Friday, March 19, 2010

โควต้า Business Skills Visas สำรับ 2009/10 Financial Year

ทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นได้มีประกาศออกมาเมื่อวันที่ 18 Mar 2010 (เมื่อวาน) ว่าด้วยเรื่องของโควต้าของ Business Skills Visa สำหรับ financial year นี้ (1 Jul 2009 - 30 Jun 2010) ว่าให้หยุดโควต้าไว้ที่ 6,530 วีซ่า
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีผลต่อ:
Class EA
132 Business Talent (Migrant)
Class UR
160 Business Owner (Provisional)
161 Senior Executive (Provisional)
162 Investor (Provisional)
163 State/Territory Sponsored Business Owner (Provisional)
164 State/Territory Sponsored Senior Executive (Provisional)
165 State/Territory Sponsored Investor (Provisional)
การเปลียนแปลงครั้งน้มีผลบังคับใช้ทันที ตั้งแต่เมื่อวาน

ณ ตอนนี้โควต้าก็ยังไม่ถึง 6,530 หรอกนะครับ แต่คิดว่าจะถึงโควต้านี้เร็วๆ ถ้าถึงโควต้าเมื่อไหร่ ทางอิมมิเกรชั่นก็จะไม่มีการออกวีซ่าให้จนถึงหลังจาก 30 Jun 2010 นะครับ

Monday, March 15, 2010

โทษทีนะครับ ช่วงนี้ไม่ได้เขียน blog เลย

โทษทีนะครับทุกคนที่เฝ้า รอคอยอ่าน blog นี้กันเยอะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียน blog เลย

ช่วงนี้เหนื่อยจริงๆ ขอหยุดเติมพลังก่อนนะ หลัง Easter ค่อยลุยเขียน blog ต่อ

Friday, February 19, 2010

จะใช้ skill assessment ที่ได้มาก่อน 1 Jan 2010 ได้มั๊ย

ทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นมีความห่วงใยสำหรับเด็กนักเรียนต่างชาติ เกี่ยวกับเรื่องการประกาศใช้ Job Ready Program (JRP) เมื่อวันที่ 01 Jan 2010 ที่ผ่านมา Job Ready Program ก็มีผลบังคับใช้เฉพาะ trade occupation เท่านั้นนะครับ

ทางกระทรวงอิมมิเกรชั่น plan ที่จะอนุญาติให้นักเรียนต่างชาติที่ทำ Skill Assessment ก่อนวันที่ 1 Jan 2010 มาใช้ได้ แต่ถ้าใครจะสมัครหลังวันที่ 1 Jan 2010 ก็ต้องทำ Job Ready Program นะครับ

ทั้งนั้และทั้งนั้น ทางอิมมิเกรชั่น แค่ plan เท่านั้นนะครับ ยังไม่ได้ประกาศวันที่ ที่แน่นอน อันนี้เราก็ต้องรอต่อไป คงไม่นานเกินรอ แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวดี (เล็กๆ) สำหรับคนที่ยื่น Skill Assessment ก่อนวันที่ 1 Jan 2010 แต่ยื่นเรื่องขอวีซ่าหลังวันที่ 1 Jan 2010

Monday, February 15, 2010

Changes to Priority Processing


เมือปีที่แล้วทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นได้มีการเปลี่ยนแปลง Priority Processing ของ Skilled Migrant Visa แต่เมือวันจันทร์ที่ผ่านมา วันที่ 8 Feb 2010 ทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นก็ได้ออกมาประกาศการเปลี่ยนแปลงอีกรอบ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็จะมีผลต่อวีซ่าที่ยังรอผลอยู่ และรวมไปถึงผู้สมัครที่ยื่นวันที่ 8 Feb 2010 หรือหลังจากนั้นด้วย

- รัฐมนตรีกระทรวงอิมมิเกรชั่น ได้ set new priority processing ดังต่อไปนี้
  • วีซ่าที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ Employer Nomination Scheme (ENS) จะได้รับการพิจารณาเร็วที่สุด
  • วีซ่าที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้สปอนเซอร์ Regional Sponsored Migration Scheme (RSMS) จะได้รับการพิจารณาเร็ว ลองลงมาจากวีซ่าที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ENS
  • วีซ่า Skilled Migrant ทั่วๆไป ที่น้องคนไทยส่วนใหญ่ที่เรียนจบ ก็จะขอวีซ่าประเภทนี้กัน วีซ่าประเภทนี้ก็จะนานหน่อยนะครับ อยู่ล่างสุดของ priority list เลย ก็ต้องอดใจรอกันต่อไปนะครับ ช่วงที่รอวีซ่า รอ PR ก็พากันหางานทำก็แล้วกัน
  • ส่วนสาขาอาชีพของใครที่อยู่ใน MODL หรือ CSL (Critical Skill List)  ก็จะได้รับการพิจารณาเร็วกว่าพวกสาขาอาชีพที่ไม่ได้อยู่ใน list ถึงแม้ว่า MODL จะโดนยกเลิกไป ก็แค่ยกเลิกการได้คะแนน bonus point จาก MODL ยังไงเสีย เค๊าก็ยังจะพิจารณาสาขาอาชีพที่อยู่ใน MODL เร็วกว่าพวกที่ไม่อยู่ใน list การยกเลิก MODL ในครั้งนี้ ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเลยสะทีเดียว
- มี Skilled Migrant Visa อยู่ 4 ประเภท ที่ไม่โดนผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้คือ application ทั้ง 4 ประเภทนี้ จะเป็นแบบ ใครยื่นก่อนก็จะได้รับการพิจารณาก่อน เป็นแบบ first come first serve
  • Skilled - Recognised Graduate (subclass 476)
  • Skilled - Graduate (subclass 485)
  • Skilled - Designated Area - Sponsored (Residence, subclass 883)
  • Skilled - Regional (subclass 887)
- สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจปัจจุบันของออสเตรเลีย และทางรัฐบาลต้องการ make sure ว่าบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาได้ PR นั้น มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานที่นี่

- การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีผลใช้ทั้ง onshore และ offshore

- การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีผลกระทบรวมไปถึง วีซ่า application ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ถ้า application ของใครอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือทางอิมมิเกรชั่นเรียกตรวจร่างกายอะไรประมาณเนี๊ยะ ถ้า application อยู่ในหมวดหมู่ของพวก low priority ก็จะโดน application ที่อยู่ในหมวดหมู่ high priority ลัดคิวไปทันทีซึ่งตรงจุดนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

- ถ้าคนที่ยื่นใบสมัครขอ PR แบบ Skilled Migrant และสาขาอาชีพไม่ได้อยู่ใน CSL; Critical Skill List ถ้ายื่นแบบ offshore, timeframe ตอนนี้อยู่ที่ 3 ปี ถ้ายื่นแบบ onshore, timeframe ตอนนี้อยู่ที่ 2 ปี

- ถ้าสาขาอาชีพที่สมัครไม่ได้อยู่ใน CSL; Critical Skill List แต่ว่านายจ้างเป็นคนสปอนเซอร์ (ENS, RSMS) ก็จะถือได้ว่าอยู่เป็นพวก high priority ครับ

-สำหรับเด็กนักเรียนที่ยื่นวีซ่าไปแล้ว แต่ถ้าดูๆไปแล้ววีซ่าของตัวเองผลยังไม่ออกตอนปลายปี 2012 ทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นก็มีข้อแนะนำดังต่อไปนี้
  • ถ้าวีซ่าที่ถืออยู่ (ก็คงเป็น bridging A แหละ) อณุญาติให้อยู่และทำงานได้ คุณก็สามารถอยู่และทำงานได้ไปเรื่อยๆ
  • พยายามหานายจ้างสปอนเซอร์ หรือรัฐบาลท้องถิ่นสปอนเซอร์ อยากรู้ข้อมูงเพิ่มเติม email หรือโทรหาพี่จอห์นได้ (ไม่โทรวันอาทิตย์นะครับ เวลาส่วนตัว)
  • ยื่นขอวีซ่าตัวอื่น
  • ยกเลิก application และก็ pack กระเป๋ากลับบ้าน นี่คือคำแนะนำจากกระทรวงอิมมิเกรชั่นจริงๆนะครับ และทางกระทรวงอิมมิเกรชั่นก็จะไม่คืนค่าสมัครด้วย ดูเหมือนโหดร้ายมาก แต่นี่คือโลกของความเป็นจริง
  • แต่ถ้ารอไปจนถึง ปลายปี 2013 ก็เหมือนกันครับ คำแนะนำข้างบน
- ถ้าเรายื่นเรื่อง onshore เราก็จะได้  bridging A ในช่วงที่รออยู่ ถ้าอยากจะเดินทางออกนอกประเทศ ก็ต้องขอ bridging B ซึ่งส่วนมากทางอิมมิเกรชั่นก็จะให้ไม่เกิน 3 เดือน

- สามี ภรรยา แฟน หรือ partner ที่ต้องการจะ join คนที่ได้ provisional General Skilled Migrant (GSM) วีซ่า ก็จะไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ provisional GSM ก็จะมี
  • Skilled - Regional Sponsored (subclass 475)
  • Skilled - Graduate (subclass 485)
  • Skilled - Regional Sponsored (subclass 487)
  • Skilled - Designated Area-sponsored (provisional, subclass 496)
  • Skilled - Independent Regional (subclass 495)
- สำหรับ accountant  โชคดีหน่อย ถ้าใครได้ IELTS 7.0 หมดทุก bands ก็จะได้รับการพิจารณาเป็น high priority นะครับ

- สำหรับสาขา IT, ก็ให้ดู MODL อันเก่า (ใครอยากได้ ให้ email มาหาพี่จอห์น เดี๋ยวส่งไปให้) นะครับ ถ้าสาขาอาชีพทางด้าน IT ของตัวเองอยู่ใน MODL ก็จะได้รับการพิจารณาเป็น high priority นะครับ สาขาของ IT มีเยอะมาก แนะนำให้เช็คกับ MODL

- เมื่อเรื่องของเราโดนเก็บไว้นานๆ พอได้ case officer มาทำเรื่องเรา ผลตรวจร่างกาย ก็คงจะหมดอายุไปแล้ว และผล police check ก็คงจะเก่า case officer ก็จะเรียกตรวจอีกรอบ เสียเงินอีกรอบ แต่ก็ no choice นะ เพราะเป็นสิ่งที่กฏหมายเค๊าบังคับ เพราะตอนที่ยื่นเรื่องเข้าไป เราอาจจะ healthy พอ 2 ปีต่อได้ ได้ case officer มาดูแลเรื่องของเรา เราเกิดไปมีปัญหาสุขภาพอะไรขึ้นมา ก็มีผลต่อการขอ PR ด้วยครับ สำหรับ police check ก็เหมือนกัน

- ถ้าวีซ่าของใคร ตอนนี้อยู่ที่ MRT คือมีการอุทรณ์เรื่อง ก็จะไม่ได้รับกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ครับ

- มีคนสงสัยว่า เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เค๊าได้ PR ล่าช้า เค๊าจะขอเรียกร้องค่าเสียหายได้มั๊ย คำตอบสั้นๆง่ายๆครับ คือ ไม่ได้

เดี๋ยวจะมีอะไรมา update เรื่อยๆนะครับ