Tuesday, May 30, 2023

Subclass 400; วีซ่าทำงานแบบชั่วคราว 3 เดือน 6 เดือน


Subclass 400; Temporary Work (Short Stay Specialist) Visa คือวีซ่าทำงานแบบชั่วคราว ระยะสั้น ๆ; 3 เดือน, 6 เดือน 

ซึ่งก็จะค่อนข้างแตกต่างจากวีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ (subclass 482, 494, 186) เพราะ subclass 482, subclass 494, subclass 186 นายจ้างต้องเป็นคนสปอนเซอร์

Subclass 400; เป็นวีซ่าทำงานระยะสั้น ๆ ทำงานได้ แต่นายจ้างไม่ต้องสปอนเซอร์ เราทำเรื่องเองได้เลย ขอแค่มีจดหมายจ้างงาน; 3 เดือน, 6 เดือน

ซึ่งจะแตกต่างจาก Subclass 482, Subclass 494, Subclass 186 มาก 

1. Subclass 400, เรายื่นเรื่องเองได้เลย แต่ต้องมีจดหมายจ้างงาน 3 เดือน, 6 เดือน

นายจ้างไม่ต้องทำเรื่องให้
เราสมัครเองได้เลย

2. Subclass 400, ยื่น offshore เท่านั้น และต้องเขียน GTE; Genuine Temporary Entry ว่าจะมาแค่ชั่วคราวเท่านั้น 3 เดือน, 6 เดือน หลังจากนั้นจะกลับประเทศ

3. Subclass 400, ถ้าไม่ติด 8503 เราก็มาดิ้นรนต่อเอาเองว่าจะเอายังไงต่อหลังจาก 3 เดือน, 6 เดือน, จะต่อ subclass 482 หรือจะต่อวีซ่านักเรียน หรือจะปัด Tinder หาแฟน... ได้หมด

4. Subclass 400, ไม่กำหนดอายุ

5. Subclass 400, ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ

6. Subclass 400, occupation list ค่อนข้างกว้าง...มีแทบจะทุกสาขาอาชีพ อาชีพแปลก ๆ ก็เยอะ; chef (ต้อง high profile จริง ๆ), cook (ต้อง high profile จริง ๆ), ช่างเชื่อม, ช่างก่อสร้าง, ช่างทาสี, ช่างอิฐ, ช่างปูน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สาขาอาชีพก็ควรเป็นสาขาอาชีพเฉพาะทางนะครับ อย่างเช่นช่างเชื่อมหรือช่างต่าง ๆ เพียงแต่นายจ้างต้องให้เหตุและผลว่าเขาพยายามหาพนักงานแล้วเขาหาไม่ได้ จริง ๆ แล้วถ้าใคร profile ดี ๆ เราแนะนำ subclass 482 หรือ subclass 186 มากกว่าครับ

ถ้าสาขาอาชีพทั่ว ๆ ไปก็ไม่แนะนำนะครับ

7. คนสมัครต้องมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ในตำแหน่งงานนั้น ๆ ด้วย

8. อะไร ใด ๆ คนสมัครจะต้องมีนายจ้างนะครับ หานายจ้างกันเอง นายจ้างจะเป็นญาติเราหรืออะไรได้หมด ถ้าสายช่างก็ลองเข้า Seek.com.au ดูนะครับ

9. Subclass 400, เป็นวีซ่าทำงานก็จริง แต่มันก็ทำงานแค่ชั่วคราว 3 เดือน, 6 เดือน คนสมัครจะต้องมีเงินในบัญชีส่วนตัวสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ 

- ถ้าขอวีซ่า 6 เดือนก็ประมาณ $10,500.00 AUD  
- ถ้าขอวีซ่า 3 เดือนก็ประมาณ $5,250.00 AUD

คำนวณจาก $21,000 AUD ต่อคน ต่อปี
เราสามารถเอาค่าแรงมาหักกันได้
หรือบอกว่านายจ้างมีที่พักให้ อะไรประมาณนี้ได้  

10. ร้านที่อยู่เมืองรอบนอกจะขอวีซ่าง่ายกว่าเสมอ เพราะเราสามารถอ้างเหตุผลว่านายจ้างหาพนักงานไม่ได้

11. บริษัทที่อยู่ในเมืองก็สมัครได้ครับ แต่คนสมัครต้องมีความสามารถพิเศษจริง ๆ มี high profile จริง ๆ

12. ถ้าขอ 3 เดือน วีซ่าจะผ่านง่ายกว่าขอ 6 เดือน ก็คิดให้ดี ๆ นะครับว่าจะคุ้มหรือเปล่า

13. สาขาอาชีพบางอาชีพต้องมีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ สาขาอาชีพบางสาขาอาชีพอาจจะไม่ต้องการ และแต่ละรัฐก็มี requirement ที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ช่างทาสีอาจจะไม่ต้องการ licence แต่ช่างไฟต้องมี licence อย่างนี้เป็นต้น อะไร ใด ๆ เราต้อง check แต่ละสาขาอาชีพแยกออกไป ข้อมูลดูได้จาก Australian Bureau of Statistics นะครับ

14. วีซ่าของประเทศออสเตรเลีย ไม่เคยผ่านกรมแรงงานที่ไทย ถ้าหากบริษัทไหนอ้าง "กรมแรงงานที่ไทย" อันนั้นก็กลิ่นตุ ๆ ละ ระวังนิดหนึง

15. การยื่นวีซ่าทุกอย่าง ทุกชนิดมีความเสี่ยงหมด ศึกษาหาข้อมูลก่อนนะครับ

มีนายจ้างแล้วค่อยทักมานะครับ
ถ้ายังไม่มีนายจ้างก็เตรียมตัวไปเงียบ ๆ ก่อน
ทักมาเมื่อมีนายจ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซึ่งกันและกัน

ส่วนจดหมายจ้างงาน เดี๋ยวเรามี template ให้

อะไร ใด ๆ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย 
คิดและคำนวณให้ดี ๆ ว่าถ้ามาแล้วจะคุ้มมั้ย บวกลบคูณหารให้ดี ๆ นะครับ

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่อนุญาต copy & paste, ไม่อนุญาตให้ creen capture

Monday, May 29, 2023

EEO: Equal Employment Opportunity Act 1987

“EEO: Equal Employment Opportunity Act 1987”


EEO หรือ Equal Employment Opportunity คือกฎหมายที่ดูแลสิทธิและการเท่าเทียมกันในการสมัครงาน ซึ่งหมายความว่า เราไม่ควรถูก discriminate ในการสมัครหรือในการทำงานเพียงเพราะเรา:

สูง เตี้ย ดำ ขาว 

ชาย หรือ หญิง

แก่ หรือ ไม่แก่

สูบบุหรี่ หรือ ไม่สูบบุหรี่

พิการ หรือ ไม่พิการ

และอื่น ๆ อีกมากมาย


ก็เอาเป็นว่า งานทุกงาน คนทุกคนต้องสามารถ “สมัคร” ได้

ดังนั้นเวลานายจ้างประกาศรับสมัครงาน

เราไม่สามารถประกาศว่า ต้องการเพศนั้นหรือเพศนี้ ต้องการพนักงานอายุเท่านั้นหรือเท่าไหร่ ต้องการสูบบุหรี่หรือไม่สูบบุหรี่


ใครที่ประกาศรับสมัครอะไรใน facebook group ต่าง ๆ ก็ระวังด้วยละกัน


งานที่เปิดรับสมัคร เขาจะมี selection criteria ของเขาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับ job description 


ทุกคนสามารถสมัครงานได้ แต่นายจ้างจะรับหรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง


จริง ๆ มันมี detail เยอะกว่านี้ แต่เอาเป็นว่าคร่าว ๆ แค่นี้ก่อนละกัน


Saturday, May 27, 2023

subclass 482/494 หรือ subclass 186/187 ก่อน 01 July 2023



สำหรับใครที่อยากจะยื่น subclass 482/494 หรือ subclass 186/187 ก่อน 01 July เพื่อที่จะได้ lock in ค่าแรงก่อน 01 July เอาไว้

เอกสารที่จะต้องเตรียมนะครับ

ในส่วนของนายจ้าง:

- BAS x 4 quarters ล่าสุด
- Profit & Loss; June 2022
- Business Organization Chart; รายชื่อพนักงานและตำแหน่งที่ทำ รวมไปถึงประเภทวีซ่าที่เขาถือ

แค่นั้นเลยจริง ๆ

หลัก ๆ มีแค่ 3 อย่างนี้

ที่เหลือยื่นหลัง 01 July 2023 ได้

ในส่วนของคนสมัคร ยื่นหลัง 01 July 2023 ได้

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่อนุญาตให้ copy & paste, ไม่อนุญาตให้ screen capture

Subclass 482/494/186/187: ค่าแรงขั้นต่ำ 01 July 2023

"Subclass 482/494/186/187: ค่าแรงขั้นต่ำ 01 July 2023"


- Subclass 482 หรือ Subclass 494, เราสามารถยื่น Stage 1 และ Stage 2 ก่อน 01 July 2023 ได้ แล้ว lock in ค่าแรง ณ วันที่ยื่น Stage 2 เอาไว้ แล้วยื่น Stage 3 ในส่วนของพนักงานหลัง 01 July 2023ได้ (บางคนอาจทำ Skill Assessment ยังไม่เสร็จ หรือเรียนยังไม่จบดี ขาดอีกแค่ 1-2 วิชา หรือติดเรื่องสอบภาษา)

- Subclass 186 หรือ Subclass 187, เราสามารถยื่น Stage 1 ก่อน 01 July 2023 ได้ แล้ว lock in ค่าแรง ณ วันที่ยื่น Stage 1 เอาไว้ แล้วยื่น Stage 2 ในส่วนของพนักงานหลัง 01 July 2023 ได้ (บางคนอาจทำ Skill Assessment ยังไม่เสร็จ หรือเรียนยังไม่จบดี ขาดอีกแค่ 1-2 วิชา หรือติดสอบภาษาอังกฤษ)

ศึกษารู้เท่าทัน

วีซ่าออสเตรเลีย ปรึกษาคนที่มี MARN เท่านั้น (จะชอบขี้หน้าเขาหรือไม่ก็ตาม)

...ศีลเสมอแล้วเจอกัน...