Saturday, September 26, 2026

วีซ่าขาด อยากยื่น Partner Visa onshore

"วีซ่าขาด อยากยื่น Partner Visa onshore"


Note: สมมุติว่าไม่มีปัญหาเรื่อง Schedule 3


1. สมัยก่อน วีซ่าขาด อยากยื่น Partner Visa onshore ก็สามารถยื่นได้เลย ระบบจะออก Bridging Visa C ให้


2. สมัยนี้ วีซ่าขาด อยากยื่น Partner Visa onshore ถ้าเราไม่มีชื่อในสารบบเลย เพราะบางคนก็ปล่อยให้วีซ่าขาดเป็นสิบ ๆ ปี ระบบก็จะหาชื่อเราไม่เจอ และระบบก็จะไม่ยอมให้เราสมัครต่อได้ (ImmiAccount) ระบบจะ block อยู่ประมาณหน้าที่ 4 เราต้องยืนยันตัวตนก่อน โดยการทำ Bridging Visa E เราถึงจะสมัคร Partner Visa onshore ได้


Note again: สมมุติว่าไม่มีปัญหาเรื่อง Schedule 3 💕💕💕

Friday, September 18, 2026

Australian Government Migration Policy Changes: as of 17 September 2026


Australian Government Migration Policy Changes: as of 17 September 2026


การเปลี่ยนแปลงนโยบายการย้ายถิ่นฐานในระยะต่อไปนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นไปตามตัวเลขคาดการณ์ยอดการย้ายถิ่นฐานสุทธิจากต่างประเทศ (Net Overseas Migration: NOM) ในงบประมาณ ที่กำหนดไว้ 245,000 คนในปีงบประมาณนี้ และ 225,000 คนในปี 2027/28 โดยรัฐบาลออสเตรเลียจะดำเนินการดังนี้:


1. เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลที่ไม่มีวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายจะเดินทางออกจากประเทศ


2. ปรับปรุงคำสั่งระดับรัฐมนตรีที่ 119 (Ministerial Direction 119) เพื่อให้โครงการย้ายถิ่นฐานประเภททักษะความเชี่ยวชาญ (Skilled Migration) ให้ความสำคัญกับการพิจารณาวีซ่าแบบเร่งด่วนในกลุ่มสาขาอาชีพหลักที่จำเป็น เช่น การดูแลสุขภาพ, การก่อสร้าง, การศึกษา, การบังคับใช้กฎหมาย, การป้องกันประเทศ, ทรัพยากร, เกษตรกรรม, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการประมง


3. ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของวีซ่านักเรียน โดยการยุติการเปลี่ยนประเภทวีซ่าไปมาอย่างไม่สมเหตุสมผล (Visa Hopping) และจำกัดผู้ติดตาม (Secondary Applicants) ในวีซ่านักเรียนเกือบทุกประเภท


4. ปราบปรามตัวแทนด้านการย้ายถิ่นฐานที่ไม่สุจริต (Rogue Migration Agents) ที่เจตนายื่นคำร้องขอวีซ่าที่ไม่มีมูลหรือไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน


5. กำหนดเงื่อนไขห้ามต่อวีซ่า (No Further Stay) ในวีซ่าท่องเที่ยวทุกประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าวีซ่านี้จะใช้เฉพาะสำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเท่านั้น และไม่ถูกใช้เป็นช่องทางในการขยายระยะเวลาพำนักในออสเตรเลีย


6. ปรับปรุงคำสั่งระดับรัฐมนตรีที่ 110 (Ministerial Direction 110) เพื่อต่อต้านความเกลียดชังและพฤติกรรมทางอาชญากรรม โดย:


- ปกป้องคุ้มครองเด็กที่เป็นเหยื่อของอาชญากรรมให้ดียิ่งขึ้น


- คุ้มครองผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น


- สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของออสเตรเลียยุคใหม่ในการขจัดความเกลียดชังให้หมดไป


7. ปรับปรุงโครงการ Working Holiday Maker โดยนำระบบการสุ่มเลือก (Ballot System) มาใช้สำหรับการขอวีซ่าในปีที่ 2 และปีที่ 3 ซึ่งจะมีการกำหนดเงื่อนไขการทำงานในพื้นที่ภูมิภาค (Regional Area) เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ รัฐบาลจะควบคุมระยะเวลาการพิจารณาวีซ่า Working Holiday Maker ให้อยู่ในกรอบ 3 เดือนอย่างสม่ำเสมอ


มาตรการเหล่านี้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว และจะทยอยประกาศใช้อย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือนข้างหน้า เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของระบบการย้ายถิ่นฐานของออสเตรเลีย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความยุติธรรมและเหมาะสมตามมาตรฐานของสังคมออสเตรเลีย


Src: Department of Home Affairs.

Thursday, September 17, 2026

Bridging Visa B; BVB


"Bridging Visa B; BVB"


1. BVB สามารถสมัครได้ ก็ต่อเมื่อคนสมัคร ณ วันที่สมัครเขาถือ Bridging Visa A หรือ Bridging Visa B เท่านั้น และ


2. ณ วันที่ grant คนสมัครต้องถือ Bridging Visa A หรือ Bridging Visa B เท่านั้น และ


3. ต้องอยู่ onshore

Sunday, September 13, 2026

San Bao Pty Ltd v Minister for Immigration and Citizenship [2026] HCA 6


สามารถอ่านได้ที่ High Court of Australia นะครับ


คดีนี้เกี่ยวกับการยื่น nomination สำหรับ Subclass 482 (Skills in Demand) visa โดยนายจ้าง ซึ่ง Department of Home Affairs ปฏิเสธ nomination เพราะไม่พอใจว่า ตำแหน่งงานที่เสนอชื่อเป็นตำแหน่งที่ genuine จริง ตาม reg 2.72(10)(a) ของ Migration Regulations 1994.


1. บริษัทประกอบกิจการร้านอาหาร และยื่นขอเป็น standard business sponsor พร้อมกับยื่น nomination สำหรับตำแหน่ง Cook เพื่อรองรับผู้สมัคร Subclass 482. ในวันเดียวกัน Delegate อนุมัติสถานะ standard business sponsor แต่ปฏิเสธ nomination ของตำแหน่ง Cook.


เหตุผลสำคัญของการปฏิเสธคือ แม้เอกสารจะกล่าวถึงความต้องการพนักงานเพิ่ม แต่หลักฐานที่ยื่น ไม่เพียงพอที่จะอธิบายว่า Cook คนใหม่จะเข้าไปอยู่ตรงไหนในโครงสร้างของธุรกิจ และหน้าที่จะแบ่งกันอย่างไรกับ cooks คนเดิม.

Delegate จึงไม่พอใจว่า position associated with the nominated occupation is genuine ตาม reg 2.72(10)(a).


2. บริษัทโต้แย้งว่า Delegate ทำผิด เพราะบริษัทได้ยื่น organisational chart ไปแล้ว แต่ Delegate เหมือนกับพูดว่าไม่มี organisational chart.

High Court ไม่รับข้อโต้แย้งนี้


ศาลอธิบายว่า เมื่อต้องอ่านเหตุผลของ Delegate ต้องอ่านทั้งบริบท ไม่ใช่หยิบประโยคเดียวออกมาแยก. สิ่งที่ Delegate กังวลจริง ๆ ไม่ใช่ว่า “ไม่มี chart อยู่เลย” แต่คือ chart ที่ยื่นมาไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอ ว่า Cook คนใหม่จะสัมพันธ์กับพนักงานเดิมอย่างไร ใครรับผิดชอบอะไร และเหตุใดธุรกิจจึงจำเป็นต้องมี Cook เพิ่มอีกคน.


ศาลจึงเห็นว่า Delegate ไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องหลักฐาน และไม่ได้เกิด jurisdictional error ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง.


3. หัวใจสำคัญของคดีนี้คือ นายจ้างไม่สามารถพิสูจน์ genuine position เพียงแค่บอกว่า


“ธุรกิจกำลังโต”

“ต้องการ Cook เพิ่ม”

หรือ “มี organisational chart”

เท่านั้น


สิ่งที่ Delegate ต้องสามารถเห็นจากหลักฐานคือ ตำแหน่งนั้นมีบทบาทจริงในบริบทของธุรกิจ เช่น:


- ธุรกิจมีพนักงานอะไรอยู่แล้ว


- พนักงานปัจจุบันทำหน้าที่อะไร


- nominee จะทำหน้าที่อะไรที่แตกต่างหรือเพิ่มเติม


- หน้าที่ระหว่าง cooks จะแบ่งกันอย่างไร


- reporting line เป็นอย่างไร


- ปริมาณงานรองรับตำแหน่งใหม่จริงหรือไม่


- หากมีหลายสาขา พนักงานแต่ละคนจะทำงานที่ไหนและรับผิดชอบอย่างไร


High Court เห็นว่า organisational chart ในเรื่องนี้ไม่ได้อธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างเพียงพอ.


4. Delegate ยอมรับว่า หน้าที่บางอย่างที่ระบุไว้ ดูเผิน ๆ แล้วสอดคล้องกับ occupation ของ Cook แต่ประเด็นคือในบริบทของธุรกิจทั้งหมด ยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่า งานส่วนใหญ่ที่ nominee จะทำจริง จะสอดคล้องกับหน้าที่ของ Cook ตาม occupation ที่เสนอชื่อ.


นี่เป็นประเด็นสำคัญในงาน employer-sponsored visa เพราะการ copy job description ให้ตรง ANZSCO อย่างเดียวไม่ได้ทำให้ตำแหน่ง genuine โดยอัตโนมัติ


ต้องแสดงด้วยว่า ในโลกจริงของธุรกิจ งานนั้นจำเป็นและจะถูกปฏิบัติจริงตาม occupation ที่เสนอชื่อ


5. หลังจาก nomination ถูกปฏิเสธ บริษัทมีสิทธิยื่น merits review ต่อ Administrative Review Tribunal (ART) ภายใน 28 วัน แต่ไม่ได้ยื่นภายในเวลา.


เมื่อพ้นเวลาแล้ว บริษัทจึงยื่นตรงต่อ High Court โดยขอ constitutional writs.


High Court เตือนอย่างชัดเจนว่า original jurisdiction ของ High Court ไม่ได้มีไว้เป็นช่องทางสำรองสำหรับคนที่ปล่อยให้กำหนดเวลาของ review ตามปกติหมดไป. โดยปกติ คดีควรเดินตามลำดับ tribunal และ courts ตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่จะมีสถานการณ์พิเศษจริง ๆ.


ศาลยังระบุว่า การที่ช่องทาง review ปกติหมดไปแล้ว ไม่ได้เป็นเหตุ exceptional ในตัวมันเอง ที่จะทำให้ High Court ต้องเข้ามาแก้ไขให้.


ในคดีนี้ บริษัทไม่ได้ยื่นหลักฐานอธิบายเหตุผลของความล่าช้าเลย แม้ศาลยังเลือกพิจารณา merits ของคดี แต่สุดท้ายก็เห็นว่าคดีไม่มีมูลเพียงพออยู่ดี.


6. บริษัทแพ้คดี และต้องรับผิดชอบ costs ตามคำสั่งศาล.


7. คดีนี้มีบทเรียนสำคัญสำหรับงาน Subclass 482 nomination อยู่ 2 เรื่องใหญ่


- เรื่องแรกคือ genuine position ต้องพิสูจน์จากโครงสร้างธุรกิจจริง ไม่ใช่จากชื่อตำแหน่งหรือ job description เพียงอย่างเดียว. หากธุรกิจมีพนักงานใน occupation เดียวกันอยู่แล้ว ต้องอธิบายให้ชัดว่า ทำไมต้องมีคนเพิ่ม และแต่ละคนแบ่งงานกันอย่างไร.


- เรื่องที่สองคือ deadline ของ ART สำคัญมาก หากมีสิทธิ review แล้วปล่อยให้หมดเวลา ไม่ควรคิดว่าสามารถข้ามไปใช้ High Court เป็นทางเลือกแทนได้ง่าย ๆ. High Court ย้ำว่าช่องทางตามปกติควรถูกใช้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด.


“มี organisational chart ไม่ได้แปลว่าพิสูจน์ genuine position แล้ว 


เอกสารต้องอธิบายให้เห็นจริงว่าตำแหน่งใหม่จำเป็นอย่างไร และจะทำงานตรงไหนในโครงสร้างธุรกิจ”


และในเชิง procedural:

“พลาดกำหนดเวลา ART 28 วันแล้ว ไม่สามารถใช้ High Court เป็นทางแก้แทนได้โดยอัตโนมัติ”.


คุณต้องอุทธรณ์ ART ให้ทันภายใน 28 วันไงครับคุณ 💕💕💕


J Migration Team Pty Ltd

Australia Settlement Strategist ☕✨☕❄️


Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪


jpp168.immi@outlook.com


Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture 💕💕💕