หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงของ visa subclass 457
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสาขาอาชีพ ที่ตอนนี้มีพวก short-term list เข้ามายุ่งเกี่ยวซึ่งทำให้ชีวิตหลาย ๆ คน หลัง 19 April 2017 ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง บ้างเล็กน้อย
เดี๋ยว blog นี้เราจะสรุปสาขาอาชีพยอดฮิตของคนไทยนะครับ ว่าสามารถทำอะไร ยังไง ได้บ้างที่ NSW
Chef
Cook
Massage Therapist
Restaurant Manager
blog นี้เราขอ focus เฉพาะของ NSW
เรา list chef เอาไว้ด้วย เผื่อบางคนที่ไม่อยากทำงานอยู่กับนายจ้างแล้ว ต้องการทำเรื่องขอ PR ด้วยตัวของเขาเองก็ได้
หายใจด้วยจมูกเราเอง บางทีมันก็ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจ
เพราะยังไงเสีย ตอนนี้การขอ PR ที่ต่อจาก visa subclass 457 หรือ TSS หลังจาก March 2018, ซึ่งก็คือ subclass 186 ENS หรือ subclass 187 RSMS ตอนนี้เราก็ต้องใช้ผลภาษาอังกฤษ IELTS (general) 6 ทุก band แล้ว
อย่าลืมนะครับว่า ถ้าเราไม่ต้องการสอบ IELTS เราก็สามารถสอบภาษาอังกฤษของตัวอื่นได้ ลองไล่ดู blog เก่า ๆ ของเราดู
ก็ในเมื่อไหนๆ มันก็ต้องใช้ IELTS 6 ทุก band แล้ว
ก็ทำพวก Skilled Migrant, subclass 190 หรือ subclass 489 ไปเลยจะดีกว่ามั้ย จะได้ไม่ต้องไปวุ่นวายกับนายจ้าง
เพราะหลาย ๆ คนก็จ่าย tax เอง
จ่าย super เอง
ก็หนักอยู่นะ
วีซ่า subclass 190 คือได้ PR เลยนะครับ
วีซ่า subclass 489 ได้วีซ่าชั่วคราวมา 4 ปี แล้วหลังจากนั้น เข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ regional NSW 2 ปี แล้วค่อยขอ PR ได้ ด้วย subclass 877
subclass 190 เราต้องนับ point ให้ได้ 55 points
subclass 489 เราต้องนับ point ให้ได้ 50 points
ที่ NSW, subclass 190:
Chef = ทำได้
Cook = ทำได้
Massage Therapist = ทำไม่ได้
Restaurant Manager = ทำไม่ได้
ที่ NSW, subclass 489:
Chef = ทำได้
Cook = ทำได้
Massage Therapist = ทำไม่ได้
Restaurant Manager = ทำไม่ได้
แต่นอกเหนือจาก 4 สาขายอดฮิตของคนไทยนี้
มันก็ยังมีหลายสาขาอาชีพที่น่าสนใจนะครับ
อย่างเช่นพวกงาน IT หรือ Engineer สำหรับคนที่มาทางสาย professional
ก็ลองไล่ดูสาขาอาชีพต่าง ๆ ตาม link ด้านล่างนะครับ
Subclass 190:
http://www.industry.nsw.gov.au/__data/assets/pdf_file/0007/88369/nsw-190-priority-skilled-occupation-list-2016-17.pdf
Subclass 489:
http://www.industry.nsw.gov.au/__data/assets/pdf_file/0009/66879/NSW-489-list.pdf
หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงวีซ่า subclass อะไรต่าง ๆ
โดยเฉพาะวีซ่าการทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์
หลาย ๆ คนให้ความสนใจในเรื่องของการทำ skill assessment และการทำ RPL; Recognised Prior Learning กันมากขึ้น
การที่เราจะทำ RPL เราก็ใช้ประสบการณ์ในการทำงาน มาอ้างอิงว่าเรามีความสามารถ มี skills ในการทำงาน
ดังนั้นจดหมายผ่านงาน หรือ work reference จึงสำคัญมาก
ในเรื่องของการทำ skill assessment ก็เหมือนกัน นอกจากใช้วุฒิการศึกษา ซึ่งเราก็สามารถใช้วุฒิแบบที่เรียนมาจากห้องเรียน หรือใช้ RPL ก็ได้ เราก็ต้องใช้ประสบการณ์ในการทำงาน มาอ้างอิงว่าเรามีความสามารถ มี skills ในการทำงาน
ดังนั้นจดหมายผ่านงาน หรือ work reference จึงสำคัญมาก
ดังนั้นจึงสำคัญที่ทุกครั้งที่เรามีการเปลี่ยนงาน หรือลาออกจากงานปัจจุบัน เราต้องขอจดหมายผ่านงานด้วยนะครับ
เพราะว่าถ้าหากเราไม่ขอจดหมายผ่านงาน ตอนที่เราออกมา แล้วถ้าเผื่อกิจการนั้นล้มเลิก หรือปิดไปหละ เราจะติดต่อเจ้าของธุรกิจได้ที่ไหน ใครจะออกหนังสือรับรองให้เราได้
และอีกอย่างก็คือ การจากกันด้วยดี เราก็จะได้หนังสือผ่านงานที่ดีนะครับ
ถ้าจากกันด้วยการแตกหัก หนังสือผ่านงาน ก็อาจจะมีปัญหาได้
ก็เอาเป็นว่า ต่อจากนี้ไป
ถ้าใครจะลาออกจากงาน หรือเปลี่ยนงาน
อย่าออกมาตัวเปล่านะครับ
ขอหนังสือรับรองงาน จดหมายผ่านงาน หรือ work reference มาด้วย
หน้าตาของ work reference เราก็เคยเขียน blog post ไปแล้วนะครับ
การถูกเรียกทำ skill assessment ของวีซ่า subclass 457 นั้น จะเป็น case-by-case basis
ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ case officer
ดังนั้นเวลาไปทำ RPL; Recognised Prior Learning จากที่ไหนก็ตามเถอะ
โปรดอย่าเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อ ว่าไม่ต้องทำ skill assessment
เอ่อ… ถามหน่อยเถอะ โรงเรียนต่าง ๆ ที่ออก RPL จะรู้ได้ไงว่าจะโดนหรือไม่โดนเรียกทำ skill assessment
อ่านอะไรใน website ขายของต่าง ๆ
เราแนะนำให้ใช้ดุลพินิจของใครมันนะครับ
RPL คือกระดาษแผ่นหนึ่งที่สามารถเอาติดข้างฝา
บอกว่าเรามีวุฒิการศึกษาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
แต่เรามี skill หรือความสามารถจริงหรือเปล่า
ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตนนะครับ อย่าหลอกตัวเอง
ถ้าหาก case officer ต้องการที่จะ check ว่าเรามี skill หรือความสามารถจริงหรือเปล่า
Case officer สามารถเรียกเราทำ skill assessment ได้
ถ้าทำ skill assessment ผ่าน
ก็แสดงว่าเรามีความสามารถจริง ทำงานในตำแหน่งนั้นได้จริง
ดังนั้นพวก RPL ที่โฆษณาชวนเชื่อ ว่าไม่ต้องทำ skill assessment
อยากจะให้คิดกันนะครับ
Ok… น้องหนูหริ่ง อาจจะโชคดีวันนี้ มี RPL แล้วไม่ได้ถูกเรียกทำ skill assessment
แต่ไม่ได้หมายความว่า น้องตูดหมึก เพื่อนน้องหนูหริ่ง ทำ RPL ตัวเดียวกัน แล้วจะไม่ถูกเรียกทำ skill assessment นะครับ
Everything is case-by-case basis.
ก็แค่อยากจะให้เก็บเอาไปคิดกันนะครับ
การเปลี่ยนแปลงสาขาอาชีพ 01 Jul 2017 ของ STSOL; short term list ไม่ได้จบลงอยู่ แค่นั้น
Next review ก็จะเป็น December 2017
ดังนั้นนายจ้างคนใหนคิดว่า สาขาอาชีพที่ตัวเองขาดแคลน
แล้วอยากจะให้เอากลับเข้ามาเป็น long-term list
พวก you ก็ต้องมีการ lobby รัฐบาล
ส่ง email เรียกร้อง นั่น นี่ โน่น
ไปที่ Department of Education and Training
เพราะเขาคือหน่วยงานที่ทำการ review ว่าสาขาอาชีพใหน ควรย้ายออก ย้ายเข้า
ถ้าอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง
พวกนายจ้างที่มีผลกระทบ
จากการเปลี่ยนแปลงสาขาอาชีพ long-term list มั่ง short term list มั่ง
พวก you ก็ต้อง active
ก็ต้องมีการเรียกร้อง
หรือไม่ก็ต้องส่ง email หรือ submission ไปที่นักงานเมือง; MP ของเมืองนั้น ๆ นะครับ
เพราะถ้าพวก you ไม่ทำอะไรกัน
มันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แต่คนที่เรียกร้องก็ควรจะเป็นเจ้าของธุรกิจนะครับ
เป็น PR หรือ citizen
และอีกอย่างพวกธุรกิจอะไรต่าง ๆ ก็ต้องมีสมาคมของธุรกิจนั้น ๆ อยู่แล้ว ยังไงก็ลองติดต่อสมาคมธุรกิจของตัวเองนะครับ แล้วก็ express your concern
อะไร ต่าง ๆ
เพราะนักการเมืองพวกนี้ เราจะดูแลผลประโยชน์ของ PR หรือ citizen ก่อน
อยากได้อะไร
ก็ต้อง active กัน
นั่ง ๆ อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร
You ก็จะโดน government pushes you around นะครับ
ยังไงเสีย ก็อย่าลืมว่า
กฎหมายอิมมิเกรชั่น อะไรต่าง ๆ
มันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ของเกมส์การเมือง
...no choice...
If you don't play it, it will plays you.
ก็แค่อยากจะให้ทุกคนเก็บเอาไปคิดกันนะครับ