Monday, September 12, 2022

Business Visa; subclass 188 (01 July 2021)


Business Visa; subclass 188 กฎใหม่ของ 01 July 2021 (2021 นะครับ ไม่ใช่ 2022)

- Subclass 188A: personal and business net asset AUD 1.25M (business turnover AUD 750K x 2 years)

- Subclass 188B: AUD 2.5M (ซื้อบ้านหรือหุ้น รวมกันได้)

- Subclass 188C: AUD 5M

วีซ่า 4 ปี 3 เดือน

แล้วตามด้วย PR; Subclass 888

See you all at the end of the rainbow.

Thursday, September 8, 2022

มีทุกวันนี้ได้เพราะอยู่ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่เอื้ออำนวย


“มีทุกวันนี้ได้เพราะอยู่ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่เอื้ออำนวย”

เอ่อ… ประโยคด้านบน ไม่จริงเสมอไป

มันเป็นแค่ 1 factor เท่านั้นครับ

คนมีความสามารถ อยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศออสเตรเลีย

ก็เรียนในสาขาที่มันที่เป็นต้องการของโลกใบนี้สิ ไม่ใช่ไปเรียนอะไรสะเปะสะปะ

 

แล้วทำไมเรียนสะเปะสะปะ

อ๋อ คะแนน ATAR ไม่ถึง เข้าเรียนในคณะนั้น ๆ ไม่ได้

 

แล้วทำไมคะแนน ATAR ไม่ถึง

อ๋อ ตอนเรียน high school ไม่ได้ตั้งใจเรียน... และอื่น ๆ อีกมากมาย ต่าง ๆ นานา ข้ออ้างสารพัด

.

.

ก่อนที่จะไปโทษสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอกที่เรา control ไม่ได้

จริง ๆ แล้ว ปัญหาทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราหรือเปล่า

 

ถ้าตั้งใจเรียนตอนอยู่ high school

ได้คะแนน ATAR ดี

ได้เข้าเรียนในคณะที่เราชอบ และเป็นที่ต้องการของโลกใบนี้

เราจะไม่ได้เป็นแค่ที่ต้องการของออสเตรเลียครับ เราเป็นที่ต้องการของโลกใบนี้ จะไปทำงานที่ไหนก็ได้

ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ออสเตรเลียเท่านั้น 


คนไทยจบวิศวะ ทำงานที่ NASA ก็มี

คนไทยเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยในต่างประเทศมีเยอะแยะ

คนไทยเป็นอาจารย์สอน high school สอนเด็กฝรั่งก็มี

 

เมื่อเราเป็นฝ่าย “เลือก” ไม่ใช่ “ถูกเลือก”

ทุกอย่างก็สบาย

 

เพื่อนเราที่เรียน Computer Science จาก UOW ตอนนี้ก็ทำงานกระจายอยู่ทั่วโลก บางคนรับราชการ บางคนเป็นอาจารย์สอนมหาลัย (ตอนนั่งเรียนด้วยกัน เค๊าก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก oops!!!)

 

อันนี้แหละ Global Citizen อย่างแท้ทรู

มีความลื่นไหลทางสัญชาติ

จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นออสเตรเลีย

ทำงานที่ไหนก็ได้ที่เงินดี แค่นี้เลยจริง ๆ 

เราไม่ยึดติดครับว่าต้องทำงานที่ประเทศไหน ขอแค่เงินดีเป็นพอ

 

ก่อนที่จะโทษระบบโครงสร้าง ซึ่งเรา control ไม่ได้

อย่าลืมหลับตาลง แล้วมองย้อนไปสมัยที่เราเป็นเด็ก high school ว่าตัวเองตั้งใจเรียนหรือเปล่า 

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ผลของการกระทำของตัวเราเองในวันนั้น มันส่งผลมาถึงการเป็นตัวตนของเราในวันนี้หรือเปล่า

 

ก่อนที่จะโทษระบบโครงสร้าง

ตัวเองพยายามมากพอหรือยัง

 

P’ J เรียน ป.1  เข้าเรียนก่อนอายุ

ตอนนั้นอ่านหนังสือเรียนภาษาไทย “มานี มานะ” ที่บ้านบอกว่าต้องอ่านออกเสียง

เราอ่านออกเสียง เสียงดังไปถึงบ้านข้าง ๆ

ที่บ้านไม่มีไฟฟ้า เราใช้ตะเกียงน้ำมันในการอ่าน!!!


สมัยนั้นยังไม่มีพิมรี่พายคอยติด solar cells


นี่ไงหละ ความพยายาม

 

ก่อนที่จะโทษระบบโครงสร้าง

อย่าลืมโทษตัวเราเอง

เมื่อเราเลิกโกหกตัวเราเอง

เมื่อนั้นเราก็พบความสุขในชีวิต

 

P’ J จบ high school (year 10-11-12) ภายใน 1 ปี 

ก็อ่านหนังสือ 7 วัน 7 คืนหนะจ๊ะ อยู่ year 10, ก็อ่านคณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ของ year 12 จบหมดแล้ว (เกลียดชีวะที่สุด เกือบตก)


หากเรามีความตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น

ทุกอย่างเราสร้างเองได้ จากสมองและสองมือที่มี


ใช้ความสามารถของตัวเองล้วน ๆ


เมื่อเราไม่ได้เกิดมาบนเงินกองทอง ปากก็ต้องกัด ตีนก็ถีบ


จากเด็กที่อ่านออกเสียง หนังสือ “มานี มานะ” ภายใต้ตะเกียงน้ำมัน ตอน ป.1

ถ้า P’ J ทำได้

คนอื่นก็ทำได้


เหนื่อยได้

ท้อได้

พักได้

แต่อย่าหยุด


และก็เลิกโทษสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

หัดโทษตัวเองบ้างก็ดี!!! 


โทษทุกสิ่งอย่างรอบข้าง

ยกเว้นโทษตัวเอง

=


Note: เราเขียนในพื้นที่ของเรา ไม่ชอบให้เลื่อนผ่าน 


Copyright: แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ copy & paste, ไม่อนุญาตให้ screen capture


Monday, September 5, 2022

Subclass 494, Subclass 482; Nomination

Subclass 482, Subclass 494:

- Stage 1; Standard Business Sponsor (SBS) valid 5 ปี นายจ้างสามารถใช้กับพนักงานทุกคนได้

- Stage 2: Nomination, 1 Nomination ต่อ 1 application เท่านั้น ดังนั้นทุก ๆ ครั้งที่ยื่น Stage 1; Nomination ทางร้านจะต้องจ่ายค่า SAF; Skilling Australian Fund... "ทุก ๆ ครั้งที่ยื่น"


Nomination ของพนักงานคนนี้ ก็ใช้กับพนักงานคนนี้เท่านั้น 1 ครั้งเท่านั้น

ไม่สามารถใช้กับพนักงานคนอื่นได้

หรือถ้าจะต้องยื่นรอบต่อ ๆ ไป จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ นายจ้างต้องจ่ายค่า SAF ทุก ๆ ครั้งที่ยื่น, ทั้ง Subclass 482 และ Subclass 494

Saturday, September 3, 2022

Australia; the land of opportunities



ช่วงนี้ P' J แอบส่องพวกบ้านและอสังหาที่ Brisbane และเมืองใกล้เคียง


ไม่อะไรหรอก

คือใน NSW, ข้าพเจ้าไม่มีปัญญาซื้อ ราคามันขึ้นจุ๊ด ๆ ยิ่งกว่าจรวดของ Elon Musk

เบี้ยน้อยหอยสังฆ์อย่างเรา ก็ขอไปเป็นเขยเมือง QLD ละกัน ข้าพเจ้าขอฝากเนื้อฝากตัว


ในระหว่างที่ไถ ๆ มือถือดู listing ที่ realestate.com.au เราก็เห็น property ที่เราสนใจ คิดในใจว่าน่าจะเอื้อมถึง ก็เลยส่ง email enquiry ไป

เราได้รับ email ตอบกลับมา เนื้อหาใจความไม่สำคัญครับ ที่สำคัญคือชื่อ agent และวุฒิการศึกษาต่าง ๆ ที่อยู่ตรง email signaure ของเขา


real estate agent คนนี้จบ Master of Engineering ครับ และก็มี Cert IV Real Estate Practice เพื่อที่จะเป็น real estate agent อย่างถูกกฎหมาย


มันเตะตามากตรงที่เขาจบ ป.โท Engineering แล้วมาเรียน Cert IV นี่แหละ


มันทำให้เราเห็นว่าประเทศออสเตรเลียเปิดกว้างทางการศึกษา


- เราจบอะไรมาก็ช่าง จบโทมาแล้วก็ช่าง ถ้าเราอยากเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพ เราก็ไปลงเรียนเพิ่ม เพิ่มเติม ก็แค่นั้นเอง ไม่ต้องอื่นไกลเลย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เรียนหลายอย่าง อยากเป็นอะไร อยากประกอบอาชีพอะไร เราก็ไปเรียนเพิ่ม ก็แค่นั้นเอง ทุกอย่างต้องมีใบประกอบวิชาชีพครับ ไม่ใช่ไปโพสต์รับทำนั่น นี่ โน่น ตาม facebook group "ทีมต่าง ๆ นานา" แบบไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แบบนั้นทำไม่ได้


- จบ ป.โท แล้ว อยากจะลงเรียน Cert IV ก็ไม่ผิดอะไร ประเทศออสเตรเลียไม่เคยปิดกั้นทางการศึกษา มันดีตรงนี้นี่เอง หวังว่าตรงจุดนี้ก็น่าจะตอบคำถามหลาย ๆคนก็ชอบถามว่า จบ ป.โท แล้วลงเรียน Cert IV ได้มั้ย ลงเรียน Diploma ได้มั้ย ได้สิครับ... why not??? ถ้าเรามีใจรักที่จะเรียน ต้องอยากเรียนจริง ๆ นะ พวกที่อยากเรียนแบบปลอม ๆ เพียงเพราะอยากจะมาทำงาน แบบนั้นไม่นับ


- ประเทศออสเตรเลียเปิดกว้างทางการศึกษาและโอกาส เราอยากทำงานอะไร เราก็ไปลงเรียนอะไรนั้น ๆ แต่เราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการทำงานอะไร พอเรารู้ว่าสาขาอาชีพนั้น ๆ ต้องมี requirement อะไรบ้างในการมี license หรือใบประกอบวิชาชีพในการทำงาน เราก็ไปลงเรียน course นั้น ๆ เราก็ต้อง work backward หรือ reverse engineer ดังนั้นคนที่บอกว่าเรียนมาแล้ว ทำงานไม่ตรงสาย อ้าว... ก็เพราะ you เรียนสะเปะสะปะไง พวกเรียนไปเรื่อยเปื่อย เรียนอะไรก็ไม่รู้ ก็ไม่ต่างจากไม้หลักปักเลนหรอกครับ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วค่อย ๆ ไต่เต้าไปให้ถึงจุดนั้น พวกที่บอกว่าเรียนมาแล้ว แล้วทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่เขาเรียนมา ก็ต้องกลับไปดูสิ่งที่เขาเรียนหนะจ๊ะ ว่าไก่กาอาราเล่หรือเปล่า


anyway, ประเทศออสเตรเลียเปิดกว้างทางการศึกษาครับ

ตัวอย่าง:

- เรารู้จักใคร someone ที่กลับมาเรียนหมอตอนอายุ 45 โคตรเท่เลย เขาอาจจะผ่านอะไรมาเยอะก่อนหน้านั้น แล้วกลับมาเรียนใหม่ก็ได้ อันนี้เราไม่รู้ ประเทศออสเตรเลียมี 2nd chance ให้กับทุก ๆ คน ขอเพียงแค่เราทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง เคารพกฎหมายและกฎระเบียบของที่นี่


- คุณแม่ของเพื่อนเราคนหนึ่ง ส่งเสียลูก ๆ เรียนจนถึง ป.ตรี แล้ว (ก็ส่งเสียเพื่อนเรานี่แหละ) ลูก ๆ โตจบปริญญากันหมดแล้ว ลูก ๆ ทำงานเป็นหลักเป็นฐานกันหมดแล้ว คุณแม่อายุประมาณ 50+ กลับไปเรียนต่อ ป.ตรี เพื่อที่จะเป็นอาจารย์สอนนักเรียนประถม คุณแม่ตามหาฝันของตัวเองตอนอายุ 50+ หลังจากทำหน้าที่ของแม่อย่างสมบุญครบถ้วน เพื่อนเราก็สนับสนุนให้คุณแม่ของเขาตามหาฝันของตัวเอง เราคุยเรื่องนี้กับเพื่อนเราทีไร เพื่อนก็จะน้ำตาปริ่ม ๆ ทุกทีเลย


- ตอนที่เราเรียน Computer Science ที่ UOW เราก็ไปลงวิชาเลือกของ commerce ลงเพื่อเก็บหน่วยกิตเฉย ๆ... oops!!!... สิ่งที่น่าประทับใจมากคือ นักเรียนใน class เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง คุณแม่พาลูกอายุ 4-5 ขวบมานั่งเรียนใน lecture ด้วย ก็คงจะเป็นเวลาที่ลูกเลิกเรียนที่ preschool หรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่มันเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ผ่านมาหลายปีแล้ว เราก็ยังจำภาพนั้นได้ดี การศึกษาที่นี่เปิดโอกาสให้กับทุกคนอย่างแท้จริงครับ ไม่มีใส่ชุดนักศีกษา ไม่มีรับน้อง... shhhhhh :)


- ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ ตอนเรากลับไปเรียน part-time ป.ตรีใบที่ 2, อักษรญี่ปุ่น (อ่านไม่ผิดจ๊ะ จาก จบ computer science, แล้วเรียนต่อ อักษรญี่ปุ่น แล้วต่อด้วยกฎหมายอิมมิเกรชั่น....  แซ่บ....) เพื่อนในห้องเป็นรุ่น ๆ คุณปู่หรือคุณตา อายุน่าจะ 65-70+ ได้ มานั่งเรียนใน class


ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่เปิดกว้างทางการศึกษาครับ อายุเท่าไหร่ก็กลับมาเรียนได้ ดังนั้นหลาย ๆ คนที่ถามว่าอายุเท่านั้น เท่านี้ มาเรียนได้มั้ย อายุเท่าไหร่ก็เรียนได้ครับ เรียนได้จนลมหายใจสุดท้ายเลยก็ได้ ถ้าจะมาเรียนที่นี่ ถ้าจะขอวีซ่านักเรียน ก็เขียน GTE; Genuine Temporary Entry ให้ดี ๆ ก็แค่นั้นเอง


กลับมาที่ real estate agent คนนี้ที่่ QLD

เราชอบตรงที่เขาไม่ได้ยึดติดว่าจบ "Master degree" ต้องทำงานแบบนั้น แบบนี้เท่านั้น เราสามารถเปลี่ยนสายงานได้ 

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่ไม่ค่อยยึดติดอะไร เราชอบอะไรตรงจุดนี้มาก เราไม่ต้องถือตัวว่า ป.โท ต้องแบบนั้น แบบนี้ ไม่ ego, ไม่ยึดติด

ป.โท ก็กลับไปลงเรียน Cert IV (ปวช) ได้ครับ ถ้ามันเป็นใบเบิกทางในการทำงาน... why not??? 


Real estate agent เงินเยอะนะครับ จะบอกให้ เขาขายบ้านกันยังกะขายขนมครก demand มากกว่า supply และบ้านก็เป็น 1 ในปัจจัย 4


ประเทศออสเตรเลีย คือประเทศแห่งโอกาส

ทุกอย่างเราสามารถสร้างเองได้ จากสมองและสองมือที่มี

เราไม่จำเป็นต้องเกิดมาบนกองเงินกองทอง

ทุกคนมีต้นทุนชีวิตเท่ากัน นั่นก็คือ "ความเป็นคน"


เราเอาเวลาไปทำมาหากิน และทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมดีกว่าครับ อย่ามัวแต่แซะการเมือง


ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง

แล้วเจอกันครับ... at the end of the rainbow


Copyright: แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่อนุญาตให้ copy & paste, ไม่อนุญาตให้ screen capture


เขียนเองทุกตัวอักษร

ก็แค่ตื่น 4:45am เอ๊งงงงงง