Wednesday, July 31, 2024

เอกสาร; Domestic Violence (Family Violence)


Partner Visa, หากเกิด Domestic Violence หรือ Family Violence เราจะได้ PR เลย (PR นะครับ ไม่ใช่ TR)

ตอนนี้เราเรียกกันว่า Family Violence แล้วนะครับ เพราะมันขยายขอบเขตการครอบคลุมไปค่อนข้างเยอะถึงบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูกเขาหรือลูกเรา

แต่ก่อนที่เราจะได้ PR เราจะต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าความสัมพันธ์ของเรากับแฟนนั้น:

1. เป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง

2. เป็นความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง (จนถึงวันที่เกิดเหตุ)

3. เป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนาน (subjective)

ก่อนที่ case officer จะ assess ถึงเรื่อง Family Violence, case officer จะ assess 3 สิ่งด้านบนก่อน

ถ้าเรากับคนสปอนเซอร์มีความสัมพันธ์ที่แท้จริง และเป็นความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องจนถึงวันเกิดเหตุ ทาง case officer ถึงจะ assess ในส่วนของ Family Violence

สำหรับคนที่กำลังรอ Subclass 820 หรือ Subclass 309 อยู่นั้น เราจะต้องพิสูจน์ 3 ข้อด้านบนให้ได้ก่อน ก่อนที่ case officer จะดูเอกสารให้เรื่องของ Family Violence

สำหรับคนที่ถือ TR; Temporary Resident แล้ว ที่ถือ Subclass 820 หรือ Subclass 309 แล้ว เราแค่พิสูจน์ในเรื่องของ Family Violence ก็พอ

เราต้องพิสูจน์ด้วยว่าความสัมพันธ์ของเรานั้นต่อเนื่องมาจนถึง ณ วันนั้น วันที่เกิดเหตุ Family Violence

เหตุการณ์ Family Violence ที่เกิดหลังจากความสัมพันธ์สิ้นสุดลงแล้ว อันนั้นไม่นับ (สำหรับอิมมิเกรชั่นนะครับ ถ้าเป็นคดีอาญา ก็ไปขึ้นโรงขึ้นศาลกันเอง ไม่เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นแล้ว)

เอกสารในการ claims Family Violence ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะ ณ วันที่เขียน เอกสารที่ต้องยื่นคือ:

1. Statutory declaration เขียนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น (อย่างที่เห็นในภาพ)

2. ถ้ามีคำสั่งศาล ก็ยื่นเอกสารศาล court order

3. ถ้าไม่มีคำสั่งศาล ก็ต้องยื่นเอกสารเหล่านี้ อย่างน้อย 2 อย่างขึ้นไป:
- จดหมายรับรองจากทางตำรวจ; police report
- จดหมายรับรองจาก แพทย์ หมอ พยาบาล 
- จดหมายรับรองจากนักจิตวิทยา psychologist
- จดหมายรับรองจากสถานให้ที่พักพิงฉุกเฉิน
- จดหมายรับรองจากหน่วยงาน social welfare ต่าง ๆ
- และอื่น ๆ (มันจะมี list ของมัน)

4. จดหมายรับรองจากเพื่อนหรือคนในครอบครัว ไม่นับเป็นเอกสารหลัก แต่สามารถนับได้เป็นแค่ "เอกสารรอง" เท่านั้น กฎหมายจะเน้นแค่ข้อ 1-2-3

ไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้กับใคร
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เราจะแก้ไขอย่างไร

ศึกษารู้เท่าทันจะครับ ชีวิตจะได้ไม่ตกเป็นข้าทาสของใคร
เรื่องบางเรื่อง ปรึกษาคนที่มี MARN นะครับ

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture

Tuesday, July 30, 2024

ยื่นวีซ่าทับซ้อน

"สมหญิง" กับ "สมหมาย" เป็นคู่รักกันหวานชื่น
สมหมายเป็น PR/Citizen ทำเรื่องสปอนเซอร์ ยื่น Partner Visa ให้กับสมหญิง; Subclass 309/100 หรือ Subclass 820/801

ทั้ง 2 รักกันหวานชื่น
เธอรักฉัน
ฉันรักเธอ
เรารักกัน ซู่ซ่า ซู่ซ่า

วันเวลาผ่านไป สมหญิงวีซ่าผ่าน ได้ TR (Temporary Resident) ไม่ว่าจะเป็น subclass 309 หรือ 820 ก็ถือว่าเป็น TR หมด

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ความรักของสมหมายและสมหญิงไม่ได้เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้

แก้วที่มันร้าว ไม่นานก็คงก็จะแตก
ใจที่มันร้าว ไม่นานก็คงจะแหลก
แตกสลาย ไม่มีวันเหมือนเดิม

สุดท้ายสมหมายกับสมหญิงก็ต้องมีอันเลิกรากันไป
แต่ทั้ง 2 ก็ไม่ได้แจ้งอิมมิเกรชั่น (ดีมาก เราขอชมเชย ของบางอย่าง อิมมิเกรชั่นก็ไม่จำเป็นต้องรู้ อุ๊ย ชี้โพรงให้กระรอก)

สมหมายเจอรักใหม่
สมหญิงก็เคว้งอยู่พักใหญ่... ชีวิตเศร้า...

สุดท้าย เรื่องเราจบลงทุกอย่าง
ไม่ขัดไม่ขวาง ในเมื่อเธอจะไป
มีแค่เพียงสิ่งเดียว ยังติดค้างในใจ
อยากรู้ เรื่องใครอีกคน
เขาห่วงใย ใส่ใจ เธอหรือเปล่า
เมื่อยามเธอทุกข์ทน อยากรู้เขาทำอย่างไร

...และแล้ว...
วันเวลาผ่านไป ในระหว่างที่สมหญิงก็ยังถือ TR อยู่นั้น 
สมหญิงก็ได้เจอกับ "สมชาย" ซึ่งเป็น PR/Citizen

สมชายรักสมหญิงอย่างสุดซึ้งหมดหัวใจ เขาพบกันเมื่อสาย แต่ก็ยังไม่สายเกินไป

ทั้ง 2 คบกันได้ไม่ถึง 12 เดือน ก็ไม่เป็นไรนะ ทั้ง 2 ก็สามารถไปจด register of relationship แล้วก็ยื่นเรื่อง Partner Visa ได้ 

สำหรับคู่ที่จดทะเบียนสมรส ต้องหย่าก่อนนะครับ ถึงจะจด register of relationship ได้

เราแนะนำไม่ต้องจดทะเบียนสมรสนะครับ 
อย่าเอาห่วงมาแขวนคอ ทะเบียนสมรสไม่ได้ทำให้เรื่องผ่านเร็วขึ้นหรือง่ายขึ้น

คนเราจะรักกัน มันมีหลายวิธีที่พิสูจน์ถึงความรัก 
โลกเปลี่ยนไปแล้ว อย่ายึดติดอยู่กับภาพเดิม ๆ 

สมชายทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa ให้กับสมหญิงในระหว่างที่สมหญิงถือ TR จากคู่รักเก่า; "สมหมาย"

ขอให้รักกันจริง ทุกอย่างมีทางออก

สมหญิงก็ได้ Bridging Visa A แต่ก็ยังไม่ active เพราะสมหญิงเองก็ยังถือ TR อยู่

สมหญิงก็สามารถอยู่รอ TR ตัวใหม่ จากความสัมพันธ์อันใหม่จากสมชายได้

การยื่นวีซ่าทับซ้อนสามารถทำได้จ๊ะ ถ้ามีตังค์!!!

ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้
แก้กันไปทีละเปลาะ
หาที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ เอาใจใส่ดูแล 

อะไรก็เกิดขึ้นได้
ศึกษารู้เท่าทัน

ชีวิตไม่ใช่ทางตัน
ถ้าเดินชนฝา ลองถอยออกสัก 1 ก้าว 
ลองมองซ้ายและมองขวาดู เราอาจจะเจอทางออกก็ได้

ใน case แบบนี้สมหญิงก็จะได้ TR จากสมหมาย และก็จ่อคิวขอ PR ได้เลย

สมชายที่เคยทำเรื่องสปอนเซอร์สมหญิงมาก่อนก็ถือว่าได้ใช้สิทธิ์ในการสปอนเซอร์คู่รักไปแล้ว 1 ครั้ง

เมื่อบุพเพสันนิวาสกลายเป็นบุพเพอาละวาด บางทีมันก็ต้องเลิกลากันไป
No choice

ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้
เราขอเอาใจช่วยทุกคน

ปัญหาทุกอย่างมีทางออก
ปัญหามีเอาไว้แก้
แก้กันไปทีละเปลาะ

ไม่ใช่แค่ Partner Visa เท่านั้นที่ยื่นทับซ้อนกันได้ วีซ่าทุกชนิด (ถ้าไม่ติด condition อะไร) ก็สามารถยื่นทับซ้อนกันได้ เราเรียกกันว่า parallel application

เรื่องบางเรื่องปรึกษาผู้รู้
ปรึกษาคนที่มี MARN 

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen captre.

Thursday, July 25, 2024

Bridging Visa A จาก Subclass 485

ถือ Bridging Visa A จาก Subclass 485 แล้วรู้ตัวเองว่าวีซ่าจะไม่ผ่าน อย่างเช่นผล IELTS ไม่ถึง หรือทำ Australian police check มาผิด (โดนกันเยอะ)

Bridging Visa A, Bridging Visa B, Bridging Visa C ก็สามารถยื่น:
- Subclass 482
- Subclass 494
- Subclass 186
- Subclass 189
- Subclass 190
- Subclass 491

Subclass 485 เอกสารทุกอย่างต้องพร้อมแล้ว เพราะเป็น "At Time of Application: ATA" ยื่นเอกสารผิด ไม่สามารถยื่นเข้าไปใหม่ได้ อย่างเช่น Australian police check เป็นต้น

ยื่นเองได้ ประหยัดตังค์
แต่ก็ต้องยอมรับผลที่มันตามมาให้ได้นะครับ

Saturday, July 20, 2024

ทุกประเทศก็เอื้ออำนวยที่แตกต่างกันออกไป


P' J เขียนโพสต์นี้ที่บ้านที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ

P' J เป็น Singaporean PR และซื้อบ้านอยู่ที่นี่ด้วย


การที่เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายประเทศ มีความลื่นไหลทางสัญชาติ เป็น global citizen มันทำให้มุมมองอะไรของเราหลาย ๆ อย่างแตกต่างออกไป


เราไม่ได้ยึดติดกับประเทศใดประเทศหนึ่ง

และเราก็ไม่จำเป็นต้อง "อวย" ประเทศใดประเทศหนึ่งไส้แตกไส้แตน หรือด้อยค่าประเทศใดประเทศหนึ่ง


ก่อนที่จะอวยประเทศนั้นประเทศนี้ถึงสวัสดิการของรัฐของเขา

เราก็ต้องดูด้วยว่า 1 quarter ของเรา (3 เดือน) เราเสียภาษีและ BAS ถึง 6 หลัก AUD แล้วหรือยัง


จงเป็นผู้ให้ก่อนที่จะเป็นผู้รับ


การที่เราใช้ชีวิตอยู่ได้หลายประเทศ มันทำให้เรารู้สึกว่า ไม่ว่าจะประเทศไหน ๆ ทุกที่มีโอกาสที่แตกต่างกัน ทุกที่เอื้ออำนวยหมด "ถ้า" เรามี "ความสามารถ"


ประเทศนั้นประเทศนี้ มันเป็นแค่ 1 factor เท่านั้น

คนมีความสามารถ อยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง


เราก็เรียนในสาขาที่มันที่เป็นต้องการของโลกใบนี้สิครับ ไม่ใช่ไปเรียนอะไรสะเปะสะปะ


เราก็จะเป็น global citizen อย่างแท้ทรู


ก่อนที่จะโทษสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอกที่เรา control ไม่ได้

จริง ๆ แล้ว ปัญหาทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราหรือเปล่า


อะไรเอ่ย โทษทุกอย่างยกเว้นโทษตัวเอง

 

คนไทยจบวิศวะ ทำงานที่ NASA ก็มี

คนไทยเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยในต่างประเทศมีเยอะแยะ

คนไทยเป็นอาจารย์สอน high school สอนเด็กฝรั่งก็มี

 

เมื่อเราเป็นฝ่าย “เลือก” ไม่ใช่ฝ่าย “ถูกเลือก”

ทุกอย่างก็สบาย

อันนี้คือ Global Citizen อย่างแท้ทรู

มีความลื่นไหลทางสัญชาติ

 

ก่อนที่จะโทษระบบโครงสร้าง ซึ่งเรา control ไม่ได้

ตัวเองพยายามมากพอหรือยัง

 

P’ J เรียน ป.1 เข้าเรียนก่อนอายุ

ตอนนั้นอ่านหนังสือเรียนภาษาไทย “มานี มานะ”

ที่บ้านไม่มีไฟฟ้า เราใช้ตะเกียงน้ำมันในการอ่าน!!!

 

P’ J จบ high school (year 10-11-12) ภายใน 1 ปี 

ก็อ่านหนังสือ 7 วัน 7 คืน อยู่ year 10, ก็อ่านคณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ของ year 12 จบหมดแล้ว


นี่แหละ ความพยายาม

 

เมื่อเราเลิกโกหกตัวเราเอง

เมื่อนั้นเราก็พบความสุขในชีวิต


หากเรามีความตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น

ทุกอย่างเราสร้างเองได้ จากสมองและสองมือที่มี


ใช้ความสามารถของตัวเองล้วน ๆ


เมื่อเราไม่ได้เกิดมาบนเงินกองทอง ปากก็ต้องกัด เท้าก็ต้องถีบ


เลิกโทษสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา


Note: เราเขียนในพื้นที่ของเรา ไม่ชอบให้เลื่อนผ่าน 

Copyright: แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ copy & paste, ไม่อนุญาตให้ screen capture