Monday, June 27, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Skill assessment นั้นสำคัญไฉน


สำหรับ Skilled Migrant วีซ่าแล้ว หลายคนคิดว่าเป็นอะไรที่ทำได้ยาก เป็นอะไรที่เกินเอื้อม เพราะว่าอาจจะเรียนมาไม่ตรงสาขาบ้างล่ะหรือว่าภาษาอังกฤษไม่ดี IELTS ไมถึงบ้างหละ แต่ Skilled Migrant programme ก็ target diffennt audience นะครับ เพราะว่าเพราะว่าจริงๆแล้ว Skilled Migrabt vVisa ก็มีเอาไว้เพื่อที่จะสปอนเซอร์คนที่เรียนจบในสาขาที่ทางรัฐบาลของออสเตรเลียต้องการ หรือเราเรียกกันว่า SOL; Skilled Occupation List

ซึ่งสาขาส่วนมากแล้วก็จะเป็นสาขาที่เรียนในระดับมหาลัย ซึ่งก็เรียนยาก และในส่วนของภาษาอังกฤษเองก็มี requirement ที่สูงกว่า visa ทั่วๆไป ดังนั้นคนไทยส่วนมากก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับ Skilled Migrant Visa เท่าไหร่ แต่ถ้าลองศึกษาดีๆแล้วเราจะรู้ว่า Skilled Migrant Visa เป็นอะไรที่ไม่ยากจนเกินไป ไม่สูงจนเกินไป ไม่ไกลจนสุดเอิ้อม

เราเคยได้เขียน blog เกี่ยวกับการนับเกี่ยวกับการ นับคะแนนการคำนวณ point ของ Skilled Migrant Visa ไปแล้วว่าถ้าต้องทำ Independent Skilled Migrant, Subclass 189 เราก็ต้องได้ 60 points ขึ้นไปหรือจะทำเป็น Skilled Nominated subclass 190 ก็ต้องการ point แค่ 55 points

การทำ Skilled Migrant Visa นั้นในส่วนของภาษาอังกฤษเองก็มี requirements ที่สูงกว่า visa subclass ตัวอื่นๆ เพราะว่าการที่เราจะทำ Skilled Migrant Visa ได้นั้นเราจะต้องมีภาษาอังกฤษ IELTS general ทุกอย่างอย่างต่ำ 6 (พูด อ่าน เขียน ฟัง; 6 6 6 6) หรือเทียบเท่า; PTE, OET, TOEFL iBT หรือ CAE ที่บอกว่าทุกอย่างอย่างต่ำ 6 เรายังไม่ได้ point ด้วยซ้ำไป ถ้าเราอยากได้ point จากภาษาอังกฤษ เราต้องสอบให้ได้ ielts general ทุกอย่างอย่างต่ำ 7 ขึ้นไปเราถึงจะได้ 10 points หรือทุกอย่างอย่างต่ำ 8 ขึ้นไปเราถึงจะได้ 20 points นี่ก็แค่การคำนวณ point ทั่วๆไปของการทำ Skilled Migrant Visa

แต่ปัญหาและอุปสรรคมันไม่ได้อยู่แค่นั้น มันยังมี requirements ของการทำ skill assessment เข้ามาข้องเกี่ยวด้วย การทำ skill assessment เราก็เคยได้เขียน blog ไปแล้วว่ามันมีความจำเป็นสำหรับการทำ Skilled Migrants อย่างไร เพราะว่าการที่รัฐบาลจะให้ PR กับใครสักคนเพื่อที่จะเข้ามาอยู่ในประเทศนี้ รัฐบาลเองก็ต้องการ make sure ว่า บุคคลคนนั้นมีคุณสมบัติครบตามที่ตลาดแรงงานต้องการ และมีประสิทธิภาพในการทำงาน และการหางานทำ เพราะรัฐบาลเองก็ต้อง make sure ว่าคนที่ได้ PR แล้วเขาจะสามารถหางานทำได้ จะไม่มาขอเงินสวัสดิภาพ CentreLink จากรัฐบาล

คนที่ขอ PR ด้วย Independent Skilled Migrant subclass 189 หรือ Skilled Nominated subclass 190 ยกตัวอย่างเช่น:

Accountant: หรือคนทำบัญชี การทำ skill assessment กับ CPA ภาษาอังกฤษที่ใช้ก็จะเป็น IELTS Academic ทุกอย่างอย่างต่ำ 7 (พูด อ่าน เขียน ฟัง; 7 7 7 7) ซึ่งบางทีก็เป็นการยากสำหรับหลายๆคน แต่ถ้าเรามองอีกแง่มุมหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว ถ้าเราจะไปใช้บริการของ accountant เราก็อยากจะใช้บริการของคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ต้องรู้ตัวบทกฎหมาย รู้วิธีการทำบัญชีที่ถูกต้อง ดังนั้นการทำ skill assessment จาก CPA ที่มีหรือ requirement ต้องใช้ภาษาอังกฤษ IELTS Academic ทุกอย่างอย่างต่ำ 7 จึงเป็นสิ่งสำคัญ

Teacher: หรืออีกสาขาอาชีพหนึ่งอย่างเช่นครูปฐมวัย ครูมัธยม หรือครูสอนโรงเรียนประถมซึ่งตอนทำ skill assessment ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ IELTS Academic ทุกอย่างอย่างต่ำ 8 (พูด อ่าน เขียน ฟัง; 8 8 8 8) หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการยากที่จะได้ IELTS Academic ทุกอย่างอย่างต่ำ 8 แต่ถ้ามองอีกในแง่มุมหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ถ้าเผื่อเราอยากจะส่งลูกเราไปโรงเรียน เราก็ต้องมั่นใจว่าครูที่สอนที่โรงเรียนสามารถพูดจาภาษาอังกฤษ และใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนรู้เรื่อง ดังนั้นการทำ skill assessment ของสาขาอาชีพครูจึงต้องใช้ IELTS ที่สูงมากเป็นธรรมดา

มีก็แค่เป็นตัวอย่าง แค่สาขาอาชีพบางอาชีพเท่านั้นนะครับ ก็ลองคิดดูสิว่าถ้าเผื่อ พยาบาล หมอหรือแพทย์ หรือ วิศวกร ถ้าเผื่อความรู้ความสามารถไม่ดีพอ ถ้าเผื่อภาษาอังกฤษเค้าไม่ดีพอ เราจะกล้าไปหาหมอไหม เราจะกล้าไปจ้างวิศวกร มาสร้างบ้านให้เราหรือเปล่า ก็ลองคิดกันดูนะครับ

ดังนั้น skill assessment จึงเป็นส่วนสำคัญของ Skilled Migrant Visa programme โดยเฉพาะ requirement ของภาษาอังกฤษ 

ดังนั้นก็ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนนะครับ...

Saturday, June 11, 2016

Online Course, Australian Partner Visa กับ J Migration Team



Online Course: Partner Visa รุ่นแรก 

Partner Visa แบบแต่งงานและไม่แต่งงาน (de facto) และทั้งแบบเพศเดียวกันและต่างเพศ


เรียนผ่านมือถือ, คอมพิวเตอร์ หรือ tablet….. อยู่ส่วนใหนของโลกก็เรียนได้

เรียนผ่าน facebook group


สามารถนำเอาความรู้ไปประยุกต์ในการสมัครวีซ่าได้ด้วยตัวเอง หรือมีความกระจ่างและความเข้าใจมากขึ้น



ไม่ต้องไปไล่อ่านตาม Pantip หรือ webboard ทั่วๆไปอีกต่อไป

เรียนจาก J Migration Team ที่มีหมายเลข MARN (0851174) ถูกต้องตามกฏหมาย


::: รายละเอียด course :::


"Online Seminar: Partner Visa:: by J Migration Team"


"เผยหมดเปลือก ‪ไม่มีกั๊ก"

- Partner Visa, สิ่งที่ควรรู้ ทั่วๆไป

- Partner Visa, วีซ่าแต่งงาน กับวีซ่าคู่หมั้น แตกต่างกันยังไง ข้อดีและข้อเสีย

- Partner Visa, ยื่นภายในประเทศออสเตรเลีย กับยื่นที่เมืองไทย หรือนอกประเทศออสเตรเลีย แตกต่างกันยังไง ข้อดีและข้อเสีย

- Partner Visa, แบบเพศเดียวกัน ทำอะไร ยังไงได้บ้าง

- Partner Visa กับ วีซ่านักเรียน, ยื่น Partner Visa แล้ว จะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อ แตกต่างกันยังไง ข้อดีและข้อเสีย

- Partner Visa, มีลูกติด ทำอะไร ยังไงได้บ้าง แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง



- 6 บทเรียน ที่จะเปลี่ยนจากคนที่ไม่รู้มาเป็นคนที่รู้

- ไม่ต้องไปฟังพวก “เขาเล่าว่าอีกต่อไป”

- LIVE สดๆ ตลอด course (บันทึกไว้ทุก LIVE)

- อาจมี LIVE แถมแล้วแต่คนเรียกร้อง (จนถึง 31 July)



ระยะเวลาเรียน 14 วัน; 4-17 July 2016



- อาทิตย์แรก; 4-10 July 2016 เรียน จันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 3pm (NSW timezone, 1pm WA, 12noon เที่ยงที่เมืองไทย)

- อาทิตย์ที่ 2; 11-17 July 2016 เรียน จันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 9pm (NSW timezone, 7pm WA, 6pm เมืองไทย)

- ไม่ว่างเวลานี้ สามารถกับมาดูซ้ำเทปบันทึกย้อนหลังกี่รอบก็ได้

- คำถามทุกคำถาม สามารถ post ทิ้งเอาไว้ได้ในกลุ่ม เราจะเข้ามาตอบ “ทุกวัน” จนถึงวันที่ 31 July 2016

- หลังจากวันที่ 31 July ทุกคนก็ยังสามารถเข้าเรียนได้ตลอด ดู LIVE ย้อนหลัง พูดคุยกันในกลุ่ม แต่เราอาจจะไม่ได้เข้าไปตอบคำถามเหมือนเดิม



::: ระบบการเรียน :::

- เรียนในคอร์สออนไลน์ สอนผ่านกลุ่มลับเฟสบุคชื่อกลุ่ม "Partner Visa by J รุ่นแรก"

- LIVE สดๆ ทุกบทเรียน ถามตอบกันตัวต่อตัว

- ผู้เรียนสามารถเรียนเวลาไหนก็ได้ เรียนซ้ำกี่รอบก็ได้ เรียนย้อนหลังได้

- สมัครครั้งเดียว เข้าเรียนและพร้อมรับข่าวสาร update ตลอดเวลา จนถึงสิ้นปี 31 Dec 2016

- เราจะปิด facebook group หลังจากวันที่ 31 Dec 2016



- ค่าเรียน, $299.00 (AUD)

- ถ้าโอนที่เมืองไทย ก็ใช้ rate ของวันนั้นๆ เราไม่ซีเรียส



วิธีการลงเรียน

1.โอนเงินค่า online course เข้าบัญชี เรามีบัญชีทั้งที่เมืองไทยและที่ออสเตรเลีย ติดต่อสอบถามขอหมายเลขบัญชีได้

2.ส่งหลักฐานการโอนไปที่ inbox ของ J Migration Team

3.รอตอบรับคำเชิญขอเข้ากลุ่ม facebook ชื่อกลุ่ม "Partner Visa by J รุ่นแรก"

4.เริ่มเรียน 4 July 2016



สมัครเรียน: วันนี้ - 1 July 2016.

Online course นี้จะเป็น course ที่ให้ความรู้สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้และหาความรู้ที่ถูกต้องนะครับ


เราไม่รับกรอกฟอร์ม หรือตรวจเอกสารให้ใน facebook group นี้ หรือ online course นี้นะครับ ถ้าหากใครต้องการให้เราดูแลเรื่องเอกสารให้ ก็ต้องใช้บริการอีกต่างหากนะครับ ไม่รวมใน online course $299 นี้นะครับ

Monday, June 6, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย De facto Partner ศึกษารู้เท่าทัน

Message from J Migration Team

Message from someone from the Internet


เผอิญว่า ผ่านเข้ามา แวะมาเจอ พวก post อะไรต่างๆตาม Internet...

เรายังยืนยันเหมือนเดิมนะครับว่า De facto relationship ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือนนะครับ "ถ้า" เราไปจด register of relationship.

กฏหมายทุกอย่างมีข้อยกเว้นเสมอ ถ้าฉลาดและรู้เท่าทัน

อย่าเชื่อใครเพียงเพราะว่าเขาไป post อะไรในกลุ่มต่างๆ หรืออ่านเจอตาม Pantip

เราต้องดู credential ของคนเขียนหรือคน post ด้วย
จะสังเกตุหรือเปล่าว่า J Migration Team เราจะไม่ไป post อะไรตาม facebook group หรือ Pantip

ทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์ที่ถูกต้องตามกฏหมายที่ออสเตรเลีย หรือใครที่อยากจะให้คำปรึกษาทางด้านอิมมิเกรชั่นของออสเตรเลีย จะต้องมีหมายเลข MARN เท่านั้น ของเรา MANR: 0851174 ครับ


ที่ต้องออกมาเขียน เพราะเราต้องการปกป้อง credential ของเรานะครับ... เราไม่ต้องการให้ใครมา challenge ในสิ่งที่เราเขียน เพราะก่อนที่จะเขียนอะไรออกไป เรามั่นใจแล้วก่อนที่เราจะเขียน และเราทำตรงนี้มานานแล้ว มั่นใจว่าชั่วโมงบินเรามากพอ

ความรักก็คือความรักสิ คนเรารักกันก็รักกันสิ ทำไมต้องอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือนด้วยละ ไร้สาระจริง ไม่ได้อิงนิยาย


ตามนั้น...

Sunday, May 29, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย ต่อวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน ทำอะไรได้บ้าง


มีน้องคนหนึ่งโทรเข้ามาปรึกษา น้องต่อวีซ่านักเรียนไม่ผ่านเพราะลงเรียนมาแล้ว 8 ปี 

ก่อนอื่นเราก็ต้องขอปรบมือให้กับ case officer ก่อนนะครับ เพราะถ้าเราเป็น case officer เราก็คงไม่ให้ผ่านเหมือนกัน คนอะไรเรียนกันตั้ง 8 ปีเลยเหรอ เรียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ไปหน้ามาหลัง ก็ถูกต้องแล้วหละที่ทาง case officer ไม่ยอมให้ผ่าน

สรุปก็คือ case officer ก็พอจะดูออกว่าคงไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะมาเรียนอะไรจริงจัง เพราะลงเรียนต่อ college แล้วก็เปลี่ยน course ลงไปมา ดูเหมือนว่าเรียนย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการก้าวหน้า

เราเคยเขียน blog เอาไว้แล้วนะครับ ว่าวีซ่านักเรียนไม่ได้สามารถต่อไปได้เรื่อยๆ

พอน้องต่อวีซ่าไม่ผ่าน น้องก็มีเวลาในการที่อุทรณ์ภายใน 21 วัน
ถ้าถามเรา เราก็บอกว่าอุทรณ์ไปก็คงไม่ผ่านหรอก แต่น้องเขาก็สามารถอุทรณ์เพื่อซื้อเวลา ก็เท่านั้นเอง เพราะในระหว่างที่รอเรื่องการอุทรณ์ที่ AAT น้องเขาก็สามารถหาทางออกในเรื่องของวีซ่าได้ ถึงแม้ว่าตอนที่อุทรณ์น้องเขาจะถือ Bridging Visa A ก็เถอะ มันก็พอมีวิธี แต่เราก็ต้องบอกเอาไว้ก่อนนะครับว่าสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สถานการณ์ของน้องเขาเป็น แบบนี้ แบบนี้..... เราก็เลยแนะนำน้องเขาไป แบบนี้... แบบนี้:

Subclass 457
ทำวีซ่าทำงานโดยที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ เพราะว่าน้องเขามีญาติที่เปิดร้านนวด แต่น้องเขาไม่ได้จบหรือเรียนมาทางด้านนวด แต่ก็ทำได้นะครับ ขั้นตอนที่เราแนะนำคือ:

  1. อุทรณ์เรื่องไปที่ AAT ภายใน 21 วัน น้องก็จะได้ Bridging Visa A
  2. ไปทำ RPL, Diploma Remedial Massage Therapist, ปกติก็ประมาณ 5-6 weeks ได้ ถ้าเอกสารครบนะครับ
  3. ทางร้านทำวีซ่า subclass 457, Stage 1: Standard Business Sponsor (SBS)  และ Stage 2 Nomination ในระหว่างที่น้องเขาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียได้
  4. เนื่องด้วยน้องเขาถือ Briding Visa A และน้องเขาก็โดนวีซ่า refusual มาจากวีซ่านักเรียนด้วย ดังนั้นน้องเขาจะโดน section 48 คือ ไม่สามารถยื่นเรื่องขอวีซ่าภายในประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ไม่เห็นยากอะไรนะครับ ตอนนี้น้องเขาถือ Bridging Visa A, น้องเขาก็สามารถขอ Briding Visa B ได้ เพื่อเดินทางออกไปข้างนอกประเทศได้ (ออกได้ไม่เกิน 3 เดือน)
  5. พอน้องเขาขอ Bridging Visa B, น้องเขาเดินทางออกไปนอกประเทศออสเตรเลียได้ จะไปเมืองไทย ไปบาหลี ไป Fiji หรือไป New Zealand อะไรก็ว่าไป เราก็สามารถยื่นวีซ่าทำงานโดยมีนายจ้างสปอนเซอร์มาจากข้างนอกประเทศออสเตรเลีย offshore ได้ครับ
  6. พอน้องเขายื่นเรื่องมาจากข้างนอกเสร็จ น้องเขาก็ยังสามารถกลับเข้ามาประเทศออสเตรเลียด้วยวีซ่า Bridging Visa B เพื่อที่จะรอวีซ่า subclass 457 เพราะวีซ่า subclass 457 (รวมไปถึง subclass 186 ENS และ subclass 187 RSMS) นั้นสามารถยื่นที่ใหนก็ได้ และสามารถรอวีซ่าอยู่ที่ใหนก็ได้
  7. ในระหว่างที่น้องเขารอเรื่องอุทรณ์ของ AAT ซึ่งก็คงจะต้องใช้เวลานาน; 203 วัน โดยเฉลี่ย (6-7 เดือน) เรามั่นใจว่าวีซ่า subclass 457 ถ้าเอกสารครบ อะไรครบ วีซ่าก็น่าจะออกได้ภายใน 6-8 weeks
Partner Visa
เนื่องด้วยน้องคนนี้ ตอนนี้ก็กำลังคบหาอยู่กับคนๆหนึ่งซึ่งเขาก็สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ให้น้องทำ Partner Visa ได้ ถึงแม้ว่าน้องกับแฟนคนนี้จะคบหากันยังไม่ถึง 12 เดือนก็ไม่เป็นไรครับ เพราะที่ NSW น้องสามารถไปจด register of relationship แล้วก็ยื่นทำเรื่องได้เลย ไม่ต้องรอให้ครบ 12 เดือน

แต่ก็อีกแหละ น้องเขาไม่สามารถยื่น Partner Visa ได้ที่ประเทศออสเตรเลีย เพราะน้องติด section 48 (วีซ่านักเรียนไม่ผ่าน visa refusal) 

แต่น้องเขาก็สามารถยื่น Partner Visa ได้คล้ายๆกับการยื่นวีซ่าทำงานโดยมีนายจ้างสปอนเซอร์ visa subclass 457 ด้วยการเดินทางออกไปยื่นข้างนอกประเทศเป็น offshore พอยื่นเสร็จน้องเขาก็สามารถกลับเข้ามารอเรื่องอุทรณ์จาก AAT ได้ พอเรื่องผลของการอุทรณ์จาก AAT ออกมา ซึ่งดูท่าทางก็คงไม่ผ่านอยู่แล้ว น้องเขาก็สามารถบินออกไปรอเรื่องต่ออยู่ที่เมืองไทย แต่อย่างน้อย เนื่องด้วย Bridging Visa A ของน้องที่ได้มาจาก AAT น้องเขาก็สามารถใช้เวลาอย่างน้อย 6-7 เดือน (203 วันโดยเฉลี่ย) อยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อที่จะอยู่กับแฟน หรือทำงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย หรืออะไรก็ว่าไป

แล้วเวลาที่เหลือน้องเขาก็สามารถออกไปรอ Partner Visa อยู่ที่เมืองไทยอีกประมาณ 5 เดือน เพราะ Partner Visa ก็ใช้เวลาในการ process โดยประมาณแล้วก็อยู่ที่ 12 เดือน

หลายๆคนคงจะอ่านแล้วงง เพราะข้อมูลมันอาจจะเยอะไปหน่อย เดี๋ยวเอาเป็นว่า เราจะเขียนให้เป็น step-by-step ก็แล้วกันนะครับ:
  1. อุทรณ์เรื่องไปที่ AAT ภายใน 21 วัน เหมือนข้างบนเลย น้องก็จะได้ Bridging Visa A
  2. ทำเรื่องจด register of relationship ที่ NSW
  3. ขอ Bridging Visa B เพื่อบินออกไปยื่น Partner Visa ข้างนอกประเทศ เป็น offshore
  4. บินกลับเข้ามาประเทศออสเตรเลียภายใน 3 เดือนด้วย Bridging Visa B
  5. อยู่รอผลการอุทรณ์ ซึ่งก็จะใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนโดยประมาณ
  6. พอผลการอุทรณ์ออกซึ่งก็ไม่น่าจะผ่านอยู่แล้ว น้องก็บินกลับไปรอเรื่องต่ออยู่ที่เมืองไทย
  7. พอเรื่อง Partner Visa ผ่าน น้องก็สามารถบินกลับเข้ามาที่ประเทศออสเตรเลียได้ ด้วย Partner Visa
นี่คือคำแนะนำของเรานะครับ ส่วนน้องเขาจะเข้าใจหรือทำตามหรือเปล่านั้นเราไม่รู้ เพราะเราเองก็เข้าใจว่าน้องเขาก็ไปปรึกษาที่อื่นเหมือนกัน แต่บางที่บอกว่า ยื่นอะไรไม่ได้เลย!!!

ปรึกษาใคร ปรึกษาอะไรก็ต้องดูด้วยนะครับ คนที่เราปรึกษาด้วยต้องมี MARN ที่ถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ใช่เป็นแค่พนักงานหน้า counter เท่านั้น 

หรือไม่ใช่เพียงเพราะเห็นเขาไป post นั่น นี่ โน่น ใน Internet ตาม group หรือ webboard ต่างๆ เช็ค credential เขาด้วยก็แล้วกัน