Wednesday, April 13, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Australian Partner Visa วีซ่าคู่รัก another success story อีกคู่

วันนี้วันสงกรานต์ไทย เป็นวันหยุดราชการ แต่เราก็ได้รับ email จากเมืองไทยว่า Partner Visa ของน้อง "ก" ผ่านแล้ว จริงๆแล้ววีซ่าน้องผ่านตั้งแต่เมื่อวาน วันที่ 12 เมษา แต่ว่าเราเพิ่งได้รับ email เมื่อตอนเช้านี้เอง

สรุปวันนี้วันสงกรานต์ มีข่าวดีของ Partner Visa ทั้งของน้องที่อยู่ที่เมืองไทย ยื่นแบบ offshore และน้องที่อยู่ที่ออสเตรเลีย ยื่นแบบ onshore

ข่าวดีแบบนี้เราก็ต้องแชร์เพราะ Partner Visa กว่าจะได้ case officer นี่ 12 เดือนนะครับ 1 ปีเต็มๆ คู่รักหลายๆคู่ก็กระวนกระวายกัน โดยเฉพาะคู่ที่ต้องทำ offshore ยื่นเรื่องมาจากข้างนอก แล้วต้องแยกกันอยู่

วีซ่าของน้อง "ก" ผ่านไปด้วยดี ไม่มีการขอเอกสารเพิ่มใดๆ ไม่มีการสัมภาษณ์ เช่นเดียวกันกับ case อื่นๆที่เราทำงานให้ เอกสารทุกอย่างแน่น ดังนั้นไม่มีการขอเอกสารนั่น นี่ โน่น เพิ่ม ให้เสียเวลา

เราดูแล case ของน้อง "ก" อย่างใกล้ชิด เพราะแฟนของน้อง "ก" เป็นน้องคนใกล้ตัวเราที่เรารักน้องคนนี้เหมือนน้องชายจริงๆ เพราะเราเห็นน้องเขาตั้งแต่เรียน high school ที่ Wollongong และน้องเองก็เคยทำงานให้กับเราด้วย ก็เลยรักเป็นพี่เป็นน้องกันไปเลย ส่วนแม่ของน้อง เราก็นับถือเป็นพี่อีกคนเช่นเดียวกัน

ตอนนี้ครอบครัวของน้องไม่ได้อยู่ที่ Wollongong แล้ว น้องกับแม่ย้ายไปอยู่ที่ QLD แล้วแต่ก็ยังติดต่อเราตลอด ดีใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตคู่ของน้องชายคนนี้ด้วย กับน้อง "ก"

ทุกครั้งที่แม่น้องเขาโทรมา นอกจากเรื่องของอิมมิเกรชั่นแล้ว พี่เขาก็ต้องแบบว่า ตบท้ายด้วยคำว่า "เมื่อไหร่มาเที่ยว QLD" บ่อยๆ

ครับพี่ ครับพี่ เดี๋ยวไป ต้องตามคิว ต้องไปเที่ยว ต้องไปเยื่ยมแน่นอน ลูกค้าเราอยู่ต่างรัฐก็เยอะ ทุกคนก็จะประมาณว่า "ว่างแล้วมาเที่ยวนะครับ/ค่ะ" เดี๋ยวไปครับ เดี๋ยวไป มันติดตรงที่ ไม่ว่างเนี๊ยะแหละ ปัญหาใหญ่ :)

เดี๋ยวจะทยอยเที่ยวไป ไปเยี่ยมทุกคนนะครับ คนเบี้ยน้อย หอยน้อย ต้องค่อยๆคลืบคลาน เที่ยวไปทีละนิดทีละหน่อย

เอ๊ากลับมาเข้าเรื่องอิมมิเกรชั่นกันต่อ

ก็ดีใจกับน้อง "ก" ด้วยนะครับ รีบเดินทางมานะครับ เราคงจะได้เจอกันที่ออสเตรเลียนะหนู


วีซ่าออสเตรเลีย Australian Partner Visa วีซ่าคู่รัก another success story


วันนี้วันสงกรานต์ไทย เราก็มีข่าวดีไปบอกน้อง "M"

วีซ่า Partner Visa ของน้อง "M" ผ่านแล้ว

น้อง "M" เป็นลูกค้า แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นน้องชายไปแล้วหละ เพราะ LINE หากันบ่อยมาก น้อง "M" มีเพื่อนๆคนใหนที่ต้องการความเชื่อเหลือทางด้านอิมมิเกรชั่น น้อง "M" จะติดต่อพี่ J เลยทันที ขอบคุณน้อง "M" มากเลยจริงๆ

Love you to the moon and back จริงๆครับ

จริงๆแล้ว case ของน้อง "M" มีกำหนดครบ 12 เดือนตอนเดือน June 2016 ด้วยซ้ำ นี่ได้วีซ่าแล้ว แค่เดือน April เอง ได้ไวกว่าตั้ง 2 เดือนแหนะ เพราะว่าเอกสารน้องครบทุกอย่างครับ แน่นเปี๊ยะ แน่นเปี๊ยะ ไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม ไม่มีการโทรสัมภาษณ์

Personal statement อะไร พี่ J ก็แปลให้เองกับมือ relationship detail, love story หวานแหววมาก

oh...BTW, น้อง "M" ทำวีซ่าเป็นแบบ de facto:

  • อยู่ด้วยกันไม่ถึง 12 เดือนนะครับ คิดว่าแค่ 2 เดือนเองมั๊ง
  • น้อง "M" จด register of relationship เอา
ดังนั้น ใครชอบฟังเพื่อนๆหางอึ่งทั้งหลายที่บอกว่า de facto ต้องอยู่ด้วยกันให้ถึง 12 เดือนนั้น คิดกันใหม่นะครับ เพราะทุกอย่างมีข้อยกเว้นเสมอ

  • ปรึกษาผู้รู้ 
  • เลิกฟังเพื่อนๆหางอึ่ง
  • ไม่ใช้บริการของพวกอิมมิเกรชั่นเอเจนท์ที่ไม่มีหมายเลข MARN ที่ถูกต้องตามกฏหมายนะครับ พวก Chinatown

แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ

Sunday, April 10, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย ขอ PR โดยมีนายจ้างสปอนเซอร์


การขอเป็น PR (Permanent Resident) โดยที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ โดยที่เราจะถือวีซ่าทำงาน subclass 457 ก็ได้ หรือไม่ถือวีซ่า subclass 457 ก็ได้

การขอ PR โดยที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ นั้นก็ทำได้ 2 แบบคือ
  • Employer Nomination Scheme, ENS subclass 186: ทำได้ทุก business ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใหนของออสเตรเลียก็ตาม
  • Regional Sponsored Migration Scheme, RSMS subclass 187: ทำได้เฉพาะ business ที่อยู่ในเมืองระแวกรอบนอกเท่านั้น หรือเราเรียกว่า regional area 
เราได้เขียนข้อดีของ RSMS มาแล้ว โดยส่วนตัวแล้วชอบวีซ่าของ RSMS มาก เพราะเป็นอะไรที่ทำได้ง่าย เพราะรัฐบาลเองก็อยากให้คนออกไปเมืองรอบนอกกันมากขึ้น

แต่วันนี้เราขอเน้นไปที่ ENS ที่หลายๆคนทำกันก็แล้วกันนะครับ

ENS ก็เป็นวีซ่าต่อเนื่อง วีซ่าช่องทางของการขอ PR ต่อจากวีซ่ทำงาน หรือ subclass 457 หลังจากที่ทำงานกับนายจ้างที่ที่เดียวเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเราก็เรียกกันว่า Transitional Stream ซึ่งหลายๆคนก็ใช้ Transitional Stream กันเพราะเป็นอะไรที่ขอกันได้ง่ายกว่า เพราะ requirement ในเรื่องของภาษาอังกฤษที่ง่ายกว่า

แต่ในขณะเดียวกัน ENS ก็มีอีก stream หนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือ Direct Entry Stream ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาพอสมควรและมีภาษาอังกฤษที่สูงกว่าคนที่ทำวีซ่าทำงาน หรือ subclass 457 แล้วทำ Transitional Stream กัน

เดี๋ยววันนี้เรามาดู ENS แบบ Direct Entry กันนะครับว่า คนที่สมัครต้องมีคุณสมบัติอะไรมั่ง
  • อายุยังไม่ถึง 50 (สาขาบางอาชีพมีการยกเว้นในเรื่องของอายุ)
  • สมัคร offshore ซึ่งก็ได้ไม่ยาก สำหรับคนที่อยู่ภายในประเทศแล้ว ก็บินออกไปสมัครข้างนอก ก็แค่นั้นเอง
  • เรียนมาตรงสาขา และมีประสบการณ์ในการทำงานอย่างต่ำ 3 ปี
  • สาขาบางอาชีพก็ต้องมีใบอนุญาติ ใบประกอบวิชาชีพด้วย
  • ผ่าน skill assessment จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • มีผลสอบภาษาอังกฤษ ที่ไม่เกิน 3 ปี
    • IELTS: general คะแนนทุกอย่าง (พูด, อ่าน, เขียน, ฟัง) อย่างต่ำ 6 หรือ
    • OET: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ B หรือ
    • TOEFL iBT: คะแนนทักษะการฟัง อย่างต่ำ 12, การอ่าน  อย่างต่ำ 13,  การเขียน  อย่างต่ำ 21 และการพูด อย่างต่ำ 18  หรือ
    • PTE Academic: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ 50 หรือ
    • CAE: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ 169 (ผลสอบเริ่มจาก 1 Jan 2015)
  • ถ้าต้องการยกเว้นในเรื่องของภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีการว่าจ้างกันที่ตำแหน่งที่สูง จ้างกันด้วยราคา $180,001 ต่อปี (ณ ตอนนี้)

นี่ก็เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นของการขอ PR โดยมีนายจ้างสปอนเซอร์ หรือแบบ self-sponsorship แบบ Direct Entry นะครับ ส่วนใครจะมีคุณสมบัติครบในการขอ PR แบบนี้หรือเปล่านั้น เราก็ต้องมานั่งดูเป็น case-by-case ไปนะครับ

Friday, April 8, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย วีซ่าทำงาน หรือวีซ่า subclass 457 เส้นทางสู่การเป็น PR


คนไทยส่วนมากที่อยู่ที่ออสเตรเลีย เราก็จะรู้จักและคุ้นเคยกับวีซ่าทำงาน หรือวีซ่า subclass 457 กันอยู่แล้ว เพราะวีซ่า subclass 457 นี้ เราคิดว่าคนไทยเองก็ได้มีการพูดคุยกันในหมู่เพื่อนฝูง หรือไม่ก็โฆษณาตามหนังสือพิมพ์ไทยที่ออสเตรเลียกันเยอะแยะ

แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับวีซ่าตัวนี้กันและก็คงอยากจะรู้ว่า สรุปแล้ว วีซ่าทำงาน หรือวีซ่า subclass 457 เนี๊ยะ มันคืออะไร และวีซ่านี้จะเป็น pathway ไปสู่การเป็น PR (Permanent Resident) ได้อย่างไร

วีซ่า subclass 457 มีทั้งหมด 3 stages ซึ่งเราก็เคย blog เอาไว้แล้ว และก็ได้ blog ข้อมูลของ stage 1 และ stage 2 เอาไว้แล้ว เดี๋ยววันนี้เราจะเน้นหรือ focus ไปที่ stage 3 คุณสมบัติของคนสมัครกันนะครับ

คุณสมบัติหลักๆของคนที่สามารถขอวีซ่าทำงาน หรือวีซ่า subclass 457 คือ:
  • เรียนมาตรงสาขา และมีประสบการณ์ในการทำงานด้วย
  • สาขาบางอาชีพก็ต้องมีใบอนุญาติ ใบประกอบวิชาชีพด้วย
  • มีผลสอบภาษาอังกฤษ ที่ไม่เกิน 3 ปี
    • IELTS: general คะแนนเฉลี่ย 5, ทุกอย่าง (พูด, อ่าน, เขียน, ฟัง) อย่างต่ำ 4.5 หรือ
    • OET: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ B หรือ
    • TOEFL iBT: คะแนนเฉลี่ย 36, และทักษะ อย่างต่ำ 3 ทักษะ ที่ต้องได้ 12 หรือ
    • PTE Academic: คะแนนเฉลี่ย 36, ทุกอย่าง อย่างต่ำ 30 หรือ
    • CAE: คะแนนเฉลี่ย 154, ทุกอย่าง อย่างต่ำ 147 หรือ
    • เรียนมัธยมหรือสูงกว่า (ปวช, ปวส, Cert II - Advanced Diploma, ป.ตรี โท เอก) เป็นภาษาอังกฤษ อย่างต่ำ 5 ปี ไม่ว่าจะเรียนที่ประเทศใหน ก็สามารถเอามานับรวมกันได้ เรียนที่เมืองไทยภาคอินเตอร์ก็ใช้ได้ และที่แน่ๆคือ ไม่ต้องเรียน 5 ปีต่อกัน เราหลายๆปี มานับรวมกันได้
  • สาขาอาชีพบางอาชีพมีการยกเว้นในเรื่องของภาษาอังกฤษ
  • ถ้าคนสมัครสอบภาษาอังกฤษไม่ได้จริงๆ ก็มีข้อยกเว้นอีกข้อหนึ่งคือ ค่าแรงต้องมากกว่า $96,400 ต่อปี (ณ ตอนนี้)
ข้อดีของวีซ่าทำงาน subclass 457 คือ คนที่ติดตาม แฟนหรือลูก ไม่จำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ และไม่ติด condition อะไรใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นคนติดตามจะมีอิสระในการที่จะทำอะไรก็ได้ อยากจะเรียนก็เรียน อยากทำงานก็ทำงาน อยากนั่งอยู่บ้านหายใจทิ้งเฉยๆไปวันๆก็ทำได้

99.99% ของคนที่ขอวีซ่าทำงาน subclass 457 ก็เพื่อที่จะขอ PR (Permanent Resident) เพื่อที่จะอยู่ต่อเป็นคนที่นี่อย่างถาวร ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยการสมัคร PR ด้วยโปรแกรม Employer Nomination Scheme; ENS subclass 186 หรือ Regional Sponsored Migration Scheme; RSMS subclass 187

คนที่ขอ PR หลังจากได้วีซ่าทำงาน subclass 457แล้ว เราเรียกกันว่า Transitional Stream ซึ่งลูกจ้างต้องทำงานให้กับนายจ้างอย่างต่ำ 2 ปี ถ้ามีการเปลี่ยนนายจ้าง ลูกจ้างคนนั้นก็ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต)

คุณสมบัติของคนที่ขอ PR ได้ จากการที่ถือวีซ่าทำงาน subclass 457 มีดังต่อไปนี้คร่าวๆ:
  • ทำงานกับนายจ้างอย่างต่ำ 2 ปี ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างบน โดยที่ 2 ปีนี้ไม่จำเป็นต้องติดกันก็ได้ อาจจะมีการทำงานแล้วพัก break ไป หรือไปทำงานที่อื่นแล้วกลับมา ก็สามารถเอาเวลามานับรวมกันได้ ขอให้นับรวมกันแล้วได้ 2 ปีที่ทำงานกับนายจ้างที่ที่เดียวกัน ก็เป็นพอ
  •  อายุยังไม่ถึง 50 ปี ถ้าอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็สามารถทำเรื่องขอยกเว้นได้ ถ้าเราทำงานให้กับนายจ้างคนที่จะทำเรื่องสปอนเซอร์เราอย่างต่ำ 4 ปีแล้ว
  • มีผลสอบภาษาอังกฤษ ที่ไม่เกิน 3 ปี แต่คราวนี้การขอ PR ก็จะมี requirement ที่ยากกว่าคือ
    • IELTS: general คะแนนทุกอย่าง (พูด, อ่าน, เขียน, ฟัง) อย่างต่ำต้อง 5.0 หรือ
    • OET: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ B หรือ
    • TOEFL iBT: คะแนนทักษะการฟังต้องได้อย่างต่ำ 4, ทักษะการอ่านต้องได้อย่างต่ำ 4, ทักษะการเขียนต้องได้อย่างต่ำ 14 และ ทักษะการพูดต้องได้อย่างต่ำ 14 หรือ
    • PTE Academic: คะแนน ทุกอย่าง อย่างต่ำ 36 หรือ
    • CAE: คะแนนทุกอย่าง อย่างต่ำ 154 หรือ
    • เรียนมัธยมหรือสูงกว่า (ปวช, ปวส, Cert II - Advanced Diploma, ป.ตรี โท เอก) เป็นภาษาอังกฤษ อย่างต่ำ 5 ปี ไม่ว่าจะเรียนที่ประเทศใหน ก็สามารถเอามานับรวมกันได้ เรียนที่เมืองไทยภาคอินเตอร์ก็ใช้ได้ และที่แน่ๆคือ ไม่ต้องเรียน 5 ปีต่อกัน เราหลายๆปี มานับรวมกันได้
  • ถ้าต้องการยกเว้นในเรื่องของภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีการว่าจ้างกันที่ตำแหน่งที่สูง จ้างกันด้วยราคา $180,001 ต่อปี (ณ ตอนนี้)
  • คนที่ติดตาม (ถ้ามี) ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ ที่ไม่เกิน 1 ปี 
    • IELTS: general คะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 4.5 หรือ
    • TOEFL iBT:  คะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 32 หรือ
    • PTE Academic: คะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 30 หรือ
    • CAE: คะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 147 หรือ
    • จดหมายรับรองจาก AMEP (Adult Migrant English Program) ในออสเตรเลียว่าภาษาอังกฤษเราอยู่ในระดับ Functional หรือ
    • เรียนประถม (ทั้งหมด) และเรียนมัธยมอย่างต่ำ 3 ปี เป็นภาษาอังกฤษ เรียนที่ประเทศใหนก็ได้ หรือ
    • เรียนมัธยมอย่างต่ำ 5 ปี เป็นภาษาอังกฤษ เรียนที่ประเทศใหนก็ได้ หรือ
    • เรียน 1 ปี full time (2 ปี part-time) ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นคอร์สที่นำไปสู่การเรียนในระดับ Associate Diploma หรือสูงกว่า และต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน หรือ
    • เรียนจบหลักสูตร ป.ตรี โท เอก หรือ ปวช, ปวส, สายอาชีพต่างๆ, Diploma อย่างต่ำ 2 ปี ที่ประเทศใหนก็ได้ และใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน หรือ 
    • ผลสอบ ACCESS (Australian Assessment of Communicative English Skills) ในระดับ Functional หรือ
    • ถ้าสอบอะไรก็ไม่ได้เลย ก็สามารถจ่าย $4,885 (ณ ตอนนี้) ให้กับรัฐบาลได้
นี่ก็เป็นข้อมูลทั่วๆไปสำหรับคนที่ต้องการทำเรื่องหรือสมัครขอวีซ่าทำงาน วีซ่า subclass 457

เราก็หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนทั่วไปนะครับ

หากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจที่จะทำวีซ่าทำงาน หรือวีซ่า subclass 457 ก็ติดต่อเราได้นะครับ