เลย
เมื่ออีกฝ่ายบินกลับเมืองไทย เดี๋ยวตำรวจก็จะรอรับอยู่ที่สุวรรณภูมิเอง
จะได้เป็นการสั่งสอนไง

อย่าไปแจ้งความจ๊ะ เพราะแจ้งความต้องรอเรียกจำเลยไปรายงานตัว เสียเวลา

ฟ้องเลย ง่ายดี จบ
หรืออยากจะฟ้อง admin group ผู้ให้สถานที่หรืออนุมัติ post ด้วยก็ได้นะ

อยากได้ทนายความที่เมืองไทย ทักมา

ไม่มีเงินจ้างทนายที่เมืองไทย ไม่เป็นไร เราจัดให้ได้ (ไม่อยากเห็นใคนโดนรังแก ไม่ว่าคนนั้นจะถูกหรือผิด)

admin group บาง group, ก่อนที่จะอนุมัติ post อะไร คิดก่อนก็ดีว่ามันเหมาะสมไหม admin บาง group ไหนบอกว่าจบรัฐศาสตร์มาไง!!!

ก่อนที่จะทำตัวเป็นศาลเตี้ย อย่าลืมส่องกระจกดูตัวเองด้วย

ส่วนหน่วยงานราชการไทยในออสเตรเลีย เอาเวลามาสอดส่องสังคมออนไลน์ของคนไทยในออสเตรเลียหน่อยก็ดีนะครับ เหม็น เน่า หนอน มาก

ใครยังคิดอยากจะย้ายมาประเทศนี้อีกไหม
โยกย้ายส่ายสะโพกโยกย้าย

Wednesday, June 9, 2021

Subclass 482; Chef

"สมหล่อ" จริง ๆ เตรียมตัวจะเก็บข้าวของกลับเมืองไทยแล้ว
เพราะผลสอบ IELTS ผลสอบภาษาอังกฤษอะไรก็ไม่มี
ประสบการณ์การทำงานก็ไม่น่าจะถึง 2 ปี full-time

หลายคนพูดอย่างนั้น
หลายคนพูดแบบนี้

หลาย ๆ คนบอกว่าต้องเรียนจบก่อน แล้วค่อยขอ 485 เพื่อเก็บประสบการณ์บ้างหละ

หลาย ๆ คนบอกว่าประสบการณ์ต้องนับหลังจากที่เรียนจบบ้างหละ

จน "สมหล่อ" ได้มาเจอ page P' J

สมหล่อจึงรู้ว่า:
- subclass 482, ใช้ผลการเรียน 5 ปีได้
- ประสบการณ์ทำงานที่เป็น chef, สมหล่อก็ลงเป็น part-time ไม่จำเป็นต้องนับเฉพาะหลังจากที่เรียนจบสักหน่อย

วันนี้วีซ่าของน้องสมหล่อผ่านแล้ว

chef; 4 ปีวน ๆ ไป

ทำงานใหักับนายจ้างอีก 3 ปี ก็ขอ PR; subclass 186 ได้

จากคนที่คิดว่าเรียนเสร็จแล้วก็คงจะเก็บข้าวของกลับบ้าน
ตอนนี้วีซ่าผ่านแล้ว

อนาคต; PR + citizen เห็น ๆ

ศึกษารู้เท่าทัน

ข้อมูลดี ๆ ฟรี ๆ ที่อยู่ที่หน้า page, blog, TimeLINE, YouTube และ podcast ไปหาดู หาอ่าน หาฟังกันเอา แค่ search "J Migratoin Team" มันก็ออกมาละ

เลิกฟังเพื่อนข้าง ๆ บ้าน

ขอบคุณที่เลือกใช้บริการของเรา

ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "ครอบครัว J"

สินค้าดีใช้แล้วช่วยบอกต่อ