Sunday, September 4, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Skill assessment ของสาขาอาชีพพยาบาล


Skilled Migrant Programme สาขาอาชีพพยาบาล หรือ Registered Nurse เป็นอีกสาขาอาชีพหนึ่งที่ถือว่าเป็นสาขาอาชีพที่มีความต้องการสูง เพราะเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เรา และประเทศออสเตรเลียเองก็ผลิตพยาบาลไม่พอตามความต้องการของคนไข้

การที่เราจะขอวีซ่า ขอ PR (Permanent Resident) ในตำแหน่งพยาบาล ภายใต้ Independent Skilled Migrant, subclass 189 นั้น นอกจากเราจะต้องนับ point ให้ได้ 60 points แล้ว เราจะต้องทำ skill assessment ให้ผ่านด้วย

หน่วยงานที่ทำ skill assessment ของสาขาอาชีพพยาบาลคือ Australian Nursing & Midwifery Accreditation Council; ANMAC 

เดี๋ยว blog นี้เราจะมาดูในเรื่องของรายละเอียดการทำ skill assessment กับ ANMAC กันนะครับ

เนื่องด้วยตำแหน่งงานในสาขาอาชีพพยาบาลมีหลายสาขามาก แต่ blog นี้เราขอ focus แค่ Registered Nurse ก็แล้วกัน ถ้าใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในสาขาอาชีพอื่น ก็เข้าไปดูข้อมูลกันได้ ที่ website ของ ANMAC ข้างบน

Requirement ในการทำ skill assessment ของ registered nurse:
1. ID ต่างๆ; passport, ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อมาก่อน)
2. ผลสอบภาษาอังกฤษ;  IELTS Academic, OET for Nurses, PTE Academic หรือ TOEFL iBT.

  • คนที่จะเป็นพยาบาลที่ออสเตรเลีย ภาษาอังกฤษต้องดี เพราะต้องพูดคุยและสื่อสารกับคนไข้และเพื่อนร่วมงาน และทำงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็น ความตายของคนไข้ ดังนั้น ANAMC จะรับผลสอบภาษาอังกฤษที่สอบผ่านทีเดียว หรือสอบ 2 รอบภายใน 6 เดือนเท่านั้น ANMAC จะไม่รับผลสอบของคนที่สอบภาษาอังกฤษบ่อยๆ ดังนั้นเราแนะนำให้คนที่มั่นใจจริงๆ พร้อมจริงๆ ถึงควรจะไปสอบภาษาอังกฤษ
  • IELTS Acamedic, overall 7, ทุกอย่างอย่างต่ำ 7 หรือถ้าสอบ 2 รอบภายใน 6 เดือน ทุกครั้งที่สอบต้องได้ overall 7 และทุกอย่างห้ามต่ำกว่า 6.5
  • OET; Occupational English Test, ต้องได้ทุกอย่าง อย่างต่ำ B, หรือถ้าสอบ 2 รอบภายใน 6 เดือน ทุกครั้งต้องสอบทั้ง 4 parts (พูด อ่าน เขียน ฟัง) และทุก part ห้ามต่ำกว่า C
  • PTE Acamedic (Pearson Test of English), overall 65 และต้องได้อย่างต่ำ 65 ทุกอย่าง หรือถ้าสอบ 2 รอบภายใน 6 เดือน overall ของแต่ละครั้งต้องได้อย่างต่ำ 65 และ ทุก part ห้ามต่ำกว่า 58
  • Test of English as a Foreign Language (TOEFL) iBT, overall 94 และคะแนนอย่างต่ำ: 24 ฟัง, 24 อ่าน, 27 เขียน, 23 พูด หรือถ้าต้องสอบ 2 รอบภายใน 6 เดือน คะแนน overall ต้องอย่างต่ำ 94 และทุกครั้งที่สอบ คะแนนของแต่ละ part ห้ามต่ำกว่า: 20 ฟัง, 19 อ่าน, 24 เขียน, 20 พูด

3. การศึกษา

  • ต้องได้มาตรฐานของประเทศออสเตรเลีย
  • มีใบประกอบวีชาชีพพยาบาล และใบประกอบวิชาชีพพยาบาล ไม่ได้ออกโดย ANMAC นะครับ ใบประกอบวิชาชีพพยาบาลออกโดย AHPRA; Australian Health Practitioner Regulation Agency ผลสอบภาษาอังกฤษที่ใช้ในการขอใบประกอบวิชาชีพต้องเป็น IELTS Academic ทุกอย่าง อย่างต่ำ 7.0 หรือ OET เท่านั้น และมีผลใช้ได้แค่ 2 ปี (ซึ่งแตกต่างจากการนับ point ของอิมมิเกรชั่น ที่สามารถใช้ได้ถึง 3 ปี)
  • นักเรียนที่จบจาก Australia, Canada, New Zealand, Republic of Ireland, South Africa, United Kingdom or United States of America และใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน ไม่จำเป็นต้องสอบ IELTS

4. ในระยะเวลา 5 ปีก่อนที่จะทำ skill assessment ผู้สมัครต้อง ทำงานในสาขาของพยาบาลมาแล้วอย่างต่ำ 1 ปีที่ออสเตรเลีย หรือ 3 ปีที่ต่างประเทศ (ประเทศใหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ประเทศออสเตรเลีย)

  • นักเรียนที่จบพยาบาลจากประเทศออสเตรเลีย หรือประเทศนิวซีแลนด์ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำงาน ดังนั้นคนที่จบจากออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ก็จะมีข้อได้เปรียบนะครับ

5. ใบอนุญาติหรือใบประกอบวิชาชีพจากประเทศนั้นๆ ที่เราทำงานอยู่ ใบประกอบวิชาชีพต้องเป็นตัวจริง ANMAC จะไม่รับตัวถ่ายเอกสาร fax หรือ scan

Sunday, August 21, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย วีซ่าขาด ไม่พลาดเที่ยว


มีหลายคนเหลือเกินที่วีซ่าขาด แล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียด้วยความหวาดผวา โดยที่ไม่จำเป็น

หวาดผวาเพราะอะไร??
เพราะความไม่รู้หรือเปล่า??
ฟังคนอื่นพูดมากเกินไปมั๊ย??

การเดินทางภายในประเทศนะครับ หรือการเดินทางแบบ domestic ต่อให้จะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินอะไรก็เถอะ เราไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่านะครับ ขอเพียงแค่มี ID อะไรสักอย่างก็สามารถซื้อตั๋วเครื่องบิน และก็เดินทางได้แล้ว

ID ก็อาจจะเป็นพวก ใบขับขี่, passport หรือแม้แต่บัตรประชาชนไทยก็ได้ เพราะบัตรประชาชนไทยก็มีภาษาอังกฤษด้วย

หลายคนกลัวว่าถ้าให้ passport ไปแล้ว ทาง travel agent จะเช็คเรื่องวีซ่าของเรา 

หลายคนกลัวว่า เวลาโทรไป book ตั๋วเครื่องบิน ทาง travel agent จะเช็คข้อมูล หรือระบบคอมพิวเตอร์จะส่งข้อมูลเราเข้าไปที่อิมมิเกรชั่น อะไรทำนองนี้

แนะนำให้คิดใหม่นะครับ

เพราะการจองตั๋วของสายการบินภายในประเทศ ไม่มีการเช็ควีซ่านะครับ แตกต่างจากการจองตั๋วจากต่างประเทศแล้วบินเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย

travel agent ไม่เช็คหรอกว่าเรามีวีซ่าที่จะต้องใช้ในการเดินทางหรือเปล่า เพราะเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเช็ค และมันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของ travel agent ด้วย

การเดินทางแบบ international travel จะแตกต่างจากการเดินทางแบบ domestic ตอนที่เราบินมาจากเมืองไทย หรือต่างประเทศเพื่อที่จะเข้ามาที่ประเทศออสเตรเลีย ทางสายการบินจะมีการเช็คว่าเรามีวีซ่าสามารถเข้ามาประเทศออสเตรเลียหรือเปล่า 

แต่สำหรับสายการบินภายในประเทศจะไม่มีการเช็ค ดังนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวหรือหวาดผวา

ดังนั้น สำหรับคนที่วีซ่าขาดนะครับ เราแนะนำให้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป ถึงแม้ว่าวีซ่าเราขาด แต่เราไม่จำเป็นต้องขาดความเป็นคนนะครับ เราก็ต้องมีอารมณ์ที่แบบว่า อยากจะ enjoy life มั่ง ออกไป กิน เล่น เที่ยว มั่ง ชีวิตจะได้ balance

ก็อาจจะมีบ้างที่บางทีเจ้าหน้าที่ที่สนามบินมีการตรวจเช็คกระเป๋า หรือขอดู ID เรา นั่นก็เป็นแค่ routine check นะครับ ไม่ต้องกลัวว่าเจ้าที่ที่ domestic airport จะเช็ควีซ่าเรา เขาไม่เช็คหรอก เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขา หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ domestic airport ก็แค่เช็คเรื่องความปลอดภัยแค่นั้นเอง ก็แค่ make sure ว่าเราไม่ได้หอบหิ้วอาวุธ หรือของมีคมขึ้นไปบนเครื่องบิน ก็แค่นั้นเอง

คนที่วีซ่าขาดไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่แบบหลบๆซ่อนๆนะครับ 

Time to live your life.
Go out and see the world... นะครับ

เอ๊ะ เดี๋ยวเราเปิดบริการรับจองตั๋วเครื่องบินสำหรับคนที่วีซ่าขาดดีมั๊ยเนี๊ยะ one-stop shop เลยนะ...

Wednesday, August 17, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Skilled Migrant นั้นง่ายจริงเหรอ



คำถามยอดฮิต... 

"Skilled Migrant นั้นง่ายจริงเหรอ"
"ถ้าง่ายแบบนี้คนเขาก็ขอกันหมดแล้วสิ"

อ๋อ คำถามแบบนี้เหรอจ๊ะ ขึ้นอยู่กับว่าคนถามใคร
ถ้าคุณถามเด็กเรียน เด็กหน้าห้อง เกรด A เกรดเฉลี่ย 4.00 (4.00 มีจริงจ๊ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่) เขาก็บอกว่าง่ายสิ เพราะเขาเรียนมาตรงสาขา เรียนวิศวะ เรียนหมอ เรียน IT เรียนบัญชี เรียนกฏหมาย อะไรก็ว่าไป

แต่ถ้าไปถามคนที่เขา เรียน college เรียนไปวันๆ เรียนอาทิตย์ละวัน ทำวีซ่ามาเพียงเพื่อจะทำงาน คำตอบมันก็เป็นอีกแบบหนึ่ง

ดังนั้น จะถามใคร ดูคนที่เราถามนิดหนึ่ง

ส่วนคนตอบเองก็อยากจะให้เปิดใจให้กว้างนิดนึง อย่าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานไปซะทุกอย่าง
อย่าทำตัวเป็นกบในกะลา
อย่าทำตัวเป็นกบที่อยู่ในสระน้ำเล็กๆ


คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กนักเรียนที่เรียนที่ college นั้นไม่ดีนะครับ เราเข้าใจว่าแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายของชีวิตไม่เหมือนกัน
แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกัน
เพียงแต่ว่า จะถามใคร อะไร ก็เลือกกันนิดนึง ก็แล้วกัน


ไม่ว่าแต่ละคนจะมีจุดมุ่งหมายและความหวังอย่างไร เราก็ขอให้ทุกคนเดินไปให้ถึงฝั่งนะครับ

ไม่ว่าจะถึงจุดมุ่งหมายด้วยทางตรง หรือทางอ้อมชีวิตแต่ละชีวิตมีอุปสรรคและสิ่งที่ท้าทายอยู่แล้ว ขอเพียงแค่ให้จำไว้เสมอว่า “ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้” แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ...

Sunday, August 14, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Skill assessment ของสาขาอาชีพครู


สาขาอาชีพครู เป็นอีกสาขาอาชีพหนึ่งที่อยู่ใน SOL ยกเว้นครูสอนประถมที่ไม่มีอยู่ใน list

นี่คือสาขาอาชีพครูที่อยู่ใน SOL นะครับ:

Early Childhood (Pre-Primary School) Teacher; ครูสอนเด็กประถมวัย
Secondary School Teacher;
ครูสอนมัธยม
Special Needs Teacher; ครูสอนเด็กพิเศษ ที่มีความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายและการเรียนรู้
Teacher of the Hearing Impaired; ครูสอนเด็กพิเศษ ที่มีความไม่สมบูรณ์ทางด้านหูหรือการฟัง
Teacher of the Sight Impaired; 
ครูสอนเด็กพิเศษ ที่มีความไม่สมบูรณ์ทางด้านสายตา

การทำ skill assessment ก็จะทำโดย AISTL; Australian Institute for Teaching and School Leadership ซึ่งก็เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลในเรื่องการทำ skill assessment ของสาขาอาชีพครู

ผลการทำ skill assessment สามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้ 2 ปี

Requirement ของการทำ skill assessment ก็จะมีคร่าวๆดังต่อไปนี้คือ
  • เรียนหลักสูตรการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตร 4 ปี
  • ภาษาอังกฤษ IELTS ต้องเป็น Academic เท่านั้น, ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะ IELTS นะครับ
  • IELTS ที่ใช้ จะใช้ได้แค่ภายใน 2 ปีหลังจากวันที่สอบไม่เท่านั้น (requirement ตรงนี้จะแตกต่างจาก requirement ของกระทรวงอิมมิเกรชั่น เพราะกระทรวงอิมมิเกรชั่นสามารถใช้ผลสอบภาษาอังกฤษในการนับ point ได้ถึง 3 ปี)
  • ผลสอบ IELTS Academic ต้องได้อย่างต่ำ 7.0 สำหรับ Reading และ Writing, อย่างต่ำ 8.0 สำหรับ Speaking และ Listening.
  • จดหมายจากมหาลัยว่าเราได้ทำการฝึกสอนมาแล้วกี่วัน
  • ต้องกรอกใบสมัครเป็น paper-based application ทำ online ไม่ได้

Requirement ปลีกย่อยแต่ละสาขา

Early Childhood (Pre-Primary School) Teacher:
  • ต้องผ่านการฝึกสอนอย่างต่ำ 45 วัน สำหรับเด็กประถมวัย อายุไม่เกิน 8 ขวบ

Secondary School Teacher:
  • ต้องผ่านการฝึกสอนอย่างต่ำ 45 วัน สำหรับเด็กนักเรียนมัธยม อายุระหว่าง 13-18 ปี

Special Needs Teacher:
  • ช่วงที่เรียนหลักสูตรการศึกษา ต้องมีการฝึกสอนแบบทั่วไปอย่างต่ำ 45 วัน แล้วหลังจากนั้นเรียนเฉพาะทาง ทางด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนพิเศษ special needs อีก 1 ปี หรือเรียนหลักสูตรการศึกษา ป.ตรี ที่มีรายวิชาการศึกษาเฉพาะทางของเด็กนักเรียนพิเศษอย่างน้อย 1 ปี และฝึกสอนเด็กนักเรียนพิเศษอย่างต่ำ 45 วัน

Teacher of the Hearing Impaired:
  • ช่วงที่เรียนหลักสูตรการศึกษา ต้องมีการฝึกสอนแบบทั่วไปอย่างต่ำ 45 วัน แล้วหลังจากนั้นเรียนเฉพาะทาง ทางด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนพิเศษ และมีการฝึกสอนอย่างต่ำ 30 วันกับเด็กนักเรียน hearing impaired หรือเรียนหลักสูตรการศึกษา ป.ตรี ที่มีรายวิชาการศึกษาเฉพาะทางของเด็กนักเรียนพิเศษอย่างน้อย 1 ปี และฝึกสอนเด็กนักเรียน hearing impaired อย่างต่ำ 45 วัน

Teacher of the Sight Impaired:
  • ช่วงที่เรียนหลักสูตรการศึกษา ต้องมีการฝึกสอนแบบทั่วไปอย่างต่ำ 45 วัน แล้วหลังจากนั้นเรียนเฉพาะทาง ทางด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนพิเศษ และต้องมีการฝึกสอนอย่างต่ำ 30 วันกับเด็กนักเรียน sight impaired หรือเรียนหลักสูตรการศึกษา ป.ตรี ที่มีรายวิชาการศึกษาเฉพาะทางของเด็กนักเรียนพิเศษอย่างน้อย 1 ปี และฝึกสอนด็กนักเรียน sight impaired อย่างต่ำ 45 วัน