Saturday, March 28, 2026

ถือ Bridging Visa A หรือ Bridging Visa C จากวีซ่าลี้ภัย สามารถทำอะไรได้บ้าง


ถือ Bridging Visa จากวีซ่าลี้ภัย ไปต่ออะไรได้บ้าง


ไม่ว่าคุณจะยื่นวีซ่าลี้ภัยด้วยความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตามแต่


ในระหว่างที่คุณถือ Bridging Visa A หรือ C คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะยื่นวีซ่าตัวต่อไปภายในประเทศออสเตรเลีย


Note: Bridging Visa A หรือ C เท่านั้นนะครับ ไม่เกี่ยวกับ Bridging Visa E


1. ลงเรียนอะไรดีนะ คุณไม่ใช่วีซ่านักเรียน ถ้าคุณอยากเรียนอะไร คุณก็แค่เดินเข้าไปที่โรงเรียนที่ college จ่ายเงินแล้วก็ลงเรียนได้เลย ไม่ต้องขอ CoE


2. เอ๊ะ เราจะทำ RPL ได้หรือเปล่านะ RPL มันคืออะไรนะ ไหนลอง search หาข้อมูลดูสิ


3. เอ๊ะ ถ้าเราอยากให้นายจ้างสปอนเซอร์ เราต้องทำอะไรบ้างนะ งานที่เราอยู่ทุกวันนี้มันอยู่ใน CSOL; Core Skills Occupation List หรือเปล่านะ งานในสวนใน farm เนี่ยะ เห็นหลายอาชีพแว็บ ๆ เราทำงานนั้น ๆ เก็บ payslip เก็บจดหมายผ่านงานจากนายจ้างได้หรือเปล่าน้าาาาาา


4. เอ๊ะ แล้วมันต้องสอบภาษาอังกฤษหรือเปล่านะ


5. เอ๊ะ แล้วเราลงเรียนอะไรไปเรื่อย ๆ 5 ปี ตามข้อ 1 เราจะยังต้องสอบภาษาอังกฤษหรือเปล่าน้าาาาา


หากคุณอยากได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง คุณก็ต้องทำอะไรที่แตกต่างนะครับ


ถือ Bridging Visa A หรือ Bridging Visa C จากวีซ่าลี้ภัย สามารถทำอะไรได้บ้าง


โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ


J Migration Team; Australia Settlement Strategist

ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย


jpp168.immi@outlook.com


Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture 💕💕💕

Subclass 482 vs Subclass 494

ร้านอยู่นอกเมือง 


ขอ Subclass 494 ได้ก็จริงอยู่

แต่เปรียบเทียบกับ Subclass อื่นด้วยนะครับ ว่ามันมี pathway ไปเป็น PR เร็วกว่าหรือไม่


Subclass 494 ก็เหมาะกับ occupation ที่ไม่ได้อยู่ใน CSOL เท่านั้น


ถ้า occupation อยู่ใน CSOL ก็ไป Subclass 482 เถอะ

หรือไม่ก็ Subclass 186: Direct Entry ไปเลย จบ


ถ้า occupation ไม่ได้อยู่ใน CSOL แต่อยู่ใน ROI

เออ อันนี้น่าทำ Subclass 494


หรือไม่อยากปวดหัวกับ caveat ของ Subclass 482 หรือ Subclass 186: Direct Entry

เออ อันนี้ Subclass 494 คือทางออก


OK... โพสต์นี้ตัวย่ออาจจะเยอะ

และ Subclass number ต่าง ๆ อาจจะเยอะหน่อย

โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของท่าน


เราโพสต์ให้แค่เป็นแนวทาง

ที่เหลือ ทุกคนต้องทำการบ้านเอง หรือหาที่ปรึกษาเอง


J Migration Team; Australia Settlement Strategist

ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย


jpp168.immi@outlook.com

Wednesday, March 25, 2026

From the ART to Subclass 482

สมหล่อ from QLD ถูกปฏิเสธวีซ่านักเรียน


สมหล่อยื่น ART กับเรา เรากราบขอบคุณ


สมหล่อยื่น Subclass 482 กับเราด้วยเช่นเดียวกัน

เราดูแลร้านนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่ case ก่อน ๆ 

เรามีข้อมูลอยู่แล้วก็เลยง่าย


ร้านนี้มี Stage 1 อยู่แล้ว

ก็เรานี่แหละทำให้เมื่อปีก่อน ๆ


1. เรายื่น Stage 2: Nomination ในระหว่างที่น้องอยู่ในประเทศออสเตรเลีย


2. เราขอ Bridging Visa B ให้น้องบินออกไปยื่น Stage 3 นอกประเทศ


3. ยื่นเรื่องนอกประเทศ ไม่มี Bridging Visa แต่เรามีวิธีในการ links Bridging Visa ให้น้องครับ เมื่อน้องบินกลับเข้าประเทศ เราก็จัดการ links Bridging Visa ให้น้อง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มใด ๆ ทั้งสิ้น


4. เมื่อ links Bridging Visa ของ Subclass 482 ให้น้องเสร็จ เราก็ทำงานถอนเรื่องที่ ART ให้น้องครับ


5. น้องก็ไม่ต้องไปเรียนแล้ว ไม่ต้องขึ้นศาลปกครองพิเศษแล้ว ประหยัดค่าเทอมไปอีก (ต้องทำเรื่องลาออกจากโรงเรียนเองนะครับ บางโรงเรียนก็คิดเงิน $350 - $450)


ครบ จบ ที่เดียว


กราบขอบคุณที่เลือกใช้บริการของเรา

สินค้าดีใช้แล้วช่วยบอกต่อ


J Migration Team; Australia Settlement Strategist

ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย


jpp168.immi@outlook.com

วีซ่านักเรียนกับการพัฒนาภาษาอังกฤษ


หัวใจสำคัญของ Student Visa คือ “การเรียน”

และถ้าเป็นไปได้ก็ควร “พัฒนาภาษาอังกฤษ” ของเราไปด้วย

น้อง ๆ จำนวนไม่น้อยที่เลือกเรียนใน College ราคาถูก คุณภาพต่ำ ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ซึ่งก็ไม่ผิดนะ
ชีวิตใคร ชีวิตมัน

บางแห่งแทบไม่ได้สอนจริงจัง
หรือไม่มีสภาพแวดล้อมที่ช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษเลย

สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
- ไม่ได้ภาษา
- ไม่มีทักษะเพิ่ม

เน้น "ทำงาน"
หลายคนเลือก “ไม่เข้าเรียน”
เพราะมัวแต่ทำงาน
ซึ่งวีซ่าอาจถูกยกเลิกได้

ในออสเตรเลีย
ภาษาอังกฤษคือเครื่องมือในการใช้ชีวิตและทำงาน

ถ้าพูดไม่ได้ → งานจะจำกัดอยู่ในวงแคบ
ถ้าสื่อสารไม่ได้ → โอกาสเติบโตแทบไม่มี
ถ้าไม่ได้ภาษา → ต่อให้มีวีซ่า ก็ไปต่อยาก

หลายคนอยู่มาหลายปี
ทักษะไม่กระเตื้อง
เพราะไม่ได้ใช้
ไม่ได้เรียน

การเลือกเรียนที่ถูกเกินไป อาจต้องแลกกับ
- คุณภาพการสอน
- สภาพแวดล้อม
- โอกาสพัฒนาตัวเอง

มาเรียน
เข้าเรียนสม่ำเสมอ อย่าหาย
ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน
ผิด ๆ ถูก ๆ ก็เรียนรู้กันไป
เลือกสถาบันที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ราคาถูก

ถ้าน้อง ๆ ได้ภาษาอังกฤษ
โอกาสทั้งในออสเตรเลียและทั่วโลกจะเปิดทันที

Global citizen อย่างแท้ทรู 💕💕💕

ข้ออ้างของคนเราคือ "ต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน"
โทษต้นทุนชีวิตเอาไว้ก่อน
ง่ายดี
ได้ยินไม่รู้กี่รอบแล้ว

ต้นทุนชีวิตก็ส่วนต้นทุนชีวิต
วางมันเอาไว้ตรงนั้นแหละ

คำถามคือ
ณ ตอนนี้ as of today เราจะจัดการชีวิตของเราอย่างไร

คนเรานะ จะต้นทุนอะไร อย่างไร แบบไหน
มันแค่ข้ออ้าง
P' J ว่ามันอยู่ที่เจตนาและความตั้งใจ

ข้ออ้างไม่ต้องเยอะ 💕💕💕

ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่อยากจะบอกว่า
- ไปเรียนบ้าง
- ใช้ภาษาอังกฤษหน่อย ตัวช่วยก็เยอะอยู่ AI ต่าง ๆ นานา