Tuesday, October 29, 2024

โฆษณาชวนเชื่อ งานฟาร์ม; 85,000 - 150,000 บาท

ยอมใจคนที่พร้อมและยอมจ่าย 85,000 บาท หรือบางคนก็ 150,000 บาท เพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว subclass 600

เพื่อมาแล้วขอวีซ่าลี้ภัย (ระวังโดนปัดตกเป็น invalid application)

เพื่อมาทำงานที่ฟาร์ม

หรือมาตายเอาตราบหน้า

คนที่มาแล้ว ก็มาเสียชีวิตในฟาร์มก็มี เพราะคนที่ไม่มีวีซ่าที่ถูกต้อง บางทีเขาก็เลือกงานไม่ได้

สภาพแวดล้อมการทำงานมันอาจจะไม่ได้เป็นดั่งที่เราคิดก็ได้

ในวันที่ฝนตก
ในวันที่คนงานขึ้นรถ truck หรือรถ ute 
ในวันที่คนงานพากันนั่งข้างหลัง ไม่มี seatbelt ไม่มีระบบป้องกันอะไร เพราะคิดว่าทำงานอยู่ในฟาร์ม ขับรถอะไร อย่างไรก็ได้

ในวันที่ฝนตก
ในวันที่ถนนที่ฟาร์มลื่น
ในวันที่รถ ute เสียหลัก
ในวันที่รถ ute เหวี่ยงตัวไปมา
ในวันที่คนงานที่ไม่มีวีซ่าถูกต้องนั่งอยู่ด้านหลังของรถ ute

ในวันที่ "จุด จุด จุด"

สิ่งที่เห็นใน TikTok ก็คือ "สิ่งที่เห็นใน TikTok"
มันแค่บางส่วน

มันยังมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายที่เขาเลือกที่จะไม่พูด ไม่ได้อยู่ใน TikTok

คนงาน 20 นอนรวมกันในห้องโถงใหญ่
บางที่ดีหน่อย อาจจะจะ bunkbed เตียงนอน 2 ชั้นให้

...สรุป... มาเมืองนอกเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ หรือครับ??

บางคนบอกว่าชีวิต "เลือกไม่ได้"
เกิดมาฐานะเป็นแบบนั้นแบบนี้ blah...blah...

ชีวิตคนเรา "เลือกได้" เสมอ
"เลือก" ที่จะหาข้อมูลเพิ่มอีกหน่อย 
"เลือก" ที่จะอ่านตรงนี้เพิ่มอีกนิดหนึ่ง

โทษทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้
ยกเว้นโทษตัวเอง

เล่น "บทเหยื่อ" ง่ายเสมอ

ค่าสมัครวีซ่าท่องเที่ยว; $195 AUD

ถ้ายอมจ่าย 85,000 บาท หรือ 150,000 บาท
ไม่รู้สึกว่ามันแปลกบ้างหรือครับ

บุญใครกรรมมัน
ต่างกรรม ต่างวาระ

วีซ่าออสเตรเลีย ปรึกษาคนที่มี MARN นะครับ
หรือทีมงานที่มีคนที่มี MARN เป็นหัวเรือใหญ่

เงินอยู่ในกระเป๋าเรา กอดเอาไว้ให้แน่น ๆ
อย่าให้โดนหลอก

หรือเต็มใจให้หลอก
เพียงเพราะเพื่อหวังว่าจะ "ฟลุค"

มาวีซ่าท่องเที่ยว subclass 600
ทำงานไม่ได้

กฎหมายทุกอย่าง มีเหตุและผลของมัน
รัฐบาลเขาออกกฎมาแบบนั้น

แค่บอกว่าวีซ่าทำงานของออสเตรเลียผ่านกรมแรงงาน
ตรงนี้ก็ผิดแล้ว
และอื่น ๆ อีกมากมายที่เขาโฆษณาชวนเชื่อกันในสื่อ online ต่าง ๆ

อยากให้ระวังกัน

มองมากกว่าที่ตาเห็น
ฟังมากกว่าที่เคยได้ยิน

Friday, October 25, 2024

Partner Visa; ป้าชม้อย หลานพอล ลูกกรอก และเทวดา รักแท้มีอยู่จริง


"ป้าชม้อย" เป็น Australian citizen ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียมาหลายเพลาแล้ว

"หลานพอล" เป็นหลานป้าชม้อย ก็มาเรียนหนังสือ เป็น student visa ตามปรกติ ก็มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณป้า

หลานพอลมีเพื่อนสนิท "น้องลูกกรอก" เรียนหนังสือด้วยกัน ก็ไปมาหาสู่กับหลานพอลกันเป็นประจำ เวลาน้องลูกกรอกมาหาหลานพอล น้องลูกกรอกก็จะเจอป้าชม้อยอยู่ตลอดเวลา

คนเราเจอกันเข้าบ่อย ๆ 
คุยกันบ่อย ๆ 
ถึงแม้อายุจะต่างวัย ความรักก็เกิดขึ้นได้

รักแท้มีอยู่จริงนะครับ เรื่องความแตกต่างของอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

ป้าชม้อยและลูกกรอกตัดสินใจคบหากัน ซึ่งหลานพอลเองก็ไม่ได้ติดอะไร

หลานพอลเองก็ดีใจที่เห็นคุณป้าของตัวเองมีความสุข
ส่วนเพื่อน; ลูกกรอกเองก็เป็นเพื่อนสนิท หลานพอลรู้หัวนอนปลายเท้า ไม่ใช่แปลกหน้า การได้สมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ป้าชม้อยก็ทำเรื่องให้กับน้องลูกกรอก; Partner Visa; Subclass 820 & Subclass 801

ซึ่งก็ผ่าน เพราะมันก็เป็นความรักที่แท้จริง
ทั้ง 2 คนรักกันจริง
ไม่ใช่ case จ้างแต่ง
ไม่ใช่ case เพื่อนทำให้เพื่อน
ไม่ใช่ case ป้าทำให้หลาน

แต่มันเป็น case ที่เขาเป็นคู่รักต่างวัยที่รักกันจริง ๆ 

ทั้ง 2 ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอยู่นานหลายปี
แต่ก็นั่นแหละ บางทีความต้องการอะไรบางสิ่งบางอย่างมันก็อาจจะไม่ match

เด็กหนุ่ม ยังคึกคะนองอยู่ ความต้องการอะไรบางสิ่งบางอย่างก็มีอยู่ค่อนข้างสูง

ป้าชม้อยเอง อะไรหลายสิ่งอย่างก็ไม่ได้เด้งเต่งตึงเหมือนสาว ๆ

อะไรหลายสิ่งอย่างสามารถทำศัลยกรรมได้
แต่ก็ยังมีอะไรหลายสิ่งอย่างที่อาจจะทำศัลยกรรมไม่ได้
อย่างเช่นเรื่อง energy เป็นต้น

ทั้ง 2 อยู่กันไปอยู่กันมา หลาย ๆ สิ่งอย่างค่อย ๆ ไม่ match
ไม่เหมือนข้าวใหม่ปลามัน
หลายสิ่งอย่างค่อย ๆ fade away
ความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน 

ทั้ง 2 เลยเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ลงด้วยดี 
แยกย้ายกันไปมีชีวิตใหม่ของใครมัน 

รักต่างวัย โปรดอย่ามองว่าใครใช้ใครเป็นเครื่องมือ หรือ stepping stone คู่รักหลาย ๆ คู่เขาก็รักของเขาจริง ๆ แค่อาจจะมีบางอย่างที่ tune กันไม่ค่อยติดแล้ว ก็แค่นั้นเอง

อะไร ใด ๆ ป้าชม้อยและลูกกรอกก็จากกันด้วยดี

วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก
5 ปีหลังจากที่ป้าชม้อยทำเรื่องสปอนเซอร์ให้กับลูกกรอก

ลูกกรอกเจอรักใหม่ "พี่เทวดา"
จากรักต่างวัย กลายมาเป็นรักแบบเพศเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ผิด คนเรามีความหลื่นไหลทางเพศได้

ลูกกรอกตอนนี้ได้ PR แล้ว และถูกสปอนเซอร์มาจากป้าชม้อยอย่างต่ำ 5 ปีแล้ว ลูกกรอกสามารถทำเรื่องให้กับรักใหม่ "พี่เทวดา" ได้

ทุกการสปอนเซอร์ มันก็มี limitation ของมันนะครับ
โปรดปรึกษาคนที่มี MARN เท่านั้น เขาจะได้ช่วยวาง timeline ให้ได้ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง

ลูกกรอกได้ PR มาจากป้าชม้อยซึ่งเป็นผู้หญิง และเป็นรักต่างวัย ซึ่งก็ไม่ผิด

ลูกกรอกจะทำเรื่องให้กับพี่เทวดาซึ่งเป็นผู้ชาย เป็นรักเพศเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ผิด

ขอแค่ทุกความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์ที่:
- แท้จริง
- ต่อเนื่อง
- ยาวนาน

กับความสัมพันธ์ที่มีความซับซ้อน หากไม่แน่ใจและไม่อยากเสี่ยง โปรดปรึกษาคนที่มี MARN นะครับ

jpp168@outlook.com
0412470969

Wednesday, October 23, 2024

Partner Visa; แฟนขอเงิน Centrelink

"แฟนขอเงิน Centrelink จะต้อง update สถานะความสัมพันธ์กับ Centrelink ไหม"

ต้อง update นะครับ

ทำอะไรให้มันถูกต้อง
แล้วทุกอย่างจะง่าย

ไม่ขี้ตักมักได้

เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน

เราไม่ judge คนที่เขาขอเงิน Centrelink 
แค่เขาต้องทำอะไรให้มันถูกต้องและโปร่งใสแค่นั้นเอง

เมื่อสถานะ relationship เปลี่ยน ก็ต้องแจ้ง Centrelink และเงินที่เคยได้ประจำก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการคำนวณของ Centrelink

อันนั้นก็ต้องติดต่อ Centrelink เอง

ทำอะไรให้มันถูกต้อง
จะได้ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง

Partner Visa; $1 เดียวก็เสียวได้

สอบถามกันเข้ามาเยอะ...

สำหรับ Partner Visa แล้ว มีหลายคนสงสัยในเรื่องของการเงินและ bank statement ทั้งของตัวเองและของคนที่สปอร์นเซอร์

Partner Visa ไม่เหมือนวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าท่องเที่ยว

ทาง immigration ไม่ได้ดูที่ยอด balance statement ของบัญชีส่วนตัวเท่าไหร่ แต่จะไปเน้นที่ joint bank account หรือบัญชีคู่ 

ดังนั้นจึงไม่สำคัญว่าเราหรือคนที่สปอนเซอร์เรามียอดเงินในบัญชีเท่าไหร่

Partner Visa จะเน้นและโฟกัสไปที่ความรัก ความผูกพันและ relationship

ไม่ใช่เรื่องของการเงิน หรือยอดเงินในบัญชีส่วนตัว

แต่เงินที่จับจ่ายใช้สอยภายในครัวเรือนที่เป็นบัญชีคู่ก็อย่าให้มันขี้เหล่มาก

คนที่ขอเงิน CentreLink ก็สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์แฟนของตัวเองได้
แต่คนสปอนเซอร์จะต้องแจ้ง relationship status ให้กับ CentreLink ด้วย ไม่ใช่เป็นพวก "กินรวบ"

หรือบางคนที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ได้เปิดบัญชีที่ประเทศออสเตรเลียก็ไม่เป็นไร เราก็สามารถใช้บัญชีธนาคารของประเทศนั้นๆที่เรากับแฟนไปอาศัยอยู่ เราไม่จำเป็นที่จะต้องมาเปิดบัญชีเพื่อที่จะทำ Partner Visa (มีก็ดี แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่)

เรากับแฟนของเราเคยใช้เงินด้วยกันยังไงก็ให้ใช้ไปตามปกติ ก็ให้ดำเนินชีวิตไปตามปกติ เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน lifestyle ของเราเพื่อที่จะทำ Partner Visa 

เราเคยมีชีวิตยังไง ก็ให้ดำเนินชีวิตไปตามปกติ ดำเนินชีวิตคู่นะครับไม่ใช่ ดำเนินชีวิตคนเดียว!!!

ในส่วนของเรื่องการเงินแล้ว ขอเพียงเรากับแฟนเราสามารถโชว์ว่าเราสองคนใช้เงินร่วมกันยังไง หรือใครจ่ายอะไรมั่ง ในการจับจ่ายใช้สอย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหลักฐานการใช้เงินร่วมกัน หรือ financial commitment ที่คนสองคนมีต่อกัน

ดังนั้นเราไม่ต้องไป focus ที่ยอดเงินบัญชีหรือ balance ของบัญชีส่วนตัวมากจนเกินไป

คนเรามีเงินในบัญชี $1 ก็สามารถ sponsor แฟนของตัวเองได้ (ทำผ่านมาแล้ว) ถ้าเขาสามารถพิสูจน์ว่าเขาสองคนรักกันจริง เป็น:

- genuine,
- long-term,
- continuing.

แค่นี้ก็พอแล้ว

Partner Visa, $1 เดียวก็เสียวได้