Tuesday, May 30, 2023

Subclass 400; วีซ่าทำงานแบบชั่วคราว 3 เดือน 6 เดือน


Subclass 400; Temporary Work (Short Stay Specialist) Visa คือวีซ่าทำงานแบบชั่วคราว ระยะสั้น ๆ; 3 เดือน, 6 เดือน 

ซึ่งก็จะค่อนข้างแตกต่างจากวีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ (subclass 482, 494, 186) เพราะ subclass 482, subclass 494, subclass 186 นายจ้างต้องเป็นคนสปอนเซอร์

Subclass 400; เป็นวีซ่าทำงานระยะสั้น ๆ ทำงานได้ แต่นายจ้างไม่ต้องสปอนเซอร์ เราทำเรื่องเองได้เลย ขอแค่มีจดหมายจ้างงาน; 3 เดือน, 6 เดือน

ซึ่งจะแตกต่างจาก Subclass 482, Subclass 494, Subclass 186 มาก 

1. Subclass 400, เรายื่นเรื่องเองได้เลย แต่ต้องมีจดหมายจ้างงาน 3 เดือน, 6 เดือน

นายจ้างไม่ต้องทำเรื่องให้
เราสมัครเองได้เลย

2. Subclass 400, ยื่น offshore เท่านั้น และต้องเขียน GTE; Genuine Temporary Entry ว่าจะมาแค่ชั่วคราวเท่านั้น 3 เดือน, 6 เดือน หลังจากนั้นจะกลับประเทศ

3. Subclass 400, ถ้าไม่ติด 8503 เราก็มาดิ้นรนต่อเอาเองว่าจะเอายังไงต่อหลังจาก 3 เดือน, 6 เดือน, จะต่อ subclass 482 หรือจะต่อวีซ่านักเรียน หรือจะปัด Tinder หาแฟน... ได้หมด

4. Subclass 400, ไม่กำหนดอายุ

5. Subclass 400, ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ

6. Subclass 400, occupation list ค่อนข้างกว้าง...มีแทบจะทุกสาขาอาชีพ อาชีพแปลก ๆ ก็เยอะ; chef (ต้อง high profile จริง ๆ), cook (ต้อง high profile จริง ๆ), ช่างเชื่อม, ช่างก่อสร้าง, ช่างทาสี, ช่างอิฐ, ช่างปูน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สาขาอาชีพก็ควรเป็นสาขาอาชีพเฉพาะทางนะครับ อย่างเช่นช่างเชื่อมหรือช่างต่าง ๆ เพียงแต่นายจ้างต้องให้เหตุและผลว่าเขาพยายามหาพนักงานแล้วเขาหาไม่ได้ จริง ๆ แล้วถ้าใคร profile ดี ๆ เราแนะนำ subclass 482 หรือ subclass 186 มากกว่าครับ

ถ้าสาขาอาชีพทั่ว ๆ ไปก็ไม่แนะนำนะครับ

7. คนสมัครต้องมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ในตำแหน่งงานนั้น ๆ ด้วย

8. อะไร ใด ๆ คนสมัครจะต้องมีนายจ้างนะครับ หานายจ้างกันเอง นายจ้างจะเป็นญาติเราหรืออะไรได้หมด ถ้าสายช่างก็ลองเข้า Seek.com.au ดูนะครับ

9. Subclass 400, เป็นวีซ่าทำงานก็จริง แต่มันก็ทำงานแค่ชั่วคราว 3 เดือน, 6 เดือน คนสมัครจะต้องมีเงินในบัญชีส่วนตัวสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ 

- ถ้าขอวีซ่า 6 เดือนก็ประมาณ $10,500.00 AUD  
- ถ้าขอวีซ่า 3 เดือนก็ประมาณ $5,250.00 AUD

คำนวณจาก $21,000 AUD ต่อคน ต่อปี
เราสามารถเอาค่าแรงมาหักกันได้
หรือบอกว่านายจ้างมีที่พักให้ อะไรประมาณนี้ได้  

10. ร้านที่อยู่เมืองรอบนอกจะขอวีซ่าง่ายกว่าเสมอ เพราะเราสามารถอ้างเหตุผลว่านายจ้างหาพนักงานไม่ได้

11. บริษัทที่อยู่ในเมืองก็สมัครได้ครับ แต่คนสมัครต้องมีความสามารถพิเศษจริง ๆ มี high profile จริง ๆ

12. ถ้าขอ 3 เดือน วีซ่าจะผ่านง่ายกว่าขอ 6 เดือน ก็คิดให้ดี ๆ นะครับว่าจะคุ้มหรือเปล่า

13. สาขาอาชีพบางอาชีพต้องมีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ สาขาอาชีพบางสาขาอาชีพอาจจะไม่ต้องการ และแต่ละรัฐก็มี requirement ที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ช่างทาสีอาจจะไม่ต้องการ licence แต่ช่างไฟต้องมี licence อย่างนี้เป็นต้น อะไร ใด ๆ เราต้อง check แต่ละสาขาอาชีพแยกออกไป ข้อมูลดูได้จาก Australian Bureau of Statistics นะครับ

14. วีซ่าของประเทศออสเตรเลีย ไม่เคยผ่านกรมแรงงานที่ไทย ถ้าหากบริษัทไหนอ้าง "กรมแรงงานที่ไทย" อันนั้นก็กลิ่นตุ ๆ ละ ระวังนิดหนึง

15. การยื่นวีซ่าทุกอย่าง ทุกชนิดมีความเสี่ยงหมด ศึกษาหาข้อมูลก่อนนะครับ

มีนายจ้างแล้วค่อยทักมานะครับ
ถ้ายังไม่มีนายจ้างก็เตรียมตัวไปเงียบ ๆ ก่อน
ทักมาเมื่อมีนายจ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซึ่งกันและกัน

ส่วนจดหมายจ้างงาน เดี๋ยวเรามี template ให้

อะไร ใด ๆ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย 
คิดและคำนวณให้ดี ๆ ว่าถ้ามาแล้วจะคุ้มมั้ย บวกลบคูณหารให้ดี ๆ นะครับ

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่อนุญาต copy & paste, ไม่อนุญาตให้ creen capture

Monday, May 29, 2023

EEO: Equal Employment Opportunity Act 1987

“EEO: Equal Employment Opportunity Act 1987”


EEO หรือ Equal Employment Opportunity คือกฎหมายที่ดูแลสิทธิและการเท่าเทียมกันในการสมัครงาน ซึ่งหมายความว่า เราไม่ควรถูก discriminate ในการสมัครหรือในการทำงานเพียงเพราะเรา:

สูง เตี้ย ดำ ขาว 

ชาย หรือ หญิง

แก่ หรือ ไม่แก่

สูบบุหรี่ หรือ ไม่สูบบุหรี่

พิการ หรือ ไม่พิการ

และอื่น ๆ อีกมากมาย


ก็เอาเป็นว่า งานทุกงาน คนทุกคนต้องสามารถ “สมัคร” ได้

ดังนั้นเวลานายจ้างประกาศรับสมัครงาน

เราไม่สามารถประกาศว่า ต้องการเพศนั้นหรือเพศนี้ ต้องการพนักงานอายุเท่านั้นหรือเท่าไหร่ ต้องการสูบบุหรี่หรือไม่สูบบุหรี่


ใครที่ประกาศรับสมัครอะไรใน facebook group ต่าง ๆ ก็ระวังด้วยละกัน


งานที่เปิดรับสมัคร เขาจะมี selection criteria ของเขาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับ job description 


ทุกคนสามารถสมัครงานได้ แต่นายจ้างจะรับหรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง


จริง ๆ มันมี detail เยอะกว่านี้ แต่เอาเป็นว่าคร่าว ๆ แค่นี้ก่อนละกัน


Saturday, May 27, 2023

subclass 482/494 หรือ subclass 186/187 ก่อน 01 July 2023



สำหรับใครที่อยากจะยื่น subclass 482/494 หรือ subclass 186/187 ก่อน 01 July เพื่อที่จะได้ lock in ค่าแรงก่อน 01 July เอาไว้

เอกสารที่จะต้องเตรียมนะครับ

ในส่วนของนายจ้าง:

- BAS x 4 quarters ล่าสุด
- Profit & Loss; June 2022
- Business Organization Chart; รายชื่อพนักงานและตำแหน่งที่ทำ รวมไปถึงประเภทวีซ่าที่เขาถือ

แค่นั้นเลยจริง ๆ

หลัก ๆ มีแค่ 3 อย่างนี้

ที่เหลือยื่นหลัง 01 July 2023 ได้

ในส่วนของคนสมัคร ยื่นหลัง 01 July 2023 ได้

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่อนุญาตให้ copy & paste, ไม่อนุญาตให้ screen capture

Subclass 482/494/186/187: ค่าแรงขั้นต่ำ 01 July 2023

"Subclass 482/494/186/187: ค่าแรงขั้นต่ำ 01 July 2023"


- Subclass 482 หรือ Subclass 494, เราสามารถยื่น Stage 1 และ Stage 2 ก่อน 01 July 2023 ได้ แล้ว lock in ค่าแรง ณ วันที่ยื่น Stage 2 เอาไว้ แล้วยื่น Stage 3 ในส่วนของพนักงานหลัง 01 July 2023ได้ (บางคนอาจทำ Skill Assessment ยังไม่เสร็จ หรือเรียนยังไม่จบดี ขาดอีกแค่ 1-2 วิชา หรือติดเรื่องสอบภาษา)

- Subclass 186 หรือ Subclass 187, เราสามารถยื่น Stage 1 ก่อน 01 July 2023 ได้ แล้ว lock in ค่าแรง ณ วันที่ยื่น Stage 1 เอาไว้ แล้วยื่น Stage 2 ในส่วนของพนักงานหลัง 01 July 2023 ได้ (บางคนอาจทำ Skill Assessment ยังไม่เสร็จ หรือเรียนยังไม่จบดี ขาดอีกแค่ 1-2 วิชา หรือติดสอบภาษาอังกฤษ)

ศึกษารู้เท่าทัน

วีซ่าออสเตรเลีย ปรึกษาคนที่มี MARN เท่านั้น (จะชอบขี้หน้าเขาหรือไม่ก็ตาม)

...ศีลเสมอแล้วเจอกัน...

Sunday, May 21, 2023

One-night stand


ยิ่งเป็น PR ยิ่งเป็น citizen ยิ่งต้องระวังตัวนะครับเด็ก ๆ

one-night stand ได้ แต่ต้องป้องกัน คนเข้าหาเรามีทุกรูปแบบ 

ยิ่งเขารู้ว่าเราเป็น PR, เป็น citizen เราไม่รู้เลยว่าคนเขาเข้ามาเพื่อต้องการอะไรหรือเปล่า

one-night stand ได้
แต่ท้องขึ้นมาแล้วมันวุ่นวายมาก 

ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ พกถุงยางเอาไว้หน่อยก็ดี

สมัยนี้ ผู้หญิงพกถุงยางก็ไม่แปลกครับ
สิทธิ์เท่าเทียม

เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว
ก็แก้ไปทีละเปราะนะครับ
ถ้าเราคิดว่าเราไม่ได้มีใจให้กันและกัน ก็ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องสปอนเซอร์อะไรใด ๆ

...ทำหน้าที่ศิราณีแล้ว 1...
...ต่อไปต้องเป็น "เสพสมบ่มิสม"...

เป็นกำลังใจให้เสมอ
แม้ในยามที่ไม่มีใคร... We are here for you.

Friday, May 19, 2023

เลือกเรียนในสิ่งที่ใช่



น้อง ๆ หลาย ๆ คนเสียโอกาสและเสียเวลาเพราะการแนะนำ course ผิด ๆ ของ student agent

หลาย ๆ course ต่อยอดอะไรไม่ค่อยได้เลย
ถ้าจะมาเปลี่ยน course เรียนตอนนี้ ก็คงต้องเริ่มใหม่อีก 1.5 - 2 ปี

ค่าเทอมจะเท่าไหร่หละทีนี้

จริง ๆ ถ้ายื่น subclass 482 อีกตำแหน่งหนึ่ง ก็จบไปนานแล้ว
แต่ student agent ดันบอกว่าต้องทำแบบนี้ แบบนี้นะ

เดี๋ยวก่อนนะ..... student agent ไม่มีสิทธิ์ให้คำแนะนำทางด้านวีซ่า นอกจากหา course เรียน

แต่นั่นแหละ เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้

P' J เลยแนะนำไปว่า
ดีกว่าที่จะเอาเงินไปละลายแม่น้ำกับการต้องมานั่งเริ่มเรียน เริ่มนับ 0 ใหม่ และน่าจะเสียเวลาอีก 1.5 - 2 ปี (student agent ก็ได้ค่า commission ตรงนั้นไปอีก)

เอาเงินตรงนั้นมาทำแบบนี้ดีมั้ย
- ทำ RPL ไม่ต้องไปเรียน
- ทำ Skill Asssessment เพราะประสบการณ์น้องน่าจะถึง

ยอมกัดฟัน กลืนเลือด
เสียเงินทีเดียว แต่จบ ดีกว่าจะไปเรียนอะไรไปเรื่อย

อย่าทำตัวเป็นไม้หลักปักเลนจ๊ะ
หาที่ยึด หาที่จะไป
หาที่ปรึกษา
เรื่องวีซ่าควรปรึกษาคนที่มี MARN

ซื้อขายธุรกิจ



ไม่เกี่ยวกับวีซ่า แค่อยากจะแบ่งปัน บอกเล่าเก้าสิบ ให้คนที่มาอยู่ทีหลัง ทำอะไรทีหลังแบบง่าย ๆ แบบสะดวก ๆ

การซื้อขายธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย
เราต้องมีทนายครับ
ยิ่งถ้าเป็นทนายส่วนตัวที่เราใช้เป็นประจำยิ่งดี

การซื้อขายธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย
ถ้าเราได้คุยกันเบื้องต้นระหว่างคนซื้อและคนขายแล้ว ทั้งคนซื้อและคนขายต้อง step back ทั้ง 2 ฝ่าย

คุยกันคร่าว ๆ พอ ที่เหลือให้ทนายทั้ง 2 ฝ่ายสานต่อนะครับ
ต่างฝ่ายต่างต้องมีทนาย
อย่าทำอะไรกันปากเปล่า
อย่าใช้ทนายคนเดียวกัน มันจะเป็น conflict of interest

ตัดความเป็น "Thainess" ออก
ตัดความเป็น "Asian ด้วยกัน" ออก
เพราะพวกเราคือ "Global Citizen" ครับ ทำอะไรให้มันมี standard นิตส์นึง
คนซื้อต้องมีทนายเป็นของตัวเอง
คนขายต้องมีทนายเป็นของตัวเอง
landlord ต้องมีทนายเป็นของตัวเอง (if applicable)

ทนายทั้ง 3 คนนี้เขาจะคุยกันเอง
คนซื้อ คนขาย และ landlord ไม่ควรคุยกันเอง
ตัดความเป็น "Thainess" ออก
ตัดความเป็น "Asian ด้วยกัน" ออก

เราจะคุยทุกสิ่งอย่างผ่านทนายของเราเท่านั้น
ย้ำ และ ย้ำ "เราจะคุยทุกสิ่งอย่างผ่านทนายของเราเท่านั้น"

เราจะไม่ข้ามเส้นไปคุยกันเอง
เราจะไม่ข้ามเส้นไปคุยกับทนายของอีกฝ่ายหนึ่ง

ย้ำ และ ย้ำ
ตัดความเป็น "Thainess" ออก
ตัดความเป็น "Asian ด้วยกัน" ออก

เมื่อเราจ่ายเงินให้ทนายเราแล้ว ทนายของเราจะจัดการทุกสิ่ง jingle bell ให้เองครับ

Money เท่านั้นที่ knock everything....

Thursday, May 18, 2023

วีซ่าท่องเที่ยวที่ไม่ผ่าน

วีซ่าท่องเที่ยวที่ไม่ผ่านกัน
ก็เหตุผลเดิม ๆ แหละครับ คือมาแล้วกลัวเราจะไม่กลับ

Decision Record ที่ case officer ให้มา มันคือ template ครับ เราเห็นและอ่านจนจำได้หมดแล้ว มันคือ template เดิม ๆ หนะ ทุกอย่างคือ case officer กด click ไม่ได้เขียนเองซะหน่อย มีส่วนน้อยไม่กี่บรรทัดที่ case officer เขียนเองเพื่อให้เข้ากับ case นั้น ๆ 

ดังนั้น คนสมัครก็ต้อง demonstrate ให้ case officer เห็นว่าเรามี incentive อะไรที่เมืองไทยที่จะทำให้เรากลับประเทศ

อย่างเช่น... ว่าที่นายกคนใหม่หล่อ กลิ่นไอความเจริญกำลังจะตามมา อย่างนี้เป็นต้น

ฟ้ารักพ่อ ยังไงฟ้าก็จะกลับไปอยู่กับพ่อไง....

ยกตัวอย่างเพื่อให้มองเห็นภาพจ๊ะ

Tourist Visa & Overstay

สำหรับคนที่เคย overstay ที่นี่มาก่อน ต่อให้หลายปีแล้วก็ตาม


จะขอวีซ่าท่องเที่ยวกลับมายากเสมอ ยากถึงยากที่สุด
case officer เขาก็จะหาเหตุผลของเขาแหละ นั่น นี่ โน่น ในการปฏิเสธ เพราะมีประวัติ

คนสมัครก็ต้องเขียนอธิบายเหตุและผลที่เคย overstay มาก่อน
และให้เหตุและผลว่าจะทำไมเขาถึงจะไม่ overstay อีก
เขามี incentive อะไรที่เมืองไทยที่ต้องกลับไป อย่างเช่นไปดูแลธุรกิจ หรือมีทรัพย์สมบัติอยู่ที่นั่น

ลองยื่นได้นะครับ
แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วย

Wednesday, May 17, 2023

Subclass 482, 494, 186, 187; เธอจะเลือกใคร



วีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์; Subclass 482, Subclass 494, Subclass 186 หรือ Subclass 187 ทั้ง 4 subclasses นี้ มีแต่ละ stage ที่แยกเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้นแต่ละ stage เราสามารถสมัครเอง หรือให้ทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ยื่นแยกกันได้

- Subclass 482: มี 3 stages
Stage 1 และ Stage 2 เป็นส่วนของนายจ้าง, Stage 3 เป็นส่วนของคนสมัคร แต่ละ stage สามารถแยกกันยื่น ใครมันได้ นายจ้างและคนสมัครอาจจะเลือกที่จะแยกกันสมัคร หรืออาจจะเลือกทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ที่แตกต่างกันได้

- Subclass 494: มี 3 stages
Stage 1 และ Stage 2 เป็นส่วนของนายจ้าง, Stage 3 เป็นส่วนของคนสมัคร แต่ละ stage สามารถแยกกันยื่น ใครมันได้ นายจ้างและคนสมัครอาจจะเลือกที่จะแยกกันสมัคร หรืออาจจะเลือกทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ที่แตกต่างกันได้

- Subclass 186: มี 2 stages
Stage 1 เป็นส่วนของนายจ้าง, Stage 2 เป็นส่วนของคนสมัคร แต่ละ stage สามารถแยกกันยื่น ใครมันได้ นายจ้างและคนสมัครอาจจะเลือกที่จะแยกกันสมัคร หรืออาจจะเลือกทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ที่แตกต่างกันได้

- Subclass 187: มี 2 stages
Stage 1 เป็นส่วนของนายจ้าง, Stage 2 เป็นส่วนของคนสมัคร แต่ละ stage สามารถแยกกันยื่น ใครมันได้ นายจ้างและคนสมัครอาจจะเลือกที่จะแยกกันสมัคร หรืออาจจะเลือกทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ที่แตกต่างกันได้

เลือกทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนต์ที่ถูกจริตใครมันนะครับ
หรือเลือกทำเอง ทำแยกกันได้ระหว่างนายจ้างกับคนสมัคร

เงินเรา เรามีสิทธิ์เลือกนะครับ

Money เท่านั้นที่ knock everything

Partner Visa; previous relationship

Partner Visa หรือวีซ่าคู่รัก วีซ่าคู่แต่งงาน คือวีซ่าที่เราต้อง demonstrates ว่าเรากับแฟนรักกันจริง นั่น นี่ โน่น

และแน่นอนทางอิมมิเกรชั่นก็อยากจะทราบความสัมพันธ์เก่า ๆ ต่าง ๆ นานาที่ทั้งคนสมัครและคนสปอนเซอร์เคยมีมา

จะด้วยเหตุผลส่วนตัวอะไรก็ตามแต่ ที่เราไม่อยากให้ข้อมูล เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวบ้างหละ เพราะจำไม่ได้บ้างหละ เพราะนานมาแล้วบ้างหละ เพราะไม่ได้เก็บข้อมูลเอาไว้บ้างหละ

เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ
ถ้าอะไรก็จำไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งยื่นเลยครับ
ถ้าอะไรก็เป็นข้อมูลส่วนตัวไปหมด เป็น privacy ไปหมด ก็อย่าเพิ่งยื่นเรื่องเลยนะครับ

แยกย้ายจ๊ะ
เอาเวลาไปทำอย่างอื่นกันดีกว่า

เราคงขอข้อมูลไปเล่น ๆ มั้งหนะ

Monday, May 15, 2023

Federal Budget 2023-2024; 1.5 ล้านคนภายใน 5 ปี



คร่าว ๆ เรื่อง Federal Budget 2023-2024 ที่เกี่ยวข้องกับอิมมิเกรชั่น

ตอนนี้รัฐบาลของประเทศออสเตรเลียมาจากพรรค Labour
นโยบายคร่าว ๆ ของรัฐบาลตอนนี้คือ เปิดรับ immigrant เข้าประเทศ 1.5 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า (แต่รัฐบาลเป็นได้แค่สมัยละ 4 ปีเองนะ)

1.5 ล้านคนภายใน 5 ปีก็เฉลี่ย ๆ อยู่ที่ประมาณ 300,000 คนต่อปี

ถ้าใครมาทันสมัย Kevin Rudd เป็นนายกนะครับ ช่วงปี 2007 ก่อน GFC; Global Financail Crisis ช่วงนั้น Kevin Rudd ซึ่งก็เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค Labour เขาก็จะมีนโยบาย "Big Australia" ออกมา เพื่อเพิ่มประชากรของประเทศ เพราะตอนนั้นประชากรน่าจะอยู่ที่แค่ 20-21 ล้านคนเอง ทางรัฐบาลก็เลยมีนโยบาย "Big Australia" เพื่อให้ประเทศออสเตรเลียมีประชากรเยอะ ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นโยบาย "Big Australia" ของ Kevin Rudd ตอนนั้น ก็มี 2 ทางคือ:
- import คนมาจากต่างประเทศ ก็คือ immigrant นี่แหละ
- ให้เงินช่วยเหลือสำหรับครอยครัวที่มีลูกเยอะ ๆ ตอนนั้นครอบครับไหนมีลูกปุ๊บ ก็จะได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย

รู้สึก Kevin Rudd เคยสัมภาษณ์ออกสื่อว่า 1 ครอบครัว ควรมีลูกอย่างน้อย 3 คน; 1 for mum, 1 for 1 dad and 1 for the country.... อะไรทำนองนี้แหละ เราก็จำไม่ได้

จนเกิด GFC, นโยบายก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปช่วงนั้น
แต่ Labour ก็มีความเชื่อเรื่อง "Big Australia" มาตั้งแต่สมัย Kevin Rudd แล้ว

พอมาเปลี่ยนมือจาก Labour เป็น Liberal ช่วง Tony Abbott เป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายของ Tony Abbott ตอนนั้นก็คือ "Sustainable Australia" และ "Stop the Boat"

ซึ่งก็เป็นนโยบายที่ได้ผลมาก เพราะนโนบาย "Stop the Boat" ของ Tony Abbott ค่อนข้าง popolar มากช่วงนั้น เพราะคนเดินทางมาทางเรือเยอะมากจากฝั่ง Malaysia และ Indonesia ช่วงที่ Labour เป็นรัฐบาลก่อน Tony Abbott

นี่คือประวัติคร่าว ๆ ที่มาและที่ไปของนโยบายเรื่องวีซ่าและ immigration ต่าง ๆ นะครับ ทุกอย่างมันมาจากสภา และพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลในยุค ๆ นั้น มันก็จะเปลี่ยนไปมา

หลังจากที่พรรค Labour ไปเป็นฝ่ายค้านอยู่หลายสมัย ตอนนี้ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ นโยบายอะไรเก่า ๆ ก็อาจจะถูกนำเอามาปัดฝุ่นอีกได้

ดังนั้นการที่ Labour เสนอนโยบายของ immigrant ว่าต้องการนำเข้าประชากร 1.5 ล้านคน ภายในระยะเวลา 5 ปีก็ไม่แปลกครับ เพราะ Labour เองก็เคยมีความเชื่อเรื่อง "Big Australia" มาก่อนหน้านั้น

แน่นอนพรรคฝ่ายค้านตอนนี้ พรรค Liberal ก็ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะ Peter Dutton ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีของกระทรวง Home and Affairs ก็ออกมาแย้งว่า การนำเข้าประชากร 1.5 ล้านคนภายในระยะเวลา 5 ปีนั้น ประเทศออสเตรเลียก็ต้องมี infrastructure ที่รองรับด้วย รถจะติดเกินไปมั้ย ถนนหนทางพร้อมหรือยัง คนจะรอคิวที่โรงพยาบาลนานหรือเปล่า...etc...etc...

เพราะประชากร 1.5 ล้านคนก็ประมาณประชากรของ Adeliade ตอนนี้เลย (1.3 ล้าน) Peter Dutton ได้กล่าวเอาไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

แล้วเราจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง??

โดยส่วนตัว P' J แล้ว อะไร ยังไงก็ได้ครับ ได้หมด ก็ต้อง go with the flow

ถ้ามีคนเข้ามาเยอะ ๆ ใครที่พอมีกำลังอยู่บ้าง P' J แนะนำให้ซื้อบ้านครับ เพื่อเป็นการลงทุน เพราะถ้ามี immigrant เข้ามาเยอะ ๆ ราคาบ้านก็จะยังพุ่งสูงไปเรื่อย ๆ ตามกฎของ Demand and Supply ก็แค่นั้นเอง เพราะยังไงบ้านที่พักก็ไม่พออยู่ดี ต่อให้ builder สร้างบ้านสร้างตึกกันยังไง มันก็ยังไม่พอกับจำนวนประชากรที่นำเข้ามา

หลาย ๆ คนที่กำลังเก็บหอมรอมริบเพื่อที่จะซื้อบ้าน อย่ารอให้ "พร้อม" 

คำว่า "พร้อม" มันไม่มีหรอก ราคามันจะไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ถ้าเราซื้อบ้านหลังแรก เราก็จะได้ First Home Buyer Grant (สำหรับ PR หรือ citizen นะครับ)

อันนี้ความคิดส่วนตัวของ P' J นะครับ 
อย่ารอให้ "พร้อม" 
ถ้าเราสามารถหยิบยืมใครได้ก่อนตอนนี้ หยิบยืมมาก่อนเถอะ มาซื้อบ้าน มาวาง deposit และจ่ายซัก 20% ของราคาบ้าน และอีก 80% ก็กู้ธนาคาร ผ่อนธนาคารก็ยังดีกว่าที่จะเช่าอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ 

อันนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เราก็อยากจะเห็นพี่ ๆ น้อง ๆ โดยเฉพาะ "ครอบครัว J" ทุกคนลงหลักปักฐานและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนี้กันอย่างมั่นคง

จะอยู่ที่ไหน ๆ อะไรยังไง ทุกคนคือ "Global Citizen" มีสิทธิ์ที่จะเลือก มีสิทธิ์ที่จะฝัน เราเป็นกำลังใจให้เสมอ 

เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องวีซ่า เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นให้ถูกต้อง ปรึกษาคนที่มี MARN อย่าให้โดนหลอกมาลอยแพ

15/05/2023

Tuesday, May 9, 2023

Subclass 482; Expanded pathways to PR



Subclass 482; Expanded pathways to PR

- ทุกสาขาอาชีพของ subclass 482, ไม่ว่าจะ short-term list หรือ long-term list จะสามารถขอ PR ด้วย subclass 186; Transitional Stream นะครับ (Direct Entry ได้เฉพาะ long-term list).

- Subclass 186: Employer Nomination Scheme; Transitional Stream ทำงานให้กับนายจ้างแค่ 2 ปีก็พอ ไม่ต้องทำถึง 3 ปี

- สาขาอาชีพ short-term list สามารถยื่น onshore ได้ไม่จำกัด จะยื่น onshore กี่ครั้งก็ได้ จากแต่ก่อนยื่น onshore (subclass 482) ได้แค่ 2 ครั้ง เฉพาะ short-term นะครับ (long-term มันก็ยื่นได้ปกติอยู่แล้ว)

รอประกาศตอนสิ้นปีนะครับ

Friday, May 5, 2023

Immigration Risk Rating (IRR); วีซ่านักเรียน level 3



อะไรที่ทำให้วีซ่านักเรียนของประเทศไทย ตกไปอยู่ level 3

อ๋อ ทางอิมมิเกรชั่นเขาก็มี Immigration Risk Rating (IRR) ของเขานะครับ

ทางอิมมิเกรชั่นจะได้ recommendation จาก Education Visa Consultative Committee (EVCC) ในการประมวลผล และจะใช้ข้อมูลเบื้องต้นในการจัด level ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

- offshore refusals (เอกสารปลอม): 40% 
- offshore refusals (ไม่เกี่ยวกับเอกสารปลอม): 10%
- onshore visa cancellations (มาแล้วไม่เรียน ยกเลิก CoE): 25%
- มาแล้ว overstay: 15% 
- มาแล้ว ขอ Protection Visa: 10%. 

จะให้ว่า weighting ของการใช้เอกสารปลอมค่อนข้างเยอะ 40%

ก็คิดกันเอาเองนะครับ ว่าเกิดจากอะไร 
เพราะจริง ๆ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับเราเท่าไหร่ เราไม่ค่อยได้ทำวีซ่านักเรียน อันนี้แค่เอาข้อมูลเชิงลึกมาบอกเล่าสู่กันฟัง 

Thursday, May 4, 2023

โยกย้ายแบบไม่ขายฝัน จากวันนั้น Sep 2016 ถึงวันนี้

 

ชีวิตคนเรา กว่าจะเดินทางมาถึงจุดที่ยืนอยู่ ไม่ง่าย

หลาย ๆ คนผ่านหลายเรื่องราวชีวิต

หลาย ๆ คนผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วผ่านไป

หลาย ๆ คนผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อเป็นบทเรียนและประสบการณ์ชีวิตที่ราคาแพง


ชีวิตต่างแดนไม่ง่าย ถ้าไม่ใช่คนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวิตคนเรา กว่าจะนิ่งก็ต้องกลิ้งมาก่อน

กับน้องบางกลุ่ม บางครอบครัว เราเห็นการเติบโตที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนเรื่องวีซ่า แบบไม่ใช้วิธีลัด การวางแผนชีวิต และตอนนี้ก็การวางแผนธุรกิจ


จากวันนั้น; Sep 2016 จนถึงวันนี้ น้องมาไกลมากเลยครับ

มี cafe เป็นของตัวเอง เพิ่งเปิดใหม่ได้ 3 เดือน

เพิ่งซื้อรถใหม่ด้วย

และอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมา


ชีวิตคนเรานะ ถ้าทำอะไรให้มันถูกต้อง ซื่อสัตย์ สุจริตและจริงใจ

ชีวิตต้องประสบความสำเร็จ


เราเห็นการเติบโตไปในทางที่ดีของน้อง ๆ คู่นี้

จากวันนั้น; Sep 2016 วันที่เข้ามาทำ face-to-face ที่ Wollongong

ตอนนั้นก็ยังไม่มีรถ ต้องนั่งรถไฟมาจาก Sydney

จากวันนั้น ถึงวันนี้

น้องมาไกลมากครับ จากจุด ๆ เดิม


ชีวิตคนเรา บางคนเลือกที่จะย่ำอยู่กับที่ เพราะว่ามันสะดวกสบาย ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ถ้าเลือกที่จะย่ำอยู่กับที จะกี่ปีต่อกี่ปี ชีวิตมันก็จะอยู่ที่เดิมแหละครับ หลาย ๆ ตัวอย่างมีให้เห็น


แต่น้องเลือกที่จะเดินไปข้างหน้า เดินออกมาจาก comfort zone

เดินบ้าง วิ่งบ้าง ล้มบ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ที่เดิม


เหนื่อยได้

ท้อได้

แต่ไม่หยุด

เดี๋ยวก็ถึงที่หมายครับ


P' J จะคอยดูความสำเร็จของน้อง ๆ คู่นี้นะครับ

เป็นกำลังใจให้เสมอ

อยู่เป็นลมใต้ปีกของกันและกัน

การเปิดบริษัท

Business associates 

Help - Business associates

Please add all the business associates related to the company and include:

  • at least 1 director (with at least 1 who lives in Australia)
    Directors must be at least 18 years of age. Penalties apply for false information provided in the application form.

  • at least 1 shareholder (can be individuals or companies)

  • 1 public officer - this person will be contacted by the Australian Taxation Office if they have any queries about the company's tax affairs

If you're also applying for an Australian Business Number, you'll also need:

  • one or more secretaries (with at least 1 who lives in Australia).