Thursday, August 10, 2023

Agedcare Worker; ต่อยอดขอ PR ได้มากน้อยแค่ไหน

P' J คุยกับเพื่อนต่างชาติคนหนึ่งที่เป็น Agedcare worker ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง

Note: เพื่อนต่างชาติคนนี้ทำงานอยู่ในเมืองนะครับ ไม่ใช่เขตรอบนอก

เพื่อนบอกว่าที่ทำงานของเขาขาดคนจริง
แต่ไม่ได้ขาดมากถึงกับขนาดที่นายจ้างต้องทำเรื่องสปอนเซอร์ใคร
เพราะอยู่ในเมือง มันก็พอมีคนเข้าออกอยู่บ้าง ก็พอหมุน ๆ ทำ roster กันไป

และนายจ้างก็ไม่อยากปวดหัวเรื่อง paperwork, เขาไม่ได้ desperate ขนาดนั้น

ใครที่คิดว่านายจ้างจะทำ Labour Agreement ให้
ก็ดูเมือง ดู location ที่เราทำงานด้วยนะครับ

ถ้าเขตรอบนอกหนะไม่แน่ นายจ้างอาจจะหาพนักงานยาก
แต่เท่า ๆ ที่ได้ฟังจากเพื่อนต่างชาติ และคนรอบข้างพูดมา

บริษัทที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ เขาก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องสปอนเซอร์ใครนะครับ เขาก็ไม่ได้ desperate อะไรขนาดนั้น อาจจะแตกต่างจากเมืองที่อยู่รอบนอก

วีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ไม่ว่า Labour Agreement Stream หรือไม่ Labour Agreement Stream บอกเลยว่าอะไรที่เราต้องยืมจมุกคนอื่นหายใจหนะ ยากเสมอ...

ก่อนที่ลงเรียน course อะไร คิดก่อนเสมอว่ามันสามารถต่อยอดอะไรได้มากน้อยแค่ไหน

เราชอบเรียนหรือเปล่า
OK มันอาจจะช่วยให้ทำหางานทำได้ง่ายขึ้น แต่เรื่องต่อยอดไป PR นั้น มันคนละเรื่องกัน

มองให้รอบ ๆ ด้านหน่อยก็ดีเหมือนกันนะครับ

ฝากเอาไว้ให้คิด

ทำงานเป็น Subcontractor ใช้ ABN


เมื่อเราทำงานเป็น ทำงานเป็น Subcontractor ใช้ ABN; Australian Business Number

ไม่ว่าจะเป็น Massage Therapist, ช่างทาสี หรืออาชีพอื่น ๆ 

ถ้าจะขอวีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ไม่ว่าจะ Subclass 482, Subclass 494 หรือ Subclass 186; Direct Entry

เอกสารที่ต้องใช้คือ:
1. Invoice ที่เราออกให้นายจ้างทุก ๆ week (อันนี้ optional นะครับ สำหรับการขอวีซ่า แต่ยื่นไปก็ไม่เสียหาย)
2. Personal tax return
3. จดหมายรับรองจากนายจ้างว่าเราทำงานที่นั่นจริง จากวันที่เท่าไหร่ - ถึงวันที่เท่าไหร่

แต่ถ้าจะทำ Skill Assessment เอกสารก็จะมีมากกว่าการขอวีซ่านะครับ

เอกสารที่ต้องใช้คือ:
1. Invoice ที่เราออกให้นายจ้างทุก ๆ week
2. Personal tax return
3. จดหมายรับรองจากนายจ้างว่าเราทำงานที่นั่นจริง จากวันที่เท่าไหร่ - ถึงวันที่เท่าไหร่
4. bank statement ที่เราได้รับค่าแรง, highlight มาเลยว่าอันไหนคือค่าแรงที่เราได้รับ

Note: 
1. Subclass 482 ทำ Skill Assessment เฉพาะบางสาขาอาชีพเท่านั้น

 2. Subclass 494 ต้องทำ Skill Assessment ทุกสาขาอาชีพ

3. Subclass 186; Direct Entry สาขาบางอาชีพได้รับการยกเว้น

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture

Sunday, August 6, 2023

ทำความเข้าใจกับ Payslip กัน


บริษัทเราปฏิเสธไม่ทำเรื่อง Skill Assessment ให้กับหลาย ๆ คนที่ติดต่อเข้ามา เพราะมีปัญหาเรื่อง payslip กัน

OK, โพสต์นี้อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับ Skill Assessment เราไม่รู้ แต่เอาเป็นว่า เรามาทำความรู้จักและเข้าใจการอ่าน payslip กันหน่อยดีกว่า

อันนี้คือ payslip จริง
case จริง ของพนักงาน P' J นะครับ

ที่บริษัทเรา เราจ่ายค่าแรงพนักงานทุก ๆ week
บางที่จ่ายทุก ๆ 2 weeks ก็ไม่ผิดนะครับ
แต่ทุกครั้งที่จ่ายค่าแรงให้กับพนักงาน
พนักงานจะต้องได้รับ payslip ครับ

นายจ้างจะบอกว่าตอนนี้ ATO ใช้ระบบ Single Touch Pay และ link ข้อมูลทุกอย่างเข้ากับ ATO แล้ว ก็เลยไม่มี payslip อันนั้นถูกแค่ครึ่งเดียวครับ

เพราะระบบ Single Toch Pay มันจะส่งแค่ผลรวมของรายได้ต่อปีของพนักงานเข้ากับ ATO

มันไม่ได้แยกออกมาเป็น week-by-week ซะหน่อย
แล้วพนักงานจะรู้ได้ยังไงว่า week นี้เขาโดนหักภาษีไปเท่าไหร่ week นี้เขาควรจะได้รับเงิน supperannuation เท่าไหร่

ถ้าไม่มี payslip พนักงานก็ไม่มีข้อมูลตรงจุดนี้ครับ
ซึ่งเราคิดว่ามันไม่แฟร์กับพนักงาน

และ payslip มันก็แค่กดปุ่มส่ง email ในระบบ XERO, Quickbooks หรือ MYOB แค่นั้นเอง

เอาจริง ๆ นะครับ มันไม่ได้ยากเลย!!!!
P' J เป็นคน generates payslip ให้กับทีมงานทุก ๆ week เอง
ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

ข้ออ้างไม่ต้องเยอะ

ไม่ว่าองค์กรจะน้อยหรือใหญ่ เรื่องพวกนี้ต้องไม่มีข้ออ้างนะครับ ใจเขาใจเรา ทำอะไรให้มันถูกต้องแล้วชีวิตจะง่าย


เดี๋ยวเรามาดู payslip ของพนักงานคนนี้กันนะครับ
เป็น payslip จริง 
case จริง, ทีมงานของ P' J เอง

1. ค่าแรงของ week นี้ $3,300
2. โดนหักภาษีไป $1,331 (ระบบ XERO, Quickbooks หรือ MYOB จะคำนวณให้เอง)
3. รายได้ที่เขาได้รับ หลังจากหักภาษีแล้ว: $1,969 (net pay)
4. 11% supperannuation on top ของค่าแรง: $363

สิ่งที่ควรรู้คือ:

1. ที่โดนหักภาษีไป $1,331 เงินตรงนี้ไม่ได้หายไปไหนนะครับ คือนายจ้างจะต้องจ่าย $1,331 ภาษีล่วงหน้าเข้าไปที่ ATO แทนพนักงาน พอสิ้นปี วันที่ 30 June ของทุก ๆ ปี ระบบของ ATO ก็จะคำนวณเองว่าภาษีที่นายจ้างหักจ่ายให้กับพนักงานไปล่วงหน้าทุก ๆ week นั้น มันเยอะหรือน้อยเกินไปหรือเปล่า ถ้าเยอะเกิน พนักงานก็ทำเรื่อง claim คืนกลับมา ก็แค่นั้นเอง มันก็คือเงินของพนักงานแหละ ถ้าน้อยเกิน พนักงานก็ต้องจ่ายภาษีเพิ่มให้กับ ATO แค่นั้นเอง มันง่ายแค่นี้เองจริง ๆ ครับ อย่าซิกแซ็กให้ซับซ้อน

2. 11% superannuation อันนี้คือเงินสะสมของพนักงานที่นายจ้างต้องจ่าย ก็น่าจะเหมือนเงินประกันสังคมที่เมืองไทยหรือเปล่า เราไม่แน่ใจ หลาย ๆ ประเทศมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ที่สิงคโปร์ก็เรียกว่า CPF (Central Provident Fund) เงิน 11% supperannation ตรงนี้นะครับ นายจ้างต้องจ่าย on top ของค่าแรงนะครับ ไม่ใช่ไปหักออกจากค่าแรงของพนักงาน ดังนั้นบริษัทเราเองก็ต้องจ่ายเงิน supperannuation $363 อาทิตย์นี้ 

อาทิตย์หนึ่ง ๆ บริษัทเราจ่าย superannuation ให้กับทีมงานค่อนข้างเยอะครับ แต่มันสบายใจมากบอกเลย ใจเขาใจเรา คนทำงานเขาก็อยากได้อะไรที่มันถูกต้อง ที่มันโปร่งใส ที่มันตรวจสอบได้

และที่สำคัญพนักงานก็สามารถใช้เงินใน supperannation ซื้อประกันชีวิตได้ครับ เราได้โพสต์เรื่องนี้ไปแล้ว

ทุกคนที่ทำงาน ต้องมี payslip นะครับ
ยิ่งต้องต่อยอดชีวิตในการทำวีซ่าอะไรต่าง ๆ แล้ว ทุกอย่างต้องเข้าระบบ แล้วชีวิตจะง่าย

หลังจากนั้นนะครับ จะซื้อบ้าน จะกู้เงินอะไร มันก็ง่ายไปหมด

เรื่อง payslip, เรื่องการเสียภาษี กรุณาติดต่อ accountant นะครับ เราแค่ให้ข้อมูลเบื้องต้น เพราะเราเห็นลูกค้าเราหลาย ๆ คนที่จะทำวีซ่า หรือจะทำ Skill Assessment มีปัญหาเรื่องนี้กันเหลือเกิน เห็นแล้วปวดใจแทน

ฝากเอาไว้ให้คิดนะครับ

ชีวิตต้องง่าย 
ถ้าไม่ง่ายแสดงว่าไม่ใช่

Tuesday, August 1, 2023

Partner Visa: เมื่อเลิกกันกับแฟนเก่า

ถ้าไม่อยากให้แฟนเก่าเห็นว่าเรา submit อะไรเข้าไปบ้างใน ImmiAccount:

1. เราสร้าง ImmiAccount ของเราขึ้นมาใหม่

2. เรา share online application ของเราจาก ImmiAccount อันเดิมไป ImmiAccount อันใหม่

3. ตอนที่เรากด share, ระบบจะถามว่าให้ remove online application ออกจาก ImmiAccount อันเก่าหรือเปล่า ก็แค่ tick ว่าให้ remove

แค่นั้นจ๊ะ

สร้างความร้าวฉานคืองานของ J หรือเปล่า