Friday, September 4, 2026

Bridging Visa E; Overstay เดินทางออกนอกประเทศ

Bridging Visa E สำหรับคน overstay ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ


- คุณจะต้องมีตั๋วเดินทางออก (ปกติภายใน 2 weeks)


- ใช้เวลาในการ process ปกติ 3-5 วัน


Overstay ที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ

ถ้าไม่มี Bridging Visa E คุณจะโดนสัมภาษณ์ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานเท่าไร และอาจจะตกเครื่องบินได้


และก็ create the scene ที่สนามบิน (โดยไม่จำเป็น)

แต่ถ้าอยากออกทีวี Border Security ก็ไม่เป็นไร


10 seconds of fame!!!

PIC4020


วีซ่าออสเตรเลีย ถ้าผู้สมัครให้ข้อมูลที่ false or misleading in a material particular หรือมีข้อมูลสำคัญที่ไม่ตรงกับความจริง อาจทำให้ไม่ผ่าน Public Interest Criterion 4020 หรือ PIC 4020 และวีซ่าถูกปฏิเสธได้


1. หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยในใบสมัครวีซ่าคือ


เคยถูกปฏิเสธวีซ่า หรือเคยถูกยกเลิกวีซ่าในออสเตรเลียหรือประเทศอื่นหรือไม่

ถ้าในอดีตเคยถูกปฏิเสธวีซ่าของประเทศอื่น แต่ตอบว่า “ไม่เคย” 


แล้วภายตรวจพบว่าเคยมีประวัติจริง ข้อมูลนั้นอาจถูกมองว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติ immigration history ของผู้สมัคร


หลายคนคิดว่า หากภายหลังอธิบายว่าเป็น honest mistake หรือเข้าใจคำถามผิด ก็น่าจะจบได้ แต่ในทางกฎหมายไม่ได้ง่ายขนาดนั้น


เจ้าหน้าที่สามารถดูได้ว่า ตอนยื่นใบสมัคร ผู้สมัครได้กดยืนยันหรือไม่ว่า

อ่านและเข้าใจข้อมูลในใบสมัครแล้ว

ข้อมูลทั้งหมดถูกต้องและครบถ้วน


เข้าใจว่าหากให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด อาจถูกปฏิเสธวีซ่าได้


คำอธิบายว่า “เผลอกรอกผิด” อาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอ หากไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลที่น่าเชื่อถือรองรับ


2. PIC 4020 เป็นเกณฑ์ที่ใช้ตรวจว่า ผู้สมัครได้ให้

เอกสารปลอม

ข้อมูลเท็จ

หรือข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ

ต่อ Department of Home Affairs หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่


และที่สำคัญ ไม่ได้ดูเฉพาะใบสมัครปัจจุบันเท่านั้น แต่ในบางกรณียังสามารถดูข้อมูลที่ผู้สมัครเคยให้ไว้ในวีซ่าที่ถืออยู่ในช่วงก่อนหน้าด้วย


3. ถ้าไม่ผ่าน PIC 4020 จะเกิดอะไรขึ้น


วีซ่าอาจถูกปฏิเสธทันที เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดใน Migration Regulations


และผลที่หนักกว่านั้นคือ อาจมี exclusion period 3 ปี สำหรับวีซ่าบางประเภทที่มีข้อกำหนดว่าผู้สมัครต้องผ่าน PIC 4020 ในช่วงเวลานั้นด้วย


พูดง่าย ๆ คือ ความผิดพลาดเพียงหนึ่งจุดในใบสมัคร อาจไม่ได้กระทบแค่วีซ่าปัจจุบัน แต่ยังลากผลไปถึงการยื่นวีซ่าครั้งถัดไปด้วย


4. PIC 4020 มีข้อยกเว้นบางกรณี หากมี


compelling circumstances ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของออสเตรเลีย

หรือ compassionate / compelling circumstances ที่กระทบต่อ Australian citizen, permanent resident หรือ eligible New Zealand citizen


แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ได้ใช้โดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องมีเหตุผลและหลักฐานที่หนักแน่นจริง ๆ


5. PIC 4020 ไม่ได้ลงโทษแค่เอกสารปลอมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญด้วย


การกรอกใบสมัครวีซ่าไม่ใช่เรื่องของ “กรอกให้ครบช่อง” แต่ต้องกรอกให้ ถูกต้อง สอดคล้อง และตรงกับประวัติจริง


ถ้าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าประเทศใดมาก่อน อย่าคิดว่าไม่เกี่ยวกับวีซ่าออสเตรเลีย เพราะ immigration history เป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา


ถ้าไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ในอดีตต้องเปิดเผยหรือไม่ อย่าเดา เพราะในเรื่อง immigration การเปิดเผยให้ครบแล้วอธิบาย มักปลอดภัยกว่าการไม่เปิดเผยแล้วให้กรมตรวจพบภายหลัง


ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่อยากจะบอกว่า


คนที่ยื่นเรื่องเอง หรือใช้บริการจากคนที่ไม่มี MARN ต้องตรวจข้อมูลทุกข้อให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่อง:


- ประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่า

- ประวัติการถูกยกเลิกวีซ่า

- ประวัติการเดินทาง

- ประวัติ immigration ของประเทศอื่น

- ข้อมูลที่เคยตอบไว้ในใบสมัครก่อนหน้า


โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ


J Migration Team Pty Ltd

Australia Settlement Strategist ☕✨☕❄️


Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪


jpp168.immi@outlook.com


Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture 💕💕💕

Friday, July 31, 2026

ถือ Bridging Visa A, ออกนอกประเทศ โดยไม่ได้ขอ Bridging Visa B

ถือ Bridging Visa A 


ออกนอกประเทศ โดยไม่ได้ขอ Bridging Visa B


1. Bridging Visa A ของคุณถูก cancel เลยทันทีที่คุณรูด passport ของคุณที่สนามบิน (หรือท่าเรือออกนอกประเทศ)


2. หากคุณจะกลับเข้ามา คุณก็ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งจะผ่านหรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะจุดประสงค์ของวีซ่าท่องเที่ยวคือวีซ่าชั่วคราว ให้มาเที่ยว ให้มาเยี่ยมเยียน ไม่ได้ให้เข้ามาอยู่รอวีซ่า สุดท้ายแล้ว แล้วแต่ดุลพินิจของ case officer ที่ make decision ของวีซ่าท่องเที่ยว


Note: คนที่ถือ Bridging Visa A แล้วออกนอกประเทศโดยไม่ขอ Bridging Visa B, 99.99% คือคนที่ยื่นเรื่องกันเอง

Thursday, July 30, 2026

ART to Partner Visa; Subclass 309

เมื่อเรื่องของลูกค้าอยู่ที่ ART
ไม่ว่าจะจาก Subclass อะไรก็ตามแต่

ลูกค้าทำเรื่อง Partner Visa กับเรา
Offshore; Subclass 309

1. ในวันที่ลูกค้าเดินทางออกนอกประเทศ ทันทีที่ลูกค้ารูด passport ที่สนามบิน ระบบก็ถือว่าลูกค้าไม่ได้อยู่ onshore แล้ว

2. "ทีม J" ก็กรอกข้อมูลทุกอย่าง online ใน ImmiAccount ของบริษัทเรา

3. ในระหว่างที่ลูกค้าอยู่บนฟ้า เรายื่นเรื่องให้ลูกค้าแล้วเรียบร้อย เท้ายังไม่แตะพื้น

- เมื่อทำ Biometric เสร็จ ลูกค้าก็สามารถบินกลับได้เลยทันที (ออกไปด้วย Bridging Visa B)

- ตรวจร่างกายที่ไหนก็ได้ ทุกอย่าง link กันหมด เดี๋ยวทีมงานเราแจ้งไป; 1-2-3-4

กราบขอบคุณที่เลือกใช้บริการของเรา

Partner Visa: แต่ละ case ราคาไม่เท่ากันนะครับ
ราคาของเราเป็น package, รวมแล้วทั้ง TR และ PR

จ่ายทีเดียวตั้งแต่ตอนยื่น TR
ตอนยื่น PR ก็ไม่ต้องจ่ายอะไรแล้ว

ครบ จบ ทีเดียว 💕💕💕

Tuesday, July 28, 2026

Ministerial Intervention

Ministerial Intervention


1. บาง case อาจต้องรอ 4.5 - 5 ปี


2. ถือ Bridging Visa E ในระหว่างที่รอ ต่อทุก ๆ 3 เดือน


ความยากไม่ได้อยู่ที่การทำ case


Nature ของ case มันจะมีความเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว


มันต้องมี Special Circumstances แหละ มันถึงขอ Ministerial Intervention ได้


สิ่งที่ P' J ไม่ชอบคือ

- เราต้องขอ Bridging Visa E ทุก ๆ 3 เดือน 

- 1 ปีก็ประมาณ 4 รอบ

- ถ้ารอ 4.5 - 5 ปี ก็ x 4


ซึ่งสำหรับ P' J แล้ว

P' J อยากเอาเวลาตรงนั้นไปทำอะไรอย่างอื่นมากกว่า

Monday, July 20, 2026

Subclass 186: Bridging Visa B



หากคุณถือวีซ่า Subclass 482 หรือ Substantive Visa ตัวอื่น ๆ อยู่ตอนนี้ แล้วยื่น Subclass 186 ไม่ว่าจะเป็น Direct Entry หรือ TRT


1. หาก Subclass 482 ยังไม่หมดอายุ แสดงว่า Bridging Visa A ของคุณยังไม่ active


2. คุณเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศได้ด้วย Subclass 482


3. ไม่ต้องขอ Bridging Visa B


Substantive Visa = วีซ่าที่ไม่ใช่ Bridging Visa

Sunday, July 12, 2026

Bridging Visa E กับการโดนแบน 3 ปี



1. หากคุณถือ Bridging Visa E เกิน 28 วัน หรือ

2. วีซ่าขาดเกิน 28 วัน หรือ

3. ข้อ 1 กับข้อ 2 รวมกันเกิน 28 วัน

ทันทีที่คุณก้าวขาออกจากประเทศออสเตรเลีย คุณจะโดนแบน 3 ปี
ไม่สามารถขอวีซ่าชั่วคราวได้; วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์; Subclass 482 และวีซ่าชั่วคราวอื่น ๆ อีกหลายชนิด

แต่คุณยังสามารถยื่นวีซ่าเป็น PR ได้
ไม่ต้องรอ 3 ปี
อย่างเช่น Partner Visa, Subclass 186 หรือวีซ่า PR ตัวอื่น ๆ

Monday, June 29, 2026

From Subclass 482 to Subclass 186


From Subclass 482 to Subclass 186


หากคุณ (Main Applicant) และแฟนถือ Subclass 482 แล้ว plan จะยื่น Subclass 186 (ENS); TRT


- แฟนจะเข้าจะออกประเทศกี่ครั้งก็ได้ หรืออยู่นอกประเทศก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการยื่น Subclass 186 (ENS); TRT


- แต่ถ้า Main Applicant จะยื่น Subclass 186 (ENS); TRT คุณต้องทำงานให้กับนายจ้างที่ทำเรื่อง Subclass 482 ของคุณให้ครบ 2 ปี หากคุณต้องลางาน ก็ต้อง ensure ว่าเวลาที่ลานั้นอยู่ใน Contract of Employment ไม่ว่าจะเป็น Sick Leave หรือ Annual Leave หากคุณลาเกิน คุณก็ต้องทำงานต่อเพิ่มในส่วนที่ขาด ยกตัวอย่างเช่น ลาเกิน Sick Leave หรือ Annual Leave 5 วัน คุณก็ต้องทำงานเป็น 2 ปี 5 วัน อย่างนี้เป็นต้น

Saturday, June 27, 2026

Bridging Visa: From Subclass 482 to Subclass 186



Bridging Visa: From Subclass 482 to Subclass 186


หากคุณถือ Subclass 482 อยู่ ยังไม่หมดอายุ

แล้วยื่น Subclass 186 ไม่ว่าจะเป็น TRT หรือ Direct Entry


- Bridging Visa A ของคุณยังไม่ active


- คุณยังสามารถเข้าออกประเทศได้ด้วย Subclass 482 ไม่ต้องขอ Bridging Visa B, จนกว่า Subclass 482 จะหมดอายุ

Thursday, June 25, 2026

From Subclass 494 to Subclass 191



From Subclass 494 to Subclass 191


- Subclass 494 เราต้องทำงานกับนายจ้าง 3 ปี


- เปลี่ยนนายจ้างได้


- 3 ปีนั้นเอาหลาย ๆ นายจ้างมารวมกันได้ (while holding Subclass 494)


ตอนขอ PR; Subclass 191


- ไม่จำเป็นต้องให้นายจ้างสปอนเซอร์แล้ว


- เราสามารถลาออกได้ เป็น free bird

Bridging Visa A; Student Visa สมัคร Subclass 482


Student Visa สมัคร Subclass 482

วีซ่านักเรียนหมดแล้ว

ตอนนี้ถือ Bridging Visa A


8105 มันขึ้นว่า Work Limitation ก็จริง

แต่คุณเรียนจบแล้ว

คุณไม่ได้ถือวีซ่านักเรียนแล้ว


คุณสามารถทำงานได้ 25 hours a day, 8 days a week

จะทำกี่งานก็ได้

กี่นายจ้างก็ได้

Unlimited!!!

Monday, June 22, 2026

ค่าแรงขั้นต่ำ


Subclass 482: ค่าแรงขั้นต่ำ ให้ยึดตาม ณ วันที่ยื่น Stage 2: Nomination ไม่ว่ากฎอะไรจะเปลี่ยนหลังจากนั้น ไม่เกี่ยวกับคุณแล้ว

Subclass 494: ค่าแรงขั้นต่ำ ให้ยึดตาม ณ วันที่ยื่น Stage 2: Nomination ไม่ว่ากฎอะไรจะเปลี่ยนหลังจากนั้น ไม่เกี่ยวกับคุณแล้ว

Subclass 186: ค่าแรงขั้นต่ำ ให้ยึดตาม ณ วันที่ยื่น Stage 1: Nomination ไม่ว่ากฎอะไรจะเปลี่ยนหลังจากนั้น ไม่เกี่ยวกับคุณแล้ว

Subclass 187: ค่าแรงขั้นต่ำ ให้ยึดตาม ณ วันที่ยื่น Stage 1: Nomination ไม่ว่ากฎอะไรจะเปลี่ยนหลังจากนั้น ไม่เกี่ยวกับคุณแล้ว

โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ
J Migration Team Pty Ltd
Australia Settlement Strategist ☕✨☕❄️
+
Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪

ค่าแรงที่อยู่ใน Contract of Employment



Subclass 482; ค่าแรงที่อยู่ใน contract of employment บังคับใช้หลังจากวีซ่าของคนสมัครผ่านแล้ว (Stage 3) ค่าแรงเท่าไรใน contract ก็ต้องตามตัวเลขนั้น ๆ ไม่เกี่ยวกับว่ากฎจะเปลี่ยนหรือไม่


Subclass 494; ค่าแรงที่อยู่ใน contract of employment บังคับใช้หลังจากวีซ่าของคนสมัครผ่านแล้ว (Stage 3) ค่าแรงเท่าไรใน contract ก็ต้องตามตัวเลขนั้น ๆ ไม่เกี่ยวกับว่ากฎจะเปลี่ยนหรือไม่


Subclass 186; ค่าแรงที่อยู่ใน contract of employment บังคับใช้หลังจากวีซ่าของคนสมัครผ่านแล้ว (Stage 2) ค่าแรงเท่าไรใน contract ก็ต้องตามตัวเลขนั้น ๆ ไม่เกี่ยวกับว่ากฎจะเปลี่ยนหรือไม่


Subclass 187; ค่าแรงที่อยู่ใน contract of employment บังคับใช้หลังจากวีซ่าของคนสมัครผ่านแล้ว (Stage 2) ค่าแรงเท่าไรใน contract ก็ต้องตามตัวเลขนั้น ๆ ไม่เกี่ยวกับว่ากฎจะเปลี่ยนหรือไม่

Friday, June 19, 2026

เรียนอะไรวน ๆ เรียนอะไรที่ General


การเรียนอะไรวน ๆ loop คือการฆ่าตัวตายทางด้านวีซ่าอีกอย่างหนึ่ง


การเรียนอะไรที่มัน general มากเกินไป 

มันก็ไม่เป็นผล


- Cert IV in Leadership and Management

- Diploma of Leadership and Management

- Advanced Diploma of Leadership and Management


แล้วตามด้วย


- Cert IV in Marketing and Communication

- Diploma of Marketing and Communication

- Advanced Diploma of Marketing and Communication


หรือตามด้วย


- Cert IV in Business

- Diploma of Business

- Advanced Diploma of Business


เราเปล่าดูแคลน course เรียนของใคร

เราพูดไปตามเนื้อผ้า


อะไรที่มันวน ๆ

มันก็อยู่ในอ่าง

มันไม่ progress


อะไรที่มัน general มากเกินไป

มันดูเหมือนลงทะเบียนเพื่อยื้อเวลา


ถ้าเราเป็น case officer เราก็จะปฏิเสธวีซ่าพวกนี้เหมือนกัน


...No hard feelings...


เราแนะนำนะครับ ถ้าจะเลือกลงเรียนอะไร ก็ลงเรียนอะไรที่มัน specific นิดหนึ่ง เอาสายที่เฉพาะทาง


สายช่าง

สายอะไรก็ว่าไป


อย่าเรียนอะไรที่มัน general เกิน


เรียนอะไรที่มันต่อยอดได้ 


พวกสาขาอาชีพใน Long-Term List; Medium and Long‑term Strategic Skills List 

หรือ สาขาอาชีพที่อยู่ใน CSOL; Core Skills Occupation List


ชีวิตจะได้ไปต่อ


โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ


J Migration Team Pty Ltd

Australia Settlement Strategist ☕✨☕❄️

+

Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪


jpp168.immi@outlook.com


Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture 💕💕💕

Thursday, June 18, 2026

Health Waiver: HIV


HIV ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ในการขอวีซ่าของประเทศออสเตรเลีย


วีซ่าที่ต้องตรวจเลือด 

ตรวจหาเชื้อ HIV ก็จะเป็นวีซ่าถาวรทุกชนิด


HIV มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ในการขอวีซ่า


HIV สามารถควบคุมได้ ถ้าได้รับการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา

และวิวัฒนาการทางการแพทย์มันก็เจริญก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ 

ทุกอย่างต้องดีขึ้นสิ


คนที่มีเชื้อ HIV 

การยื่นขอวีซ่าของประเทศออสเตรเลียมันก็จะซับซ้อนนิดนึง 

แต่ทุกอย่างก็มีทางออก


เราก็แค่เพียงว่าต้องขอทำเรื่องยกเว้นเรื่องสุขภาพ หรือเราเรียกกันว่า Health Waiver


สิ่งที่เราต้องทำเกี่ยวกับ Health Waiver ก็คือ:

- เราต้องมีหลักฐานว่าเราได้ทำการรักษาโรคนี้มาอย่างต่อเนื่อง

- เราต้องโชว์ว่าเราหรือครอบครัวมีศักยภาพทางด้านการเงินในการดูแลรักษา


และที่สำคัญที่สุดก็คือ เราต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ตลอดชีวิต ซึ่งทางอิมมิเกรชันเขาก็จะมีหมอที่ทำการคำนวณค่ารักษาต่าง ๆ นานาออกมาแหละ แต่เราไม่ต้องเห็นด้วยกับตัวเลขเหล่านั้น เราสามารถคำนวณแล้วใช้ตัวเลขของเราเข้าแย้งได้เพราะ:


- ด้วยวิวัฒนาการที่ดีขึ้น ค่ายารักษาโรคก็ถูกลง


- บางคนก็ได้สวัสดิการจากรัฐบาลไทยในการรักษาโรคนี้ ดังนั้นค่าใช้จ่ายจึงไม่มากตามที่หมอของทางอิมมิเกรชันคำนวณมา


ทุกสิ่งอย่าง เราสามารถแย้งได้หมด (ถ้ารู้วิธี)


แต่สิ่งที่เราอยากจะแนะนำก็คือ


คนที่มีเชื้อ HIV ควรจะยื่นเรื่องภายในประเทศออสเตรเลีย เพื่อที่จะได้ Bridging Visa A เพื่อที่จะได้อยู่กันไปยาว ๆ เลย มีอะไรเราจะได้ต่อสู้กันภายในประเทศออสเตรเลีย เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ มันต้องยาวนานกว่า case ทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว ดังนั้นการมี Bridging Visa A นั้นสำคัญมาก


เหนื่อยได้

ท้อได้

พักได้

แต่อย่าหยุด


ไม่ใช่ทุก Subclass จะมี Health Waiver


โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ


J Migration Team: Australia Settlement Strategist

ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย


jpp168.immi@outlook.com


Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture 💕💕💕



Tuesday, June 9, 2026

Citizenship by Descent; อุ้มบุญ

Citizenship by Descent; อุ้มบุญ

ลูกอุ้มบุญ No remance relationship
สามารถขอ Citizenship by Descent ได้
ด้วยการตรวจ DNA

ก่อนทำการอุ้มบุญ โปรดปรึกษา MARN หรือ Legal Practitioner ของคุณ

กฎหมายการทำลูกอุ้มบุญของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

ความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้ หรือมันคือ Domestic Violence



Partner Visa; เมื่อความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้

มันคือความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้ หรือมันคือ Domestic Violence บางทีเราก็ต้องแยกให้ออก ☕✨☕❄️


บางทีมันอาจเป็นเพราะคน 2 คนไปกันต่อไม่ได้

อาจด้วย lifestyle ที่แตกต่าง

ความคาดหวังที่แตกต่าง

ความต้องการในชีวิตที่แตกต่าง

ไม่มีถูก ไม่มีผิด 💕💕💕


คนดื่มเหล้า เมายา ตบตู้

ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็น Domestic Violence

เราต้องแยกกันให้ออก


เขา not living up to your expectation หรือ your standard ก็คือไปกันต่อไม่ได้ไง

ไม่ใช่ Domestic Violence ทางด้านจิตใจ


คุณอาจเสียใจ

เขาก็แค่ "ไม่ใช่" สำหรับคุณ

ไม่เกี่ยวกับ Domestic Violence


คำว่า "คนดี" หรือ "คนไม่ดี"

เป็นอะไรที่ subjective

มันวัดกันยาก


คนที่ "ไม่ใช่"

เราก็แค่เดินออกมา


หลาย ๆ คนทนอยู่กับความสัมพันธ์ที่ "ไม่ใช่" เพราะเหตุผลทางด้านวีซ่า


hmmmm.... อะไรที่ต้อง "ทน"

แสดงว่า "ไม่ใช่"


หากเรารักตัวเองมากพอ

ทุกอย่างมันตัดสินใจง่ายมากเลย

ไม่เล่นบทเหยื่อ


ชีวิตเรา

เราเลือกได้


ส่วนเรื่องวีซ่า

ก็ต้องหาที่ปรึกษา 💕💕💕


J Migration Team Pty Ltd

Australia Settlement Strategist ☕✨☕❄️

+

Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪

Saturday, June 6, 2026

Partner Visa ภาษาของหัวใจ ขวัญกับเรียม (2026)


ความรักมันเป็นภาษาของหัวใจ

จะเพศเดียวกันหรือต่างเพศ 

จะสูงขาวดำเตี้ย

ถ้าได้รักกันแล้ว จะแต่งกันปุ๊บปั๊บมันก็ทำกันได้ ขอเพียงให้เรารักกันจริง ชั่วฟ้าดินสลาย เหมือนขวัญกับเรียม และสามารถพิสูจน์ได้ว่า ความรักระหว่างขวัญกับเรียมนั้น

  • long-term, long-term ในที่นี้คือกะจะอยู่กันยาว ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะครับ ไม่ได้เกี่ยวว่าคบกันมานานแล้ว
  • genuine, ขวัญกับเรียมต้องรักกันจริง ไม่ได้จ้างแต่ง
  • continuing, ก็ประมาณว่า ขวัญยังรักเรียมอยู่ ยังไม่หมดรัก พิศวาสยังไม่สิ้น

ถ้าสามารถโชว์ได้ 3 อย่างนี้ ต่อให้เจอกันปุ๊บ รักกันปั๊บ แต่งกันเลยก็ไม่มีปัญหาอะไร ปัญหามันจะอยู่ที่ว่า ขวัญกับเรียมจะโชว์เอกสารอะไรได้บ้างเพื่อให้ครบคุณสมบัติของความรักที่แท้จริง ดัง 3 ประการเบื้องต้น

ไม่ว่าจะ
เพศเดียวกันหรือต่างเพศ ทุกคู่รักสามารถจด register of relationship (WA ไม่มี, NT ไม่มี) หรือแต่งงานได้


การจด register of relationship ไม่ต้อง book เดินไปจด จ่ายเงิน แล้วเดินออกมาได้เลย

  • การจด register of relationship สามารถทำได้เฉพาะแค่บางรัฐเท่านั้น
  • การจด register of relationship สามารถนำเอาใบเสร็จที่จ่ายเงินมาขอ Partner Visa แบบ defacto ได้เลย
  • การจด register of relationship สามารถทำได้ทั้งคู่รักเพศเดียวกัน หรือคู่รักต่างเพศ 
  • การจด register of relationship มีข้อดีคือ ถ้าอยู่มาวันหนึ่ง ทั้งคู่ต้องเลิกรากันไป ทั้งคู่ก็แค่เก็บข้าวของ แล้วเดินจากกันไป ไม่ต้องไปทำเรื่องหย่าให้เสียเวลา
  • การจด register of relationship, เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน 

ไม่ว่าจะรักกันแบบ ขวัญกับเรียม ขวัญกับขวัญ หรือเรียมกับเรียม ก็สามารถจด register of relationship ได้หมด

Copyright: ถ้าจะแชร์ให้แชร์จากต้นโพสต์เท่านั้น, ไม่ copy & paste, ไม่ screen capture