Monday, January 28, 2013

Prospective Marriage Visa วีซ่าคู่หมั้น จะแต่งหรือไม่แต่งดี


มีลูกค้าหลายคนเข้ามาปรึกษา โดยเฉพาะลูกค้าฝรั่ง Australian ผู้ชาย ว่า เอ๊ะ เจอแฟน online เจอกัน face-to-face ไม่กี่ครั้ง แต่คุย online กันทุกวัน ตอนนี้รักกันมาก อยากให้ฝ่ายผู้หญิงมาอยู่ที่นี่ จะแต่งดีหรือไม่แต่งดี เพราะอายุก็ middle age แล้ว แถมผ่านประสบการณ์การหย่าล้างกับภรรยามาแล้วด้วย กลัวกับการมี commitment มาผูกมัด

ลูกค้าหลายๆคน ไม่ค่อยรู้ว่า option ในการทำ visa นั้นมีอะไรมั่ง เพราะ option แต่ละตัว และ condition แต่ละตัว ไม่เหมือนกัน แต่ละ visa แต่ละ category มีความแตกต่างกัน

ก็อยากจะบอกว่า ลูกค้าทุกคน มี circumstance ที่แตกต่างกันนะครับ case ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ความคิดเก่าๆ ความคิดเดิมๆ และคำแนะนำจากญาติๆ และเพื่อนๆอะไรนั่นหนะ หมดสมัยแล้วหละครับ เพราะ กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงตลอด immigration agent เอง ก็ต้อง update ตัวเองทุกปี 

ถ้าใครที่ไม่อยากมีอะไรผูกมัด แต่อยากให้แฟนมาจากต่างประเทศ มาลองอยู่ด้วยกัน มาลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน ตอนนี้ in love กันมาก เพราะอยู่ห่างกัน แต่พอมาอยู่ด้วยกันจริงๆ เห็นหน้ากันทุกวัน อาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็มี ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แนะนำให้ทำ Prospective Marriage Visa แทน ดีกว่าที่จะบินไปหาแฟน แต่งงานที่โน่น ทำเรื่องเอาแฟนมา อยู่ด้วยกันไม่ได้ ต้องมาหย่ากันอีก สรุปคนที่รวยคือทนายที่ทำเรื่องหย่าครับ

Prospective Marriage Visa คือ visa สำหรับคู่หมั้น ก็คิดว่าจะแต่งงานกัน แต่จะมาแต่งที่ Australia วีซ่าตัวนี้ อนุญาตให้คู่หมั้นเดินทางเข้ามาในประเทศ Australia ได้ พอเดินทางเข้ามา ต้องแต่งงานภายใน 9 เดือน แล้วก็สามารถยื่นเรื่องทำ Partner Visa อยู่ต่อได้เลย

ข้อเสียของ Prospective Marriage Visa คือ ต้องยื่นเรื่อง ต้องทำ paperwork 2 ครั้ง ครั้งแรกทำ Prospective Marriage Visa ครั้งที่ 2 ทำ Partner Visa เหนื่อยและปวดหัวกับ paperwork แต่ข้อดีก็คือ ในช่วง 9 เดือนนี้ ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็สามารถเลิกลากันไป เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า บินกลับได้เลย ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มี commitment อะไรทั้งสิ้น

นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ใครคิดจะทำอะไร จะเลือก option ใหน ตัดสินใจกันดีๆนะครับ

Sunday, December 16, 2012

ค่าสมัคร visa จะเพิ่มขึ้นหลังวันที่ 1 Jan 2013

หลังจากที่ได้มีการประกาศออกมาเมื่อ October ว่าจะมีการขึ้นค่าสมัครวีซ่า ตั้งแต่วันที่ 1 Jan 2013 เป็นต้นไป

  • Partner visa ที่ยื่นภายในประเทศ Australia ค่าสมัครจะเพิ่มจาก $3060 เป็น $3975 ถ้ายื่นมาจากข้างนอกประเทศ Australia ค่าสมัครจะเพิ่มจาก $2060 เป็น $2680
  • Skilled Graduate visa จะเพิ่มจาก $315 เป็น $1250 สำหรับนักเรียนที่ขอวีซ่า TR เพื่ออยู่ต่อที่นี่
  • วีซ่า 457 วีซ่าทำงาน working visa เพิ่มจาก $350 เป็น $455
  • Working Holiday visa เพิ่มจาก $280 เป็น $365

Saturday, November 24, 2012

Tourist Visa สำหรับพ่อแม่


ตั้งแต่วันที่ 24 November 2012 เป็นต้นไป พ่อแม่ของคนที่เป็น PR หรือ citizen สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้นานมากขึ้น แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ทางอิมมิเกรชั่น ก็จะพิจารณา case-by-case

- พ่อแม่สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ได้ถึง 5 ปึ แต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียทุกๆ 12 เดือน ภายในระยะเวลา 18 เดือน ถ้าพ่อแม่อยู่ในช่วงรอ Parent visa 

พ่อแม่สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ได้ถึง 3 ปึ แต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียทุกๆ 12 เดือน ภายในระยะเวลา 18 เดือน ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อยู่ในช่วงรอ Parent visa

ข้อดีของวีซ่าท่องเที่ยวระยะยาวแบบนี้คือ:

  • พ่อแม่ไม่ต้องวีซ่าบ่อยๆ เตรียมเอกสารกันบ่อยๆ
  • ไม่ต้องจ่ายค่าสมัครวีซ่ากันบ่อยๆ
  • ไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศทุกๆ 3 เดือน
  • พ่อแม่มาช่วยเลี้ยงหลาน หรือ spend time อยู่กับครอบครัวเราได้นานๆ

สิ่งที่เราควรต้องรู้:

  • พ่อแม่ต้องมีประกันสุขภาพด้วยนะครับ
  • ลูกที่สามารถสปอนเซอร์พ่อแม่ได้นั้น ต้องเป็น PR หรือ citizen เท่านั้น
  • ลูกที่เป็น PR หรือ citizen สามารถสปอนเซอร์ได้เฉพาะพ่อกับแม่ ไม่สามารถสปอนเซอร์ พี่น้อง ลุงป้า น้าอา หรือญาติคนอื่นๆได้



Sunday, October 7, 2012

label-free visa

ตอนนี้ Australian government ก็กำลังผลักดันให้คนที่ถือวีซ่าของประเทศ Australia ใช้ระบบ label-free visa ก็คือ ตอนนี้วีซ่าทุกอย่างถูกทำเป็นระบบ electronic และผู้ถือวีซ่าก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้อง sticker visa อีกต่อไป ซึ่งจริงๆทางอิมมิเกรชั่นก็ใช้ระบบนี้มานานแล้วหละ แต่หลายๆคนก็ยังอยากที่จะติด sticker visa กันอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงาน อิมมเกรชั่น

ถ้าใครอยากจะติด sticker ก็จะมีค่าใช้จ่าย $70 และก็ต้องกรอกฟอร์มเพื่อขอ sticker อีกด้วยนะครับ

ทางอิมมิเกรชั่นก็รณรงค์ให้คนที่ถือวีซ่า ให้ check visa status ได้ทาง Internet และที่สำนักงานของอิมมิเกรชั่น ก็จะมี booth เล็กๆให้คนเช็ค visa status กันได้

ทางอิมมิเกรชั่นก็คงจะมีการประกาศเร็วๆนี้นะครับ
นี่ผมก็เอาข่าววงในมาแจ้งให้ทุกคนทราบกันก่อน