Wednesday, July 29, 2015

ความจำเป็นของการสปอนเซอร์ วีซ่า 457

การขอวีซ่าทำงาน subclass 457 และการขอ PR โดยมีนายจ้างเป็นคนสปอนเซอร์ (ENS) นั้นเป็นวีซ่ายอดฮิตของคนไทยเลยทีเดียว รัฐบาลออสเตรเลียชอบวีซ่าประเภททำงาน เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นอกเหนือจากตำแหน่งงานที่ต้องอยู่ในสาขาอาชีพและแรงงานที่ขาดแคลนแล้ว นายจ้างหรือสปอนเซอร์ก็ต้องโชว์ด้วยนะครับว่านายจ้างมีความต้องการที่จะต้องจ้างพนักงานคนนี้จริงๆมากน้อยแค่ใหน หรือศัพท์ทางภาษาอิมมิเกรชั่นเราเรียกว่า genuine of position

ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ใช่เราจู่ๆนึกอยากจะสปอนเซอร์ใครสักคนเราก็จะสปอนเซอร์ได้เลย เราต้องเขียน case อธิบายเข้าไปด้วยว่าธุรกิจเรามีความจำเป็นที่จะต้องสปอนเซอร์พนักงานคนนี้ยังไง 

  • ถ้าเราจ้างแล้วพนักงานคนนี้แล้ว เค๊าจะทำให้ธุรกิจเราเจริญก้าวหน้ายังไง
  • ถ้าเราไม่จ้างพนักงานคนนี้แล้ว ผลเสียอะไรจะเกิดแก่ธุรกิจของเรา
สรุปก็คือการยื่นเรื่องทำอะไรแต่ละอย่างแต่ละที ไม่ใช่แค่นั่งกรอกๆฟอร์ม กรอกๆข้อมูลไป ไม่ใช่ครับ มันมีมากกว่านั้นอีกเยอะแยะ เราต้องรู้จักที่จะเขียน case เขียนอธิบายข้อมูลเข้าไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นก็คงจบข่าว

สรุปง่ายๆก็คือ ต้องชอบการเขียนนะครับ ถ้าไม่ชอบ ทำไม่เป็น ผมก็แนะนำให้ expert เค๊าทำไปเลยดีกว่า ให้ทนายหรืออิมมิเกรชันเอเจนย์อะไรก็ว่าไป

การที่เราจะสามารถแสดงว่า ตำแหน่งงานนั้นมีความจำเป็นต่อการอยู่รอดของธุรกิจของเรานั้น สามารถทำได้หลายวิธี อย่างเช่น
  • อวดอ้างสรรคุณของพนักงานว่าเก่งกาจสามารถอะไรขนาดใหน
  • อวดอ้างสรรคุณว่าธุรกิจเรากำลังขยายหรือกำลังเติบโต ต้องการจ้างคนที่มีฝีมือมาทำงาน
การเขียน case อธิบายเรื่องความจำเป็นในตำแหน่งของการสปอนเซอร์นั้นไม่มีกฏตายตัวนะครับ ขอให้เรา creative หรือมีความสร้างสรรค์ในการเขียนนิดหนึง ก็ใช้ได้ละ

ใครต้องการอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเรื่อง genuine of position, ก็สามารถติดต่อ J Migration Team ได้ครับ

ยินดีให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษา ไม่ว่าให้เราทำ case หรือทำเองก็ตาม ไม่ว่ากัน

Saturday, July 25, 2015

Labour market testing คืออะไร

ใหนก็ได้เกริ่นเรื่องวีซ่าทำงานหรือวีซ่า subclass 457 และการทำ PR ที่มีนายจ้างเป็นเป็นสปอนเซอร์ไปแล้ว (Employer Nomination Scheme: ENS) งั้นก็ขอเดินต่อด้วยเรื่อง Labour Market Testing เลยก็แล้วกัน

คนไทยเราจะไม่ค่อยรู้เรื่อง Labour Market Testing สักเท่าไหร่เพราะคนไทยเราไม่ต้องทำ Labour Market Testing กัน

เนื่องด้วยเพราะประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียได้เซ็นสัญญาเป็นคู่ค้าเสรี หรือ Free Trade Agreement ดังนั้นคนไทยเราก็เลยได้รับการยกเว้นในเรื่องของการทำ Labour Market Testing เวลาทำ visa subclass 457 หรือ ENS

แต่รู้ใว้ใช้ว่า ใส่บ่าแบกหามนะครับ งั้นรู้สักหน่อยก็ดีนะครับ ถือว่าประดับความรู้

Labour Market Testing ก็คือการที่นายจ้างจะทำเรื่อง sponsor เอาคนต่างด้าวมาทำงาน ทางนายจ้างเองก็ต้องโชว์ว่า

  • นายจ้างเองได้พยายามหาคนงานที่เป็น local (PR หรือ ซิติเซ่น) แล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้ ดังนั้นนายจ้างต้องโชว์ว่านายจ้างได้ทำการลงโฆษณาหาพนักงานในตำแหน่งนั้น มีคนสมัครกี่คน สัมภาษณ์ไปกี่คน แล้วทำไมถึงยังหาคนที่จะมาทำงานยังไม่ได้อีก การลงโฆษณาก็สามารถทำได้โดยลงโฆษณาใน Internet หรือหนังสือพิมพ์อะไรก็ว่าไป บางบริษัทต้องทำ Labour Market Testing report ถึง 40-50 หน้าก็มีนะครับ
  • นายจ้างต้องโชว์ด้วยว่าตำแหน่งงานลักษณะนี้ ค่าจ้างแรงงานต้องเท่าไหร่ นายจ้างเองก็ต้องจ่ายตามอัตราค่าจ้างที่เท่ากันกับอัตราค่าจ้างของที่นี่ รัฐบาลออสเตรเลียมี website ให้เราเข้าไปเช็คได้ว่าตำแหน่งงานอะไร ได้ค่าจ้างเท่าไหร่ ก็ลองเข้าไปดูที่ JobOutlook.gov.au นะครับ เป็น website ของรัฐบาล

ประเทศที่เซ็นสัญญาเป็นคู่ค้าเสรีกับประเทศออสเตรเลียก็ถือว่าโชคดีไป เราไม่ต้องทำ Labour Market Testing คือไม่ต้องมีการทำลงโฆษณา นั่น นี่ โน่น ให้วุ่นวาย แต่ในเรื่องค่าจ้างนั้นตามกฏหมายแรงงานที่นี่ นายจ้างก็ต้องจ่ายตามอัตราการว่าจ้างอยู่แล้วแหละ

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นประเทศคู่ค้าเสรีกับประเทศออสตรเลีย ยังมีอีกหลายประเทศครับ ที่ได้รับการยกเว้นในเรื่องของ Labour Market Testing

เราก็ถือว่าเราสบายไปอีกหนึ่งเปราะ ที่เราไม่ต้องไปวุ่นวาย เพราะวีซ่าทำงาน subclass 457 และ ENS เอกสารและการเตรียมการอะไรอื่นๆก็วุ่นวายอยู่แล้ว

Friday, July 24, 2015

Training Benchmark คืออะไร


ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือร้านนวดอะไรก็ตามแต่ การที่เราจะทำเรื่องสปอนเซอร์คนงานทำวีซ่า subclass 457 หรือทำ PR (ENS) ก็ตามแต่ เราต้องทำเรื่อง training benchmark ด้วยนะครับ

Visa subclass 457 มีเอาไว้เพื่อให้นายจ้างจ้างพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติเพื่อที่จะเอาพนักงานต่างชาติมาทำงานในตำแหน่งที่นายจ้างหาพนักงานที่เป็นคน local ไม่ได้แล้ว นั่นคือจุดประสงค์หลักของรัฐบาลที่ออสเตรเลีย

 คนที่เป็น local ไม่จำเป็นต้องเป็นฝรั่งขอให้เค๊าเป็น PR หรือ ซิติเซ่นก็พอ ไม่ว่าจะหัวดำ หัวขาว หัวทอง ได้หมด

ส่วนเจ้าของธุรกิจเองก็ต้องโชว์ด้วยว่าเจ้าของธุรกิจเป็นนายจ้างที่ดี นายจ้างที่ดีในสายตาของรัฐบาลของออสเตรเลียคือนายจ้างต้องมีการจ้างงานคนที่เป็น local, จ่ายภาษีถูกต้อง เพื่อรัฐบาลจะได้นำเงินเหล่านี้ในการพัฒนาและบริหารประเทศ ดังนั้นจึงเป็นความสำคัญมากที่ธุรกิจนั้นต้องโชว์ว่านายจ้างมีความตั้งใจที่จะให้งานกับคนที่เป็น local ด้วย เพราะถ้าไม่อย่างนั้นคนที่เป็น local ก็จะพากันตกงานกัน ดังนั้นเจ้าของธุรกิจก็ควรจ้างพนักงานที่เป็น local ด้วยนะครับ เราจ้างพนักงานที่เป็น local ก็ยังไม่พอนะครับ เราก็ต้องทำการฝึกงานหรือ train พนักงานด้วย เพราะธุรกิจเราสามารถเปิดมาแล้วก็ปิดไปได้ แต่พนักงานก็ต้องมีการเพิ่มทักษะในการดำงานด้วย เพราะถ้าธุรกิจเราปิดตัวไป พนักงานที่เป็น local ก็จำเป็นที่จะต้องมีทักษะและความสามารถเพื่อสามารถไปสมัครหางานที่ใหม่ด้วย ไม่งั้นคนที่นี่ก็จะพากันตกงานกัน

ดังนั้นนายจ้างต้องโชว์ว่านายจ้างได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานที่เป็น local ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการส่งพนักงานไปเรียนเพิ่มเติมที่ TAFE หรือไปเรียนที่ใหนก็ได้ ก็อาจจะเป็นสัมมนาหรือ workshop อะไรก็ได้  ค่าใช้จ่ายในการฝึกงานให้กับพนักงาน เราเรียกว่า training benchmark 

นายจ้างเองต้องโชว์ commitment ด้วยว่านายจ้างมีการฝึกงานให้กับพนักงานที่ local ทุกปี ดังนั้นนายจ้างต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่อง training benchmark ทุกๆปี ไม่งั้นทางอิมมิเกรชั่นสามารถยกเลิก business nomination ของ subclass 457 ได้

การ training ไม่จำเป็นต้องไปเรียน face-to-face อย่างเดียว สมัยนี้มี online training มีเยอะแยะครับ 

J Migration Team เราสามารถช่วยท่านทำเรื่อง training benchmark ได้นะครับ คนสนใจก็ติดต่อมาได้นะครับ

Thursday, July 16, 2015

Student Visa: เงินโชว์ใน bank statement

เดี๋ยววันนี้เรามาอ่านเรื่องการโชว์เงินในบัญชีเพื่อทำวีซ่านักเรียนกันนะครับ

เงินที่โชว์ในบัญชี ต้องเป็นบัญชีของเราเองหรือของคนในครอบครัวนะครับ ที่บอกว่าคนในครอบครัวก็หมายถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง สามีหรือภรรยานะครับ ญาติๆก็ได้ แต่ก็จะไม่หนักแน่นเท่ากับคนในครอบครัวเราเอง 

ถ้าเงินที่โชว์ในบัญชีเป็นเงินของเราเอง ปัญหาทุกอย่างมันก็ไม่มี

แต่ถ้าเราจะเอาบัญชีของคนในครอบครัวมาโชว์ ก็โชว์ได้นะครับ แต่เราก็ต้องอธิบายให้ case officer หรือเจ้าหน้าที่ด้วยว่าบัญชีนั้นเป็นบัญชีของใคร

ถ้าเป็น พี่หรือน้อง ก็ต้องมีหลักฐานมายืนยันด้วยว่าเป็นพี่หรือเป็นน้องกันจริงๆ หลักฐานก็อย่างเช่น ใบเกิดเรา กับใบเกิดพี่(หรือน้อง) เพราะใบเกิดเรากับใบเกิดพี่(หรือน้อง) มันต้องมีชื่อพ่อกับชื่อแม่ที่เป็นชื่อเดียวกัน อะไรประมาณเนี๊ยะ

หรือถ้าเป็นบัญชีของพ่อหรือแม่ ก็จะยิ่งง่ายใหญ่เลย เราก็เอาใบเกิดเรามาโชว์ ก็แค่นั้นเอง เพราะใบเกิดเราจะก็มีชื่อพ่อกับชื่อแม่อยู่แล้ว

สรุปคือเราต้องเชื่อมโยงให้ได้ว่าเค๊าคนนั้นเกี่ยวข้องกับเรายังไง ไม่ใช่จู่ๆก็บอกว่า เออ คนนี้เป็นพี่เรานะ คนนี้เป็นน้องเรานะ case officer ไม่ได้ทำงานแบบนั้นนะครับ

อีกวิธีที่ง่ายที่สุด ถ้าไว้ใจกันจริงๆ ก็ยืมตังค์ใครก็ได้เอามาใส่ในบัญชีไว้ก่อน แล้วก็ยื่นทำเรื่อง พอวีซ่าผ่านเราก็คืนตังค์เค๊าไป คือเราก็แค่ยืมเอามาโชว์ในบัญชีเฉยๆ

หากสงสัยอะไรก็ติดต่อเข้ามาได้นะครับ