Monday, August 31, 2015

การขอสัญชาติออสเตรเลีย


เดี๋ยววันนี้เรามาอ่านอะไรเกี่ยวกับการขอสัญชาติออสเตรเลีย หรือ ซิติเซ่น citizen กันดีกว่าครับ เพราะเขียนเรื่องวีซ่า 457, PR และก็วีซ่าแต่งงาน มาเยอะแล้ว

การที่เราจะสามารถสมัครเป็นซิติเซ่นได้นั้นเราทำได้หลายแบบ แต่คนไทยเราส่วนมากก็จะขอซิติเซ่นแบบ conferral กัน ซึ่งก็คือ ได้ PR แล้ว และก็ทำเรื่องขอสัญชาติหลังจากนั้น ดังนั้นเราจะขอเขียนเฉพาะ case ของ conferral นะครับ ถ้าใครอยากทราบ case อะไรแบบอื่นก็ติดต่อมาได้นะครับ

การขอซิติเซ่นของออสเตรเลีย แบบ conferral มีกฏง่ายแค่ 2 ข้อคือ

  • ต้องอยู่ที่ออสเตรเลียด้วยวีซ่าที่ถูกต้อง อย่างน้อย 4 ปี 4 ปีที่ผ่านมาอาจจะอยู่ด้วยวีซ่าอะไรก็ได้ อย่างเช่นวีซ่านักเรียน วีซ่า 457 วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับคนที่ได้วีซ่ายาว ๆ มาเยี่ยมลูก อะไรก็ว่าไป
  • ต้องอยู่ที่ออสเตรเลียด้วย PR อย่างต่ำ 1 ปี ดังนั้นถ้าใครถือวีซ่าอะไรมาก่อน 3 ปี แล้วได้ PR อีก 1 ปี ก็ทำเรื่องขอสัญชาติได้เลยครับ 

ถ้าเรามีลูกที่อายุต่ำกว่า 16 ปี เราก็สามารถรวมลูกเข้าไปได้เลยกับใบสมัคร ถ้าใครอายุเกิน 16 ปี เค๊าก็ต้องทำเรื่องขอสัญชาติเอง แยกใครแยกมัน

ค่าสมัครตอนนี้ก็ถูกๆเองครับ คนละ $260 เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ไม่ต้องจ่ายครับ

ก่อนที่จะเป็นซิติเซ่น กลายเป็นคนที่ออสเตรเลียแบบเต็มตัว เราก็ต้องมีการสอบด้วยนะครับ สอบเป็น multiple choices แบบ ก ข ค ง ง่ายๆ คำถาม 20 ข้อ ต้องตอบให้ถูก 15 ข้อ และให้เวลาในการสอบ 45 นาที ข้อสอบก็เป็นข้อสอบในคอมพิวเตอร์ สอบผ่านหรือไม่ผ่าน เราจะรู้ผลสอบทันที 

ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็สอบได้อีกหลายๆรอบใน 1 วัน ถ้าเจ้าหน้าที่ว่างนะครับ เอาง่ายๆคือประมาณว่า แจกกันไปเลยครับ สอบไม่ผ่านตอนเช้า ตอนบ่ายสอบอีกก็ได้

คำถามก็จะเป็นคำถามทั่วๆไปเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย ถ้าเราอยู่ที่ออสเตรเลียมา 4 ปีแล้ว รับรองว่าผ่านแน่นอนครับ

ทางอิมมิเกรชั่นเองก็มีหนังสือคู่มือประมาณ 40 หน้าให้อ่าน ถ้าใครอยากจะอ่านหนังสือก่อนสอบ หนังสือก็มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็ลองติดต่ออิมมิเกรชั่นดูนะครับ

หากใครได้ PR มาเกิน 1 ปีแล้ว และก็อยู่ที่ออสเตรเลียเกินมา 4 ปี ก็ลองศึกษาดูนะครับ ว่าอยากได้สัญชาติออสเตรเลียมั๊ย โดยเฉพาะคนที่คิดจะเรียนต่อที่มหาลัยหรือ TAFE เพราะค่าเรียนที่นี่แพงมาก แต่ถ้าเป็นซิติเซ่น เราก็สามารถกู็เงินเรียนได้ โดยใช้ HECS หรือคนที่มีลูกและอยากให้ลูกเรียนที่นี่แบบถูกๆ เรียนแบบราคาของคนที่เป็นซิติเซ่น (ซิติเซ่น เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาล - ม.6)

การเป็นซิติเซ่นก็มีประโยชน์อะไรอีกหลายอย่างนะครับ เดี๋ยววันนี้ขอเขียนเอาไว้แค่ขั้นตอนการสมัครทั่วๆไปก่อน เดี๋ยวโอกาสหน้า เรามาว่ากันใหม่.....



Saturday, August 29, 2015

ถือวีซ่า 457 อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ทำไงดี


เข้าใจนะครับว่า ความฝันของหลายๆคนก็คือการเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนายของตัวเอง เลิกเป็นลูกจ้าง เลิกเป็นพนักงาน และเลิกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นเค๊า

อย่างที่ผมเคยเอาไว้คราวก่อนๆว่า วีซ่าอะไรๆก็ทำธุรกิจได้ และผมก็ได้เน้นเอาไว้ด้วยเหมือนกันว่า ทำงานได้ กับ ทำธุรกิจได้ นั้นไม่เหมือนกัน หากใครยังไม่อ่านก็แนะนำให้ลองอ่านกันดูนะครับ

สำหรับคนที่ถือวีซ่า 457 และโดยเฉพาะคนที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ไม่ใช่กลุ่มที่สปอนเซอร์ตัวเอง เราต้องดู visa conditions ของเราด้วยนะครับ เพราะว่าวีซ่า 457 เราจะเป็นเบี้ยล่างนายจ้างนะครับ ขอใช้ภาษาง่ายๆนะครับ ชีวิตเราแขวนไว้กับนายจ้างนะครับ ดูมันเศร้าๆยังไงบอกไม่ถูกน๊อ แต่มันก็จริงนี่นา

visa conditions ของวีซ่า 457 มีบอกเอาไว้ว่าเราต้องทำงานให้กับนายจ้างที่ทำเรื่องสปอนเซอร์ให้เราเท่านั้น ก็เค๊าสปอนเซอร์เราแล้วหนิ มันก็ make sense ที่เราต้องทำงานให้เค๊า อย่างน้อยก็จนกว่าเราจะได้ PR แหละ

เราไปทำงานกับนายจ้างเจ้าใหม่ไม่ได้ นอกเสียจากนายจ้างเจ้าใหม่จะทำเรื่องสปอนเซอร์เรา ซึ่งเราก็สามารถเปลี่ยนสปอนเซอร์ได้อยู่แล้ว 

แต่ก็อย่าลืมว่าความฝันของคนหลายๆคนคือการอยากได้ PR กัน และถ้าอยากได้ PR กัน เราก็ต้องทำงานให้กับนายจ้างนั้นไปจนถึง 2 ปี (Transitional Stream) ถ้าเราเปลี่ยนนายจ้าง เราก็ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ต่อให้เราซื้อธุรกิจแล้วสปอนเซอร์ตัวเองก็เถอะ มันก็ถือว่าเป็นนายจ้างเจ้าใหม่ new employer อยู่ดี เพราะเป็น ABN หรือ ACN ตัวใหม่ เราก็ต้องมานั่งเริ่มต้นนับใหม่อยู่ดี

ก็มีหลายคนนะครับ ที่ทำงานอยู่กับนายจ้างแล้วก็คิดอยากจะซื้อกิจการต่อจากนายจ้างกัน เพราะเราเองก็ทำงานอยู่ที่นั่นมา รู้ระบบการบริหารอะไรต่างๆนาๆ ก็เลยคิดว่าจะซื้อและเซ้งกิจการจากนายจ้างสะเลย อะไรประมาณนั้น

จะยังไงเสียก็แนะนำให้คิดให้ดีๆนะครับ คิดหน้า คิดหลัง ทั้งแง่ดีและแง่บวก 

ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีการเดินไปข้างหน้าแหละนะ จะให้เรามามัวย่ำอยู่กับที่ก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ต้องคิดต้องวางแผนงานอะไรนิดหนึ่งนะครับ

ถ้าเราไม่ mind ที่จะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เราก็สามารถซื้อธุรกิจได้ แล้วเอาธุรกิจเรามาสปอนเซอร์ตัวเองได้ แต่อย่าลืมว่าถ้าเราเปิดธุรกิจใหม่ ธุรกิจไม่ถึง 12 เดือน เวลา approve ธุรกิจสปอนเซอร์ก็จะสปอนเซอร์ได้แค่ 1.5 ปีเองนะครับ พอเปิดธุรกิจไปได้ถึง 12 เดือนก็ค่อยมาทำเรื่องสปอนเซอร์อีกรอบ เพราะถ้าไม่งั้นเราก็ทำงานไม่ถึง 2 ปี ทำ PR ไม่ได้

อีกแหละ ถ้าไม่ mind ที่จะทำเรื่องสปอนเซอร์รอบที่ 2 ก็ไม่เป็นไร เพราะของแบบนี้ สถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลายๆคนก็เบื่อที่จะเป็นลูกจ้าง ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ไม่ว่ากันครับ

ที่เขียนมานี้ก็เพื่อเป็นข้อมูลให้คนได้อ่านกันนะครับ เพราะก็มีพี่ๆเค๊าโทรมาปรึกษา...

Just another วิทยาทาน จาก J Migration Team นะครับ อ่านแล้วชอบก็บอกต่อนะครับ...

Friday, August 28, 2015

วีซ่า 457 ทำที่ใหนก็เหมือนกัน


วีซ่ามาประเทศออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นการที่เราได้รับข่าวสารข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ และแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก็ควรที่จะเป็นนักการกฏหมายที่ถือใบประกอบวิชาชีพและ license และมีหมายเลย MARN ที่ถูกต้อง

จะสังเกตุเห็นว่า J Migration Team ช่วงนี้เขียน blog เกี่ยวกับ วีซ่า 457 บ่อย สาเหตุที่เขียนบ่อยก็เพราะคนติดต่อสอบถามเข้ามาเยอะมาก เรื่องวีซ่า 457 และเราก็ได้สังเกตุเห็นว่า ลูกค้าที่ติดต่อสอบถามเข้ามา หลายๆคนได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมา เพราะบางทีก็ได้ข้อมูลของวีซ่า 457 เมื่อปีที่แล้ว หรือหลายๆปีที่ผ่านมา

ตอนนี้ยังมีหลายๆคนที่คิดว่าถ้าขอวีซ่า 457 มาจากเมืองไทยแล้วต้องรอเรื่องอยู่ที่เมืองไทย ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ เพราะรัฐบาลมีความยืดหยุ่นกับวีซ่า 457 พอสมควร ตอนนี้ไม่ว่าเราจะยื่นวีซ่า 457 มาจากข้างนอก offshore หรือยื่นภายในประเทศเป็นพวก onshore ตอนนี้ความแตกต่างก็อยู่แค่ที่ว่าวีซ่า 457 ที่ขอมาจากข้างนอกประเทศ จะไม่ได้ Bridging Visa A ก็เท่านั้นเอง

สำหรับคนที่ขอวีซ่า 457 ก็สามารถเข้ามารอเรื่องที่นี่ออสเตรเลียได้ ไม่มีปัญหา ส่วนจะมารออยู่ด้วยวีซ่าอะไรนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง

ดังนั้นขอสยบข่าวลือและข้อมูลที่บอกว่ายื่นวีซ่า 457 มาจากข้างนอก ก็ต้องรอวีซ่าอยู่ข้างนอก ไว้ ณ ตรงนี้นะครับ

แต่พูดถึงแล้วนะ วีซ่า 457 ถ้าเอกสารครบ มันก็ grant ได้ภายใน 4-5 weeks เองนะ

ปรึกษาเรื่องกฎหมายจากคนที่มี MARN เท่านั้น


จะสังเกตุเห็นว่า J Migration Team ช่วงนี้เขียน blog เกี่ยวกับ วีซ่าออสเตรเลีย นั่น นี่ โน่น อยู่บ่อยๆ สาเหตุที่เขียนบ่อยก็เพราะอยากจะให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคนไทยด้วยกัน เพราะเราก็ได้สังเกตุเห็นว่า ลูกค้าที่ติดต่อสอบถามเข้ามา หลายๆคนได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมา เพราะบางทีก็ได้ข้อมูลของวีซ่าเก่าๆ เมื่อปีที่แล้ว หรือหลายๆปีที่ผ่านมา

วีซ่าของประเทศออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องสอบถามผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ถามแต่คนที่เรารู้จัก หรือเคยทำวีซ่านั้นๆมาแล้ว คนที่เคยทำวีซ่านั้นๆมาแล้วก็เหมือนกัน ข้อมูลที่บอกเพื่อนๆไปก็ต้องเค๊าด้วยว่า ตัวเองทำวีซ่าไปปีใหน ได้วีซ่าตอนปีใหน จากปีโน้นถึงปีนี้กฎหมายวีซ่าออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงกี่รอบ มีการเปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง รัฐบาลเดีวกันแต่เปลี่ยนรัฐมนตรีกี่รอบ ฉันใดก็ฉันนั้น มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี ก็มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายวีซ่าออสเตรเลีย ดังนั้นข้อมูลก็ต้อง update อยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

นักกฎหมายเรื่องวีซ่าของประเทศออสเตรเลีย ถ้าเป็นนักกฎหมายที่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย ก็ต้องมีหมายเลขประกอบวีชาชีพ MARN ซึ่งทุกคนต้องมี ถ้าคนใหนไม่มีหมายเลข MARN ก็ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่น หรือวีซ่าออสเตรเลียไม่ได้

แต่สำหรับนักกฎหมายที่อยู่นอกประเทศออสเตรเลียนั้น กฎหมายไม่ได้บังคับว่าเค๊าจะต้องมีหมายเลข MARN เพราะกฎหมายของประเทศออสเตรเลียก็ครอบคลุมได้แค่อยู่ในขอบเขตของประเทศออสเตรเลียเท่านั้น

หมายเลขประกอบวิชาชีพ MARN นี้ก็เป็น license ที่ได้จาก MARAOffice of the Migration Agent Registration Authority ซึ่งก็เป็นหน่วยงานที่คอยสอดส่องดูแล และควบคุมคุณภาพของทนายและอิมมิเกรชั่นเอเจนท์ที่ให้คำปรึกษาทางด้านวีซ่าของประเทศออสเตรเลีย

การที่เราจะได้หมายเลขประกอบวิชาชีพเป็นนักกฎหมายอิมมิเกรชั่นของออสเตรเลียนั้น เราก็ต้องจบมาทางด้านกฎหมายและทุกๆปีเราก็ต้องมีการเข้าคอร์ส, เข้า workshop, เข้าสัมมนา เพื่อที่จะได้ update ความรู้อยู่เรื่อยๆ และเราก็ต้องเข้าคอร์ส, เข้า workshop, เข้าสัมมนา กันให้ได้ครบ 10 points กันทุกปี ถ้าไม่อย่างนั้น ปีต่อไปเราก็ต่อหมายเลข MARN ของเราไม่ได้

ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่า คนที่มีหมายเลขประกอบวีชาชีพอิมมิเกรชั่นที่ถูกต้อง มี MARN ที่ถูกต้องนั้น ยังไงๆเสียก็ให้คำปรึกษาได้ดีกว่าเพื่อนข้างบ้านเราแน่นอน

ต่อไปถ้าจะรับฟังอะไรจากใคร ก็ดูด้วยนะครับว่าเค๊ามีหมายเลข MARN มั๊ย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านอะไรจากอินเตอร์เนท หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารทั่วๆไป