Saturday, February 27, 2016

Partner Visa ของออสเตรเลีย ตอนที่ 4; มีลูก ติดตามหรือไม่ติดตามดีนะ


เดี๋ยววันนี้เรามาเรียนรู้กันนะครับว่า การที่เรามีลูกติดเนี๊ยะ ไม่ว่าจะยื่นที่ออสเตรเลียแบบ onshore หรือยื่นมาจากข้างนอกประเทศเป็นแบบ offshore แต่ละแบบ แต่ละประเภท การที่เรามีลูกติดแล้ว เราจะยื่นแบบใหน ทำอะไรได้บ้าง

คำว่าลูกติดในที่นี้หมายถึงลูกที่ได้มาจากการมีคู่ครองมาก่อนหน้านี้ และรวมไปถึงลูกบุณธรรมด้วยนะครับ

ลูกติดไม่เกี่ยวอะไรกับกับลูกที่เกิดจากคนที่เขาทำเรื่องสปอนเซอร์ให้เรานะครับ เพราะนั่นเราไม่เรียกว่าลูกติด

ถ้าเราไม่มีลูกติด เราก็สามารถยื่น Partner Visa ได้เลย ทั้งแบบ onshore และ offshore ตามที่เราได้เขียน blog เอาไว้คราวก่อน

แต่ถ้าเรามีลูกติดที่อายุไม่เกิน 25 ปีแล้วอยากจะทำเรื่องสปอนเซอร์ เอาลูกมาอยู่ที่ออสเตรเลียด้วย มันก็สามารถทำได้หลายแบบ หลายวิธีคือ

1. ทำเรื่องพร้อมๆกัน:
ไม่ว่าเราจะยื่นแบบ onshore หรือ offshore ถ้าเราอยากจะทำเรื่องให้ลูกเราไปด้วยพร้อมๆกันกับเราไปเลย เราสามารถทำได้ดังนี้:

  • ถ้าเรายื่นเรื่อง offshore, ลูกเราก็ต้องอยู่ offshore ด้วยเหมือนกัน
  • ถ้าเรายื่นเรื่อง onshore, ลูกเราก็ต้องอยู่ onshore ด้วยเหมือนกัน

แต่ก็มีหลายคนที่เลือกที่จะเอาลูกมาทีหลัง เพราะตัวเองก็คงอยากจะมาปรับตัวก่อน หรืออาจจะได้เหตุผลทางด้านการเงิน หรือกฏหมายการดูแลลูกที่ยังสะสางกับคดีเก่ายังไม่เสร็จก็มี หรือเหตุผลอะไรต่างๆกันออกไป แต่ละคนจะมีเหตุผลที่แตกต่าง

2. ทำเรื่องแยกกัน:
ถ้าหากเราและลูกเลือกที่ทำเรื่องแยกกัน ไม่ว่าเราจะทำเรื่อง Partner Visa แบบ Onshore หรือ Offshore ก็ตามแต่ เราจะสามมารถทำเรื่องเอาลูกเรามาได้ก็ต่อเมื่อ Partner Visa เราผ่าน stage 1 หรือ stage 2 ไปแล้วเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า เราต้องได้ TR (Temporary Resident หรือวีซ่าชั่วคราว) หรือ PR (Permanent Resident หรือวีซ่าถาวร) ก่อนเท่านั้น เราถึงจะสามารถทำเรื่องสปอนเซอร์เอาลูกเรามาได้

การทำเรื่องเอาลูกมา หลังจากที่เราได้ TR นั้นจะแตกต่างการทำเรื่องเอาลูกมาหลังจากที่เราได้ PR

2.1 เอาลูกมาหลังจากที่เราได้ TR: เราจะได้ TR หลังจากที่เราทำเรื่อง stage 1 ผ่านแล้ว และเราก็ต้องรอให้ครบกำหนด 2 ปีหลังจากวันที่เรายื่นทำเรื่อง Partner Visa ตั้งแต่แรกเลย เราถึงจะทำ stage 2 เพื่อทำเรื่อง PR ได้ แต่ในระหว่างที่รอนี้ เราก็สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์เอาลูกเราเข้ามารวมกันใน application ของ stage 2 (permanent stage) ได้ เราเรียกว่า Dependent Child Visa; Subclass 445

case แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยในกรณีที่เราทำเรื่อง Partner Visa Onshore แต่ว่าลูกเรายังอยู่ที่เมืองไทย หรืออาจจะประเทศอื่นๆ ก็เอาเป็นว่า ลูกเราอยู่ offshore ก็แล้วกัน เพราะถ้าเรายื่นเรื่อง onshore แต่ลูกเราอยู่ offshore เราไม่สามารถทำเรื่องเอาลูกมาได้เลยตอนที่ยื่นครั้งแรก stage 1

Subclass 445 นี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสียคือ:
  • ข้อดีของ Dependent Child Visa; Subclass 445 คือลูกจะได้ PR ไปพร้อมๆกันกับเราเลย ตอนที่เราทำ stage 2, permanent stage
  • ข้อเสียของ Dependent Child Visa; Subclass 445 คือระยะเวลาในการพิจารณา Dependent Child Visa; Subclass 445 ก็นานเหมือนกัน ประมาณ 9-12 เดือน ซึ่งก็หมายความว่า เราเองก็ต้องรอเรื่องของลูกๆให้ผ่าน ให้ได้วีซ่า subclass 445 ก่อน พอลูกๆได้วีซ่า subclass 445 แล้ว เราถึงจะสามารถทำเรื่องของ stage 2 ได้ ไปพร้อมๆกันกับลูกๆเราเลย ซึ่งก็จะทำให้เกิดการล่าช้า แต่ก็มีหลายคนเลือกที่จะรอ เพราะอยากได้ PR ไปพร้อมกันกับลูกเลย

2.2 เอาลูกมาหลังจากที่เราได้ PR: อีกวิธีหนึ่งก็คือ เรารอให้เราได้ PR ก่อน รอให้เรื่องเสร็จทุกอย่างก่อน แล้วค่อยทำเรื่องเราลูกเรามาทีหลัง อาจจะด้วยเหตุผลการทางเงิน หรือว่าความพร้อมของการปรับตัวเข้ากับคนในครอบครัว หรือว่าประเทศและวัฒนธรรมที่แตกต่าง 

วิธีการและขั้นตอนก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแต่ว่าการทำเรื่องหรือการยื่นเรื่อง เราต้องยื่นให้ถูกประเภท ให้ถูก subclass ก็เป็นพอ

การทำเรื่องเอาลูกมาหลังจากที่เราได้ PR นี้ เราจะต้องสมัคร Child Visa; Subclass 101 

จะสังเกตุว่าชื่อและ subclass ของวีซ่าจะแตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องเลือกและสมัครให้ถูก subclass เพราะ subclass 445 และ subclass 101 นั้น ขั้นตอนและวิธีการสมัครจะไม่เหมือนกัน

หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องมีหลายแบบ หลาย subclass ให้มันซับซ้อนจังเลย

ก็ไม่รู้นะครับ ต้องไปถามอิมมิเกรชั่นเอาเอง... ต้องไปถามคนที่เขาออกกฎหมาย

เอาเป็นว่าให้เรารู้เท่าทัน และเลือกที่จะสมัครและทำเรื่องให้ลูกเราได้ถูกต้องก็เป็นพอ...

Wednesday, February 24, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Australian Partner Visa กับการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship จดที่ใหน อะไร ยังไงดี


มีคนสอบถามเข้ามาเยอะมาก ในเรื่องของการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship เพื่อทำ Partner Visa ไม่ว่าจะเป็นแบบเพศเดียวกันหรือแบบต่างเพศ

อย่างที่เคยเขียนเอาไว้ว่า การจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship นั้น ไม่ได้สามารถจดได้ทุกรัฐหรือทุกเขตการปกครองพิเศษ ตอนนี้รัฐและเขตการปกครองพิเศษที่สามารถจดได้ก็จะมีที่ NSW, ACT, VIC, QLD และ TAS เท่านั้น

แต่ละรัฐและเขตการปกครองพิเศษจะมี requirement ที่แตกต่างกันออกไป แต่จากที่เราศึกษาและการเข้าไปสัมนาและเรียนรู้จาก workshop และได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้กันกับคนที่ทำอาชีพเดียวกันกับเรา เราก็พอจะสรุปได้ว่า รัฐที่ทำ register of relationship ได้ง่ายที่สุดก็คือ NSW

สาเหตุที่ NSW เป็นรัฐที่ทำ register of relationship ได้ง่ายที่สุดก็เพราะว่า:
  • แค่คนใดคนหนึ่งอาศัยอยู่ใน NSW เท่านั้น
  • ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องอาศัยอยู่ที่ NSW นานเท่าไหร่
ดังนั้นหลายๆคู่ที่อยู่ต่างรัฐ หรือต่างเขตการปกครองพิเศษ (territories) อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ถ้าหากเราพักอยู่อาศัยในรัฐนั้นๆ หรือเขตการปกครองพิเศษนั้นๆไม่ได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด หรือบางคนที่มาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว วิธีที่ง่ายที่สุดคือ มาจด register of relationship ที่ NSW

บางคนอาจจะบอกว่า ไม่มีที่อยู่ที่ NSW หละ จะทำยังไงดี...

ไม่มีที่อยู่ที่ NSW ก็ไม่เป็นไรนะครับ ก็มาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนหรือญาติชั่วคราวก็ได้ แล้วก็เปลี่ยนที่อยู่ใน driver license และให้มีบิลอะไรมาบ้านหลังนี้ก็ใช้ได้แล้ว

แล้วถ้ามาแบบไม่รู้จักใครเลย ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ ไม่รู้จะไปใช้ที่อยู่ใครดี จะทำอะไร ยังไงดี ถ้าเป็นแบบนี้ก็ติดต่อเราได้ 

J Migration Team เราก็มี package ที่จะช่วยเหลือคนที่ต้องการที่มาจด register of relationship ที่ NSW ได้ แต่ก็อย่าลืมว่า ทุกอย่างในชีวิตมันก็ต้องมีการลงทุน

package แบบนี้ มีค่าใช้จ่ายแน่นอน ก็ลองสอบถามกันเข้ามาได้นะครับ เพราะว่าอะไรที่ได้มาง่ายๆ มันก็คงไม่เห็นคุณค่ากัน... มันก็เลยต้องมีค่าใช้จ่าย

Friday, February 19, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Australian Partner Visa กับการมีแฟนที่ขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล


สำหรับคนที่จะทำ Partner Visa ไม่ว่าจะเป็นคู่รักแบบเพศเดียวกัน หรือเพศตรงข้าม ถ้าหากแฟนเราเขาได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล จาก CentreLink ก็คงจะมีบ้างที่เงินช่วยเหลือของเขาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่นั่นมันก็เป็นสัจธรรมของชีวิต คนเรามันต้องได้อย่าง เสียอย่างนะครับ

you cannot have both worlds, ดังนั้น กับการที่เราต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างมา มันก็คุ้มค่าไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียว โดดเดี่ยวอุรา มันก็ต้องเลือกที่จะทำอะไรกับชีวิตสักอย่าง

กับการที่เสียบางอย่างไปเพียงแค่เล็กน้อย แล้วได้อะไรมาที่มันคุ้มค่ากว่า นั่นคือคู่ชีวิตเลยนะ ก็อยากให้คนที่ plan จะทำวีซ่า Partner Visa มีการจับเข่าคุยกันนะครับ



อย่ามัวแต่โอ้เอ้ลังเลใจกันอยู่ เพราะการปล่อยเวลาทิ้งไปแต่ละวัน นั่นคือการใช้เวลาที่สูญเปล่า ไม่เกิดประโยชน์

Thursday, February 18, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย จดทะเบียนความสัมพันธ์แล้วจะต่อ Partner Visa ได้มั๊ย


น้อง “B” จาก Sydney โทรมาสอบถามเพราะน้องจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship ไปแล้วกับแฟน เมื่อ Oct 2015 ที่ผ่านมา


ตัววีซ่านักเรียนของน้องเองก็ไม่ติด condition 8503, 8534 อะไร
แต่ตัวน้องเองดันเรียนผิดวีซ่า subclass สะด้วยสิ ถือวีซ่า subclass 573 แต่ดันไปเรียน college ของพวก subclass 572 โอกาสที่น้องที่ต่อวีซ่านักเรียนผ่านนั้นบอกได้เลยว่ามีน้อยนิด!!!

น้อง “B” เองก็อยากจะทำ Partner Visa เหมือนกัน แต่เพื่อนๆ หางอึ่ง ทั้งหลายก็คอยเป่าหูว่าอยู่กันยังไม่ถึง 12 เดือน เดี๋ยวอิมมิเกรชั่นจะมองว่าน้อง “B” จงใจมาขายหอยหรือเปล่า

น้อง “B” เองก็ไปปรึกษาอะไรต่อมิอะไรมาแล้วหลายที่แล้ว แต่ไม่มีใครตอบโจทย์ของน้อง “B” ได้สักคน

และน้อง “B” เองก็กลัวว่าวีซ่าของน้องเองจะไม่สวย เพราะมีปัญหาเรื่องวีซ่านักเรียน subclass 573 และ 572 เข้ามาพัวพัน

นี่คือคำตอบของ P’ J:

  • น้องจด register of relationship ตั้งแต่ Oct ตามกฏหมายแล้วก็สามารถยื่น Partner Visa ได้เลย ตั้งแต่ Oct
  • ไม่ต้องกลัวว่าอิมมิเกรชั่นจะกล่าวหาว่าน้อง “B” มาขายหอย เพราะกฏหมายก็คือกฏหมาย เราต้องเอากฏหมายเข้ามากางคุยกัน จะขายหอยหรือเปล่า นั่นมันเรื่องส่วนตัว 
  • พอน้อง “B” ยื่น Partner Visa ปุ๊บ ไอ้ปัญหาเรื่องวีซ่าตัวเก่า จะสวยหรือไม่สวยก็ไม่เกี่ยวแล้วจ๊ะ
  • ดีกว่าจะเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมอีก 2 เทอม น้อง “B” เก็บเงินมาทำ Partner Visa ดีกว่า ได้ PR เลย 2 ปี

ก็ปล่อยเพื่อนน้องหางอึ่ง ให้เป็นหางอื่งอีกต่อไป ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเขา แค่ฟังๆ แล้วก็เดินจากไปก็พอ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คิดเสียว่า คนกว่าเราจะได้ดีหนะมีอยู่เยอะแยะ ไม่ต้องไปสนใจ

ศึกษาและเรียนรู้ อย่าเป็นพวก "เพื่อนบอกว่า"

คิดว่า P’ J ตอบโจทย์ทุกข้อของน้อง “B” นะครับ