Visa Hopper หมายถึงบุคคลที่ยื่นวีซ่าต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อรักษาสถานะการอยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย
แม้ว่าจุดประสงค์จริง ๆ ของเขาจะไม่ตรงกับสิ่งที่ยื่นไป
มันคือการการยื่นวีซ่าไปมาโดยไม่มีแผนระยะยาวที่ชัดเจน
มันคือการ “ต่อเวลา” ไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน
รวมถึงการใช้ Bridging Visa และศาลปรกครองพิเศษเพื่อ “ต่อเวลา” ด้วย
ปัญหาที่ตามมา
ทำให้คดีอุทธรณ์ที่ศาลปกครองพิเศษใน ART เพิ่มขึ้นอย่างมาก
รวมไปถึงศาลสูงที่ตอนนี้รอเรื่องอยู่ที่ประมาณ 4.5-5 ปี (NSW, VIC & QLD)
รัฐบาลเองก็ “ค่อย ๆ ปิดช่องว่าง” นี้
1. วีซ่านักเรียน: เปลี่ยนจาก GTE เป็น Genuine Student (GS)
เน้นเจตนาการเรียน “จริง” มากขึ้น
ลดการใช้ Student visa เป็นทางผ่าน
2. วีซ่านักเรียน: เพิ่มความเข้มงวดด้านการเงิน
ต้องแสดงเงินที่ “เข้าถึงได้จริง”
ไม่ใช่แค่มีเงินในบัญชีชั่วคราวหรือจดหมายรับรองจากธนาคาร
3. เพิ่มค่าสมัครวีซ่าที่แพงมากขึ้น
อย่างเช่นค่าสมัครวีซ่านักเรียน
และค่าสมัครวีซ่า Subclass 485
4. เพิ่มความยากของภาษาอังกฤษ
อย่างเช่นวีซ่านักเรียน
และวีซ่า Subclass 485
5. จำกัดการเปลี่ยนวีซ่าในประเทศ (Onshore switching)
มีการออกกฎใหม่เพื่อปิดช่องสำคัญ เช่น
- Visitor visa ยื่น Student visa (onshore) ไม่ได้แล้ว
- Subclass 485 ยื่น Student visa (onshore) ไม่ได้แล้ว
หมายความว่า “อยู่แล้วค่อยเปลี่ยนทีหลัง” ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม
6. เปลี่ยนแปลงเรื่องอายุคนสมัคร Subclass 485
7. ปรับเกณฑ์ Traing Visa: Subclass 407
ต้องมี sponsor และ nomination อนุมัติก่อนยื่น
ลดการยื่นแบบไม่พร้อมจริง
ไม่สามารถยื่น Stage 1-2-3 พร้อมกันได้อีกต่อไปแล้ว
รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า
ระบบจะไม่เปิดช่องให้วนวีซ่าเหมือนเดิมอีกต่อไป
การลองผิดลองถูกคือ "เสี่ยงมาก"
การวางกลยุทธ์ เพิ่ม "โอกาสสำเร็จ"
ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่อยากจะบอกว่า
เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ
ศึกษาข้อมูลแต่เนิ่น ๆ
ทุกอย่างมีทางออกนะครับ 💕💕💕
วางแผนให้ดี 💕💕💕
J Migration Team; Australia Settlement Strategist
ที่ปรึกษาการตั้งรกรากในออสเตรเลีย
jpp168.immi@outlook.com
No comments:
Post a Comment