1. หน้า 1 และหน้า 2 ไม่ต้อง scan มา
2. scan มาเฉพาะหน้า 3-4 (ถ้าใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ ก็จะอ่านง่ายกว่าอ่านที่เขียนจากรายมือ)
3. ID ของพยาน, scan มาเป็นสี ไม่ต้อง JP certified
ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย; Australia Settlement Strategist
ให้คำปรึกษาและบริการทางด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่น และวีซ่าออสเตรเลีย
Facebook page: J Migration Team วีซ่าออสเตรเลีย
John Paopeng จอห์น เผ่าเพ็ง
MARN: 0851174
jpp168.immi@outlook.com
PO Box 5399, Wollongong, NSW 2520
1. หน้า 1 และหน้า 2 ไม่ต้อง scan มา
2. scan มาเฉพาะหน้า 3-4 (ถ้าใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ ก็จะอ่านง่ายกว่าอ่านที่เขียนจากรายมือ)
3. ID ของพยาน, scan มาเป็นสี ไม่ต้อง JP certified
Subclass 408; document list
ใบเกิด และ ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) ทั้งตัวจริง และ ใบแปล
Passport
บัตรประชาชนไทย
สถานะสมรส
Visa grant
ที่อยู่ปัจจุบัน
Last 10 years residential address
เบอร์โทร
จดหมายจ้างงาน หรือ contract of employment
Australian police check
ประกันสุขภาพ
ใครจะเดินทางกลับเมืองไทยช่วงนี้
OK แหละ Thailand Pass; Test & Go จะกลับมาเริ่มใช้อีกทีวันที่ 01 Feb 2022
ใครใคร่ใช้ระบบ Test & Go ก็ใช้
ใครใคร่ใช้ระบบ Sandbox ก็ใช้
ใครที่พอมีกำลังทรัพย์และอยากจะช่วย support ธุรกิจการท่องเที่ยว ช่วยเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยด้วยกัน เราว่าระบบ Sandbox ก็ดีเหมือนกันครับ เพราะจริง ๆ แล้วเรากะจะพาหม่อมแม่มาเที่ยวภูเก็ตอยู่แล้ว หลังจากที่หม่อมแม่มาครั้งล่าสุดก็น่าจะ 10 ปีที่แล้ว
Phuket Sandbox มันทำให้เราได้กลับไปที่เก่า ๆ ที่เดิม ๆ รำลึกความหลังเมื่อยังละอ่อนเมื่อตอนพาหม่อมแม่ลงใต้ (ตอนนี้ก็ยังละอ่อนอยู่)
เสน่ห์ของภูเก็ตก็กลับมาย้ำยวน เตือนความทรงจำเก่า ๆ เยอะแยะมากมาย
สำหรับใครที่กด Test & Go ไม่ทันเมื่อครั้งกระโน้น หรือสำหรับคนที่เลือกมาลง Phuket Sandbox จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ บอกได้เลยครับว่าระบบ Phuket Sandbox ทุกสิ่งอย่างดีมาก
OK นัมเบอร์ ONE
ทุกสิ่งอย่างเป็นระบบ เป็นระเบียบมาก
ตั้งแต่ลงจากเครื่อง ตั้งแต่เดินออกจากเครื่อง เดินผ่านจุดนั้น จุดนี้
ทุกอย่างเป็นระบบ 1-2-3-4-5
เป็นระบบดีมาก 110%
จนถึงโรงแรม
คือมันต้องผ่านจุดที่ 1 ก่อน ก่อนที่จะไปจุดที่ 2-3-4 ตามลำดับ
เดินตามลูกศร ยังไงก็ไม่มีออกนอกลูกนอกทาง ยังไงก็ไม่พลาด
เรากราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่พนักงานที่เกี่ยวข้องทุกคน
กรมควบคุมโรค
พนักงานทุกคนที่สนามบินภูเก็ต
องค์การการท่องเที่ยวภูเก็ต และอื่น ๆ อีกมากมาย จิ๊กซอลทุกตัวสำคัญมาก เรารู้สึกซาบซึ้งจากหัวจิต
ใครไม่รัก Phuket Sandbox ก็เรื่องของเขา
แต่เรารัก
เรารักของเราแบบนี้ :)
ขั้นตอนที่เป็นระบบ OK นัมเบอร์ ONE มีดังต่อไปนี้:
1. เมื่อเครื่องลงจอด ก็เดินลงจากเครื่องสวย ๆ หล่อ ๆ
2. จุดแรกเป็นจุดนั่งเตรียมเอกสาร นั่งแยกเก้าอี้ห่าง ๆ แต่เราคิดว่ามันน่าจะห่างกันกว่านี้ได้อีก 1.5 เมตรหนะตัวเอง อันนี้เก้าอี้ชิดไปนิสต์ แต่ไม่ว่ากันจ๊ะ เพราะทุกคนก็สวมหน้ากาก เจ้าหน้าที่ตรงจุดที่หนึ่งก็จะบอกให้ทุกคนเตรียมเอกสาร เตรียม Thailand Pass, เตรียม receipt ที่เรา book ตรวจ RT-PCR เตรียมความพร้อมทุกสิ่งอย่าง จะได้ไม่แออัดกัน เมื่อเราเตรียมเอกสาร เอาทุกสิ่งอย่างออกมาแล้ว เราก็จะไปจุดที่ 2
3. จุดที่ 2 ก็จะเป็นจุดตรวจของกรมควบคุมโรค เขาก็จะเช็คข้อมูลเราในระบบ computer เสร็จแล้วก็เดินไปจุดที่ 3
4. จุดที่ 3 ก็จะเป็น custom, scan passport, รับกระเป๋า แล้วเดินตามลูกศรไปจุดที่ 4
5. จุดที่ 4 จะเป็นที่พนักงานเตรียมน้ำยา หลอดตรวจ ที่แยงจมูก และ barcode ต่าง ๆ ที่เป็นชื่อเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้ QR Code มาด้วย ที่เราต้อง scan QR Code แล้วกรอกข้อมูลเพื่อรอรับผลตรวจ (QR Code นี้สามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ ทำตอนไปถึงโรงแรมก็ได้) แล้วให้เราถือหลอดตรวจนี้ไปที่ตู้ตรวจ จุดที่ 5
6. จุดที่ 5 คือจุดตรวจ จุดแยงจมูก ไม่กี่วินาทีก็เสร็จ เดินไปจุดสุดท้าย จุดเรียกรถ
7. จุดสุดท้าย จุดที่ 6 พี่ ๆ พนักงานน่ารักมากครับ เขาจะถามเราว่าเราพักโรงแรมไหน เราก็จะประกาศใส่ไมโครโฟนว่าโรงแรม "xyz" ซึ่งคนขับรถของโรงแรมนั้น ๆ ก็จะมีรายชื่อผู้โดยสารรออยู่แล้ว เราเดินทางคนเดียว ก็ต้องไม่แชร์รถ taxi อะไรกับใคร เขาก็ขับไปส่งเราถึงโรงแรมเลย
8. เมื่อถึงโรงแรมแล้ว เราก็ check-in, และก็ไม่สามารถออกมาจากห้องได้ จนกว่าจะได้รับผลตรวจ RT-PCR ถ้าหิว ก็ต้องโทรสั่งอาหารกับ room service สะดวกสบายมาก ของเราก็โชคดี check-in ประมาณ 4pm-5pm พอเราทำ scan QR Code กรอกข้อมูลเมื่อรอรับผลตรวจ ประมาณเที่ยงคืน เราก็ได้รับผลตรวจ ของเราเป็นลบ ตื่นมาตอนเช้า เราก็ออกเที่ยวภูเก็ตได้เลยทันที และก็รอเช็คอีกรอบ 4 วันหลังจากนี้ ก็แค่นี้เอง
Overall แล้วเราชอบ Phuket Sandbox มากถึงมากที่สุด
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่มาภูเก็ตและก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน
กราบขอบคุณทุกคนที่คิดค้นระบบ Sandbox นี้ขึ้นมา
กราบขอบคุณเจ้าหน้าที่, พนักงาน, ฟันเฟืองของระบบ Sandbox ทุกคน ทุกอย่างราบรื่นมากถึงมากที่สุด
3.1 เราจะต้องจองโรงแรมกับทางโรงแรมโดยตรงเท่านั้น เพราะเราจะต้องจ่ายตังค์ก่อน แล้วทางโรงแรมจะออกหนังสือรับรองที่พักของ Sandbox ให้ เพราะทางโรงแรมต้องส่งคนไปรับ เราเดินทางมาโรงแรมเองไม่ได้
3. 2 เราจองโรงแรมกับทาง website ของโรงแรมเท่านั้น พอเราได้ booking number มา เราก็โทรไปที่โรงแรมแล้วเราก็บอกทางโรงแรมว่าเราต้องการจ่ายตังค์ เพื่อที่ทางโรงแรมจะได้ออกหนังสือรับรอง Sandbox Programme แล้วเราจะได้เอาหนังสือนี้ไปทำ Thailand Pass, ทางโรงแรมก็บอกว่า เดี๋ยวจะจัดการให้ภายใน 24 hr
3.3 พอโรงแรม charge บัตร credit card/debit card ของเราเสร็จแล้ว ทางโรงแรมก็จะ email หนังสือรับรอง Sandbox Programme มาให้ทาง email
3.4 อย่าจองผ่านพวก booking.com หรือ Agoda.com เพราะถ้าเราไม่จ่ายตังค์ เราก็จะไม่ได้หนังสือรับรองจากโรงแรม เพราะ booking.com กับ Agoda.com มันแค่จองห้องเฉย ๆ ไม่มีการจ่ายตังค์ ดังนั้นเราจะไม่ได้หนังสือรับรองจากทางโรงแรม
4. เราต้องจองและจ่ายค่าตรวจ COVID แบบ RT-PCR ซึ่งก็ทำได้ง่ายมากเลย ผ่านระบบ website ของกรมควบคุมโรคที่ https://www.thailandpsas.com/ แค่เราใส่หมายเลข flight number เข้าไป ระบบก็จะคำนวณเลยว่าเราต้องตรวจครั้งที่ 2 วันที่เท่าไหร่ (วันที่ 5 ของการเดินทาง)
ข้อดีของระบบการ book จองวันและสถานที่ในการตรวจคือ:
- ระบบจะมี list รายชื่อของโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ ดังนั้นระบบจะให้เราเลือกศูนย์ที่ใกล้ ๆ โรงแรม
- ครั้งแรกเราไม่ต้องจอง เพราะครั้งแรก็คือทุกคนบังคบตรวจที่สนามบินตอนลงจากเครื่องจากเครื่องอยู่แล้ว
- เราก็ book แค่ครั้งที่ 2 ซื่งระบบ online จะจัดการให้หมดเลย
- ค่าจองตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง ก็เป็น 4,200 บาท ไม่แพงสำหรับคนที่ต้องเดินทางกลับมาหาครอบครัว หรือทำธุระอะไรที่มันสำคัญ ๆ
- พอเราจ่ายตังค์เราก็จะได้ receipt ทาง email
5. แค่นี้แหละ เอกสารที่ทาง Thailand Pass ต้องการ เมื่อเราได้ทุกอย่างครบแล้ว ก็ให้เข้าไปกรอกเอกสาร online ที่ https://tp.consular.go.th/en/plan ซื่งระบบก็จะ guide เราดีมากเลย 1-2-3-4
6. เมื่อเรา click submit, เราก็จะได้ reference number ถ้าหากยังไม่ได้ Thailand Pass ภายใน 3-4 วันเราสามารถ email ไปตามเรื่องได้
Thailand Pass มี call centre 24 ชั่วโมง
แต่เราคิดว่าติดต่อทาง email จะไวกว่า