Friday, November 30, 2018

ลูกเกิดที่นี่ 10 ปี ได้ citizen โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นสามารถสปอนเซอร์พ่อแม่ได้เลยทันที


ตามกฎหมาย Citizenship Act 1948
บุคคลที่เกิดที่ประเทศออสเตรเลีย ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็น PR หรือ citizen, ลูกก็จะได้เป็น Australian citizen โดยอัตโนมัติ

แต่ถ้าพ่อหรือแม่ทั้ง 2 คน ไม่ได้เป็น PR หรือ citizen
ถ้าลูกที่เกิดที่ประเทศออสเตรเลีย หลังจากวันที่ 20 Aug 1986, และใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียตามปรกติเป็นเวลา 10 ปี ก็สามารถขอเป็น citizen ได้เช่นเดียวกัน

แล้วลูกก็สามารถทำเรื่อง sponsor พ่อและแม่ได้เลยทันที 
ไม่ต้องรอให้ลูกอายุ 18 ปี

ลูกที่เกิดที่นี่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากจะได้ PR หลังจากนั้นลูกต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ถึง 10 ปีนะครับ ลูกจะอยู่ด้วยวีซ่าอะไร จะด้วยวิธีไหนก็ตามแต่ 

ลูกสามารถสปอนเซอร์คุณพ่อและคุณแม่ได้เลยทันทีหลังจากนั้น

เอาเป็นว่า ที่ "J Migration Team" เรามี strategy ให้ ว่าจะต้องทำอะไร ยังไงบ้าง
step-by-step
เราสามารถ prepare roadmap to PR ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ ถ้าลูกได้ citizen หลังจากที่อยู่ที่นี่มาได้เกิน 10 ปีแล้ว

เอ๊ะ อะไร ยังไงนะ
มันทำได้ด้วยเหรอ

อ๋อ... ทำได้สิจ๊ะ
อยากรู้หละสิ...

Monday, November 26, 2018

วีซ่า subclass 407; Training Visa


วีซ่า subclass 482 TSS; Temporary Skill Shortage Visa คือวีซ่าทำงานโดยที่มีนายจ้างสปอนเซอร์

แต่วีซ่า subclass 482 ก็เป็นอะไรที่มี requirement ที่ค่อนข้างยุ่งยาก (แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากจนเกินไปสำหรับหลาย ๆ คน) โดยเฉพาะให้เรื่องของ:
- ประสบการณ์การทำงาน
- skill assessment
- ผลสอบภาษาอังกฤษ

และอะไรอื่น ๆ อีกมากมาย

ก็เอาเป็นว่าแต่ละคนมีคุณสมบัติอะไรหลาย ๆ อย่างไม่เหมือนกัน
บางคนขอวีซ่า subclass 482 ได้ง่าย แต่บางคนขอได้ยาก

แล้วยิ่งวีซ่า subclass 482 ที่หลาย ๆ สาขาอาชีพที่ต้องมี Caveat หรือ special requirement เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ความซับซ้อนมันก็ยุ่งวุ่นวายไปอีก แล้วไหนจะ GTE สำหรับสาขาอาชีพที่อยู่ใน short-term list อีก ดูมันวุ่นวายไปหมด

วีซ่าในหมู่ตระกูลของ subclass 400s มันก็หลายวีซ่าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็น subclass 482, 407, 408 & 403...etc..etc..

เดี๋ยววันนี้เราขอ focus ไปที่วีซ่า subclass 407; Training Visa ก็แล้วกันนะครับ

วีซ่า subclass 407 เป็นวีซ่าสำหรับการฝึกงาน กับนายจ้างหรือองค์กรที่เขาต้องการจะ train เรา

มันก็เหมือนเป็นวีซ่าฝึกงานดี ๆ นี่เอง


วีซ่าตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหลาย ๆ คน เพราะ requirement ของวีซ่าตัวนี้ไม่ได้ยากจะอะไรมากมาย แต่เราก็อยากจะให้ทุกคนเลือกวีซ่าตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง

เพราะวีซ่าตัวนี้ไม่มีกฎหมายบังคับว่านายจ้างต้องจ่ายค่าแรงเราเท่าไหร่ เพราะนี่คือวีซ่าฝึกงานเท่านั้น

มันไม่ใช่วีซ่าทำงาน

ดังนั้นเราอาจจะได้วีซ่า 2 ปีก็จริง แต่ถ้าทำงานหรือฝึกงานโดยที่ไม่ได้ค่าแรงเลย เราจะกลายเป็น modern slaves หรือเปล่า

เราอยากจะให้ทุกคนคิดและไตร่ตรองให้ดี ๆ นะครับ

แต่ถ้าหากนายจ้างหรือองค์กรที่จะทำเรื่อง train หรือฝึกงานให้เรา มีการจ่ายค่าแรงที่ถูกต้อง นั่นก็ถือว่า OK

มันก็จะเป็นอะไรที่ Win-Win ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

เพราะประสบการณ์การทำงานตอนที่ถือวีซ่า subclass 407, ถ้ามีการจ่ายค่าแรงอะไรที่ถูกต้อง และมีการเสียภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราก็สามารถนำเอาประสบการณ์การทำงานตรงจุดนี้มาต่อยอดในการทำวีซ่าตัวอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น

- subclass 482 TSS
- subclass 186 ENS (PR)
- subclass 187 RSMS (PR)

พวก subclass เหล่านี้เราเคยเขียน blog ไปหมดแล้ว เขียนไปเยอะแล้ว
ลอง serch ดูใน blog ของเรานะครับที่ jpp168immi.blogspot.com

หรือที่ website เราที่ jmigrationteam.com นะครับ

วีซ่า subclass 407 ไม่ได้จำกัดอายุของคนสมัคร ขอให้อายุ 18 ขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว

และภาษาอังกฤษเองก็ requires แค่ IELTS (general) overall 4.5
หรือถ้าเรียนพวก college หรือ TAFE full-time ที่ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 1  ปี ก็สามารถเอามาเทียบเท่ากับ IELTS overall 4.5 ได้

ถ้าใครเรียนระดับมัธยมไม่ว่าเป็นที่ประเทศออสเตรเลีย หรือเรียนเป็น internaltional school มาจากประเทศอื่น ก็สามารถนำเอามาเทียบเท่าได้เหมือนกัน แต่ต้องเรียน full-time 5 ปี

แต่ถ้าเป็นมัยธม + ประถม เรียนแค่ 3  ปีก็พอ (สื่อการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ เรียนแบบ face-to-face ตัวเป็น ๆ )

การที่เราจะขอวีซ่า subclass 407 เราก็ต้องมีนายจ้างหรือองค์กรที่ต้องการ sponsor เราก่อน ก็เหมือนการทำ nomination ของพวกวีซ่า subclass 482 TSS ซึ่งนายจ้างเองหรือองค์กรก็ต้องทำเรื่องเข้าไปเพื่อขอเป็นหน่วยงานที่สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์คนด้วยวีซ่าตัวนี้ 

เรื่องการ nominate position เข้าไปก็ไม่แตกต่างอะไรจากพวกวีซ่า subclass 482, 186 & 187

ถ้าหากเราขอวีซ่าอะไรไม่ได้แล้ว คุณสมบัติไม่ครบ หรือว่าเรายังไม่พร้อมอะไรหลาย ๆ อย่าง มีอะไรก็คว้าเอาไว้ก่อน ก็คว้าวีซ่า subclass 407 มาก่อนก็ได้นะครับ

มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก

วีซ่า subclass 407 มันก็ยังสามารถเป็น Pathway ไปทำอะไรอื่นได้อีกเยอะเหมือนกัน เพราะวีซ่าที่ได้มา 2 ปี อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 2 ปีนี้

ถ้าเดินไปข้างหน้า แล้วทางมันตัน
เราก็ลองถอยหลังออกมา 1 ก้าวดูนะครับ
แล้วลองมองหันซ้าย แลขวาดู ชีวิตมันอาจจะมีทางออกหรือทางเลือกอะไรอย่างอื่นด้วย

วีซ่าตัวนี้ก็สามารถทำเรื่องขอมาจากเมืองไทยได้ด้วยนะครับ สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาลองทำงานกับนายจ้างก่อน 2 ปี 

หรือนายจ้างอยากจะให้เราทดลองทำงานกับเขาก่อน 2 ปีว่า OK มั้ย อยู่ด้วยกันได้มั้ย ทำงานด้วยกันได้มั้ย อะไรประมาณนี้

ก็ลองมองวีซ่า subclass 407 ตัวนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วยนะครับ

Sunday, November 25, 2018

เรียนอยู่ที่นี่มานานแล้ว ทำอะไรต่อได้บ้าง


"หนูหนาตาโต" คุณพ่อคุณแม่ส่งมาเรียนที่ private school ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ primary school แล้ว (ระดับประถม) เพราะว่าพี่สาวก็เรียนอยู่ที่นี่ด้วย

น้องเรียน primary school ที่นี่
น้องเรียน secondary school; high school ที่นี่
เสร็จแล้วน้องก็เรียนต่อมหาลัยที่นี่

น้องอยากรู้ว่าน้องสามารถขอ PR หรือทำอะไรต่อได้บ้าง

hmm... น้องเรียนที่นี่มานานจริง 
เรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว น้องก็ถือ student visa มาโดยตลอด ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะน้องก็มาเรียนจริง ๆ เรียนมาตั้งแต่ primary school แล้ว

เอาเป็นว่าน้องมาโตที่นี่เลยก็ว่าได้

น้องอยากจะขอวีซ่าที่สามารถขอได้ด้วยตัวเอง
ไม่ต้องมีใครสปอนเซอร์

แต่ด้วยสาขาวิชาที่น้องเลือกเรียนที่มหาลัย ไม่ได้อยู่สาขาที่ทางรัฐบาลต้องการ ดังนั้นน้องก็ทำอะไรมากไม่ได้

แม้แต่วีซ่า subclass 485 เอง น้องไม่สามารถขอได้ เพราะน้องถือ student visa มาตั้งแต่เด็กแล้ว ก่อนวันที่ 5 Nov 2011

แต่ตัวน้องเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ประมาณว่าเรียนจบแล้วจะอยู่ต่อก็ได้ หรือไม่อยู่ต่อก็ได้ เพราะฐานะทางครอบครัวก็เป็นอะไรที่มั่นคงอยู่แล้ว และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณพ่อคุณแม่ส่งน้องมาเรียนที่นี่ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย น้องก็อยากจะกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยกับคุณพ่อคุณแม่บ้าง ก็แค่นั้นเอง

เราก็แค่อยากจะบอกว่า สำหรับคนที่ต้องการขอวีซ่าด้วยตัวเอง หลังจากที่เรียนจบ มันก็จะมีพวก skilled migrant นะครับ

subclass 189; Independent Skilled Migrant Visa
subclass 190; Skilled Nominated Visa
subclass 489; Skilled Regional Visa

เพียงแต่ว่าเราก็ต้องเลือกเรียนในสาขาอาชีพที่รัฐบาลต้องการนะครับ


Thursday, November 22, 2018

visa subclass 408 มีโปรแกรมพิเศษสำหรับ South Australia เท่านั้น; Supporting Innovation in South Australia (SISA)


เมื่อเร็ว ๆ นี้ South Australia ได้มีการประกาศโปรแกรมพิเศษสำหรับใครที่ต้องการของวีซ่า subclass 408 (Temporary Activity)

visa subclass 408 มีหลาย stream มาก แต่ blog นี้ขอเขียนถึงเฉพาะโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่า SISA เท่านั้นนะครับ

SISA คือ Supporting Innovation in South Australia, subclass 408

ก็จะเป็นวีซ่าชั่วคราว 3 ปีที่ให้เราและครอบครัวสามารถทำธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรม (innovation) อะไรใหม่ ๆ 

วีซ่าตัวนี้จะเริ่มทดลองใช้กับ South Australia ก่อน และวีซ่านี้ทุกคนจะ  expire ภายในวันที่ 30 Nov 2021

หากโปรแกรมตัวนี้ได้รับการตอบรับที่ดี ทางรัฐบาลอาจจะมีการขยายโปรแกรมนี้ไปที่รัฐอื่น ๆ 

การที่เราจะขอ visa subclass 408 จากรัฐบาลของ South Australia, เราจะต้องเขียน business plan หรือ proposal project เข้าไปเสนอกับทางรัฐบาลของ South Australia

Business idea หรือ innovation idea จะต้องอยู่ในอุตสาหกรรมอะไรก็ได้ แต่ 7 อุตสาหกรรมนี้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ:

- การทหารและการสำรวจอวกาศ; 
Defence and Space
สาขาคอมพิวเตอร์; Cyber Security, Big Data, Digital and Blockchain
อุสาหกรรมทางด้านอาหาร ไวน์ และการเกษตร; Food, Wine and AgTech
สุขภาพ, แพทย์ และยา; Health and Medical Technology
หุ่นยนต์; Robotics
สื่อ โฆษณา และหนังภาพยนต์; Media and Film

50% ของทรัพย์สิน และ 50% ของพนักงานจะต้องอยู่ที่ South Australia และสร้างงานให้กับคนที่อยู่ที่ South Australia

อุตสาหกรรมที่ไม่สามารถขอ visa subclass 408 ได้ภายใต้ SISA ของ South Australia คือ:

- cafe หรือร้านอาหาร; Cafés and restaurants
- บริษัทที่ปรึกษา; Consulting firms/companies
- บริษัทจัดหางาน; Employment agencies
- บริษัทนำเข้าหรือส่งออก; Export/import businesses/companies
- แฟรนไชส์; Franchises
- นวดเท้า; Foot reflexology
- ร้านนวด; Massage parlours
- ฝังเข็ม; Acupuncture
- ร้านยาจีน; Traditional Chinese medicine
- ร้านสมุนไพร; Herbal dispensing businesses
- ร้านขายหินเพื่อปรับโหงวเฮ้งหรือฮวงจุ้ย Geomancy/fengshui business
- ร้านค้าปลีกทั่ว  ๆ Retail


คนสมัครสามารถสมัคได้มาจากต่างประเทศ (offshore application) หรือสมัครภายในประเทศ (onshore application)

คนที่สมัครภายในประเทศห้ามถือวีซ่าเหล่านี้:
- วีซ่านักเรียน
- visa subclass 403 (ทูตหรือคนที่ทำงานให้กระทรวงการต่างประเทศของประเทศอื่น รวมไปถึงคนใช้ของทูตของประเทศต่าง ๆ ด้วย)
- subclass 771 พวกทำงานบนเรือ

เงินลงทุนสำหรับคนที่สมัครภายในประเทศ:
- ถ้าสมัครคนเดียว ต้องมีเงินลงทุน $5,000 - $10,000
- ถ้ามีคนติดตาม 1 คน, ต้องมีเงินลงทุน $10,000 - $15,000
- ถ้ามีคนติดตาม 2 คน, ต้องมีเงินลงทุน $15,000 - $20,000
ถ้ามีคนติดตาม 3 คน, ต้องมีเงินลงทุน $20,000 - $25,000

เงินลงทุนสำหรับคนที่สมัครมาจากต่างประเทศ:
- ถ้าสมัครคนเดียว ต้องมีเงินลงทุน $20,000 - $25,000
- ถ้ามีคนติดตาม 1 คน, ต้องมีเงินลงทุน $25,000 - $30,000
- ถ้ามีคนติดตาม 2 คน, ต้องมีเงินลงทุน $30,000 - $35,000
ถ้ามีคนติดตาม 3 คน, ต้องมีเงินลงทุน $35,000 - $40,000

คุณสมบัติอย่างอื่นของคนสมัคร:
- อายุต่ำกว่า 45

- ผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS (general หรือ academic ก็ได้) 5 each band หรือจะใช้ผลสอบของ OET, PTE Academic, TOEFL iBT หรือ CAE ก็ได้

TOEFL iBT;
- Listening 4
- Reading 4
- Writing 14
- Speaking 14


PTE Academic; ทุก band อย่างต่ำ 36


CAE; ทุก band อย่างต่ำ 154


OET; B


- คนที่ถือ passport ของประเทศ UK, Canada, New Zealand, USA, หรือ Ireland ไม่ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ


วีซ่าที่ได้มาจะเป็นวีซ่า 3 ปี
หลังจาก 3 ปีนี้ เราก็สามารถต่อยอดธุรกิจ ต่อยอดชีวิตไปเป็นวีซ่าตัวอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น Business Visa subclass 188A, visa subclass 482 TSS, subclass 186 ENS, subclass 187 RSMS, subclass 189, subclass 190 หรือ subclass 489 และอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย