Monday, October 15, 2018

Financial statement ของวีซ่านักเรียน


ถาม: "ตอนนี้ผมถือวีซ่านักเรียนเรียนภาษาอังกฤษที่ xyz ได้จนถึงปีหน้า แต่อยากจะอยู่ต่อ ทางอิมมิเกรชั่นจะขอดู bank statement ไหมครับ เผอิญตอนมาเรียน ผมยื่นแค่ bank guarantee ไม่ได้ยื่น bank statement ครับ"

ตอบ: "bank guarantee ก็ใช้ได้เหมือนกันครับ"

คำถามพวกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตของคนที่ต้องการขอวีซ่านักเรียนนะครับ

การโชว์ศักยภาพทางการเงินในการขอวีซ่านักเรียนเราสามารถทำได้หลายแบบ เพียงแต่ว่าเอกสารที่เอามาโชว์จะต้องบ่งบอกถึงศักยภาพทางการเงินที่เราสามารถถอนออกมาเพื่อที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือว่าจ่ายค่าเทอม

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเงินในบัญชี หรือจดหมายจากธนาคาร แบงค์การันตีว่าเรามีเงินอยู่ในบัญชีมากน้อยแค่ไหน

ส่วนบัญชีธนาคารที่เราใช้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นบัญชีของเราแค่คนเดียว

เราสามารถใช้บัญชีของใครก็ได้ที่เป็นบุคคลในครอบครัวของเรา

ไม่ว่าจะเป็นบัญชีของ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา

หรือบัญชีของ พ่อแฟน แม่แฟน อะไรต่าง ๆ นานาก็ว่ากันไป

เพียงแต่ว่าถ้าเผื่อเราจะใช้บัญชีของคนอื่นที่ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของเรา เราก็ต้องมีหลักฐานมายืนยันด้วยว่าเรามีความเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นเจ้าของบัญชีนั้นอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าเผื่อเราจะใช้บัญชีของคุณพ่อหรือว่าของคุณแม่ เราก็ต้องมีใบเกิดมาโชว์ด้วยว่าท่านทั้งสองเป็นพ่อหรือว่าเป็นคุณแม่ของเราจริง

หรือถ้าเผื่อจะใช้บัญชีของแฟน เราก็ต้องเอาหลักฐานมายืนยันด้วยว่าเขาเป็นแฟนเราจริง มันอาจจะเป็นทะเบียนสมรส หรือว่าอะไรต่าง ๆ อย่างอื่น สำหรับคู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน หรือคู่รักที่เป็นคู่รักเพศเดียวกัน (ที่ประเทศไทยยังไม่สามารถแต่งงานกันได้)

หรือถ้าหากเงินในบัญชีของเรามีไม่มากพอ เราก็สามารถใช้บัญชีหลาย ๆ บัญชีมารวมกันได้

บัญชีของเรานิดนึง บัญชีของคุณพ่อนิดนึง บัญชีของคุณแม่นิดนึง

บัญชีของแฟนเราอีกนิดนึง บัญชีของพ่อแม่แฟนอีกนิดนึง

เอามารวมกันได้ครับ

คณิตคิดง่าย ๆ

อย่าลืมนะครับไม่ว่าเราจะทำอะไรยังไงก็ตามแต่

Common sense จะ make sense เสมอ

Friday, October 12, 2018

ข่าว...ข่าว...ข่าว


ช่วงนี้เราก็เห็นสื่อต่าง ๆ ออกมาทำข่าวกันเรื่อง population planning กันเหลือเกิน

ข่าวนั่น นี่ โน่น
เดี๋ยวรัฐมนตรีกระทรวงอิมมิเกรชั่นก็ออกมาบอกว่ามีนโนบายที่พลักดันคนออกไปอยู่เมืองรอบนอกมั่งหละ

เดี๋ยววันต่อมาป้า Premier ของ NSW  ก็ออกมาให้ข่าวบ้างแหละว่า Sydney คนเยอะแล้ว

อะไรกันเนี๊ยะป้า ป้าเพิ่งรู้เหลือ
Sydney คนก็เยอะมาแต่ไหนแต่ไรแล้วป้า 
สองเขือพี่หลับไหล ลืมตื่นฤาพี่
พอเห็นนายกคนไหม่กับรัฐมนตรีกระทรวงอิมมิเกรชั่นคนใหม่ออกมาพูด นั่น นี่ โน่น ป้าก็ออกมาร่วมด้วย ช่วยกัน ป้าเป็นอะไรมากมั้ยป้า ป้ากินยาลืมเขย่าขวดแน่เลยป้า

เอาเป็นว่าพวกเราก็ไม่ต้องไป speculate the speculation (ต้องแปลป๊ะหนู??) อะไรกันให้มากก็แล้วกัน

ก็เอาเป็นว่าพวกที่เขียนข่าว เขาก็ทำหน้าที่เขียนข่าว ขายข่าวของเขาไป จะไปว่าอะไรเขาก็ไม่ได้ เขาต้องทำหามากินหนะน๊อ

แต่เอายังงี้ก็แล้วกัน พวกสูเจ้าทั้งหลาย โปรดฟังข้าก่อน
อันพวกนักการเมืองทั้งหลายเหล่านั้น จะเป็น Harry Potter ก็หาไม่

คือมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรได้ทันที ปุ๊บปั๊บแบบนั้น

การที่กฎหมายอะไรจะมีการประกาศออกมาใช้ มันก็ต้องมีการผ่านกระบวนการ การไกร่กรองก่อน

ถ้าร่างกฎหมายไม่ผ่านสภาสูงหละ ทุกอย่างก็จะไม่มีอะไรในก่อไผ่
สภาล่างหนะมันผ่านแน่นอนอยู่แล้วแหละ ก็รัฐบาลกุมเสียงข้างมากอยู่นี่นา

เออ ที่มีฮาไปกว่านี้ก็คือ แล้วถ้าเลือกตั้งครั้งต่อไป
แล้วถ้ามีการเกิดการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลด้วยหละ
อะไรจะเกิดขึ้น... อยากจะให้ทุกคนได้คิดกัน

ดังนั้นเราก็ดู ๆ กันไปก่อนจะดีกว่ามั้ย
ยังไม่ต้องกระโตกกระตากไป

ลองหามุมมองที่แตกต่างดูนะครับ
อย่ามัวแต่เสพข่าวไปวัน ๆ 

อ้อ... แอบกระซิบข้าง ๆ หู รู้แล้วก็ไม่ต้องไปบอกใคร
พวก subclass 186 (ENS) ยังไงก็ไม่น่าจะโดนนโยบายอะไร อันใหม่นี้ที่เขาบอกว่าจะพยายามผลักดันคนไปอยู่เมืองรอบนอก เพราะ subclass 186 เป็นวีซ่าที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ ถ้านายจ้างอยู่ในเมือง เราก็ทำงานในเมือง ก็แค่นั้นเอง จบ...

เอ๊ะ ไหนเราบอกว่าไม่ต้องการ speculate the speculation ไง
แต่เอาเถอะ ขอนิดหนึงนะ ไม่ว่ากัน :)

เดี๋ยว Harry Potter ขอนั่งทำงานต่อนะครับ... ไม่ต้องดูข่าวกันให้มาก

No news is a good news  จ๊ะ
เอาเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นที่มันมีประโยชน์กว่านี้จะดีกว่ามั้ย :)

Saturday, October 6, 2018

ขวัญของเรียม Partner Visa ไม่ต้องหย่ากับแฟนเก่า



ขวัญกับเรียมเป็นคู่รักกันหวานแหววมาจากเมืองไทย
ทั้ง 2 คนรักกันมากปานจะแหกจั๊กกะแร้ดม

เรียมทำวีซ่านักเรียนเพื่อมาเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย
ขวัญเองก็ถือวีซ่าติดตามเรียมมา แหมมันช่างเป็นอะไรที่หวานแหวว เหมาะเจาะอะไรเช่นนี้

ทั้ง 2 ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสัญญารักมั่น
ได้กระดาษ A4 มาแปะข้างฝา 1 ใบ

เรียมก็ไปเรียนหนังสือในมหาลัยแห่งหนึ่ง เอาเป็นว่าเรียนที่ UOW ละกัน
ขวัญเองก็ทำงาน หามรุ่งหามค่ำที่ร้านอาหารไทยที่นี่บ้าง ทำงาน clean บ้าง เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและทำหน้าที่ของคู่รักที่ดีต่อเรียม

แต่เนื่องด้วย lifestyle ที่เริ่มแตกต่าง
คนหนึ่งไปเรียนในมหาลัย
คนหนึ่งทำงาน
ทั้ง 2 คนเวลาไม่ค่อยตรงกัน
ทั้ง 2 คนเริ่มที่จะมีเพื่อนคนละกลุ่มที่แตกต่างกันออกไป

ทั้ง 2 เริ่มห่างเหิน ถึงแม้ว่าจะอยู่ด้วยกัน บ้านหลังเดียวกัน
กายอยู่ ใจไม่อยู่ อะไรต่าง ๆ เริ่มดูไม่ลงตัว
ขวัญกับเรียมดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ดูเริ่มจืดจาง

ขวัญกับเรียมก็เลยนั่งจับเข่าคุยกัน
แล้วทั้ง 2 คนก็ตกลงกันว่าเปลี่ยนสถานะจาก married มาเป็น open relationship

โอ้ ช่างเป็นอะไรที่ modern จริง ๆ 
"open" relationship หมายความว่า ยังเป็นคู่รักกันอยู่ แต่ไม่ผูกมัด ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเลือกที่จะมีคนใหม่ได้

ทั้งคู่เริ่มดูเหินห่าง

แก้วที่มันร้าว ไม่นานก็คงจะแตก

เรียมบางทีก็เรียนดึก กลับบ้านค่ำ ๆ มืด ๆ 

กลับดึก อยู่ก็ลึกในซอยเปลี่ยว
โดดเดี่ยว ดึกอย่างนี้ ไม่มีผู้คน
เดินเข้าไป หัวใจเรียมหล่น
เรียมคอยกังวลอยู่อย่างนี้ ทุกทีคงแย่

เรียมต้องการรูปหล่อ กล้ามใหญ่ ใครสักคน
ที่จะมีจิตใจต่อกัน
มีแก่ใจ ไปไหนไปกัน
จะเปลี่ยว จะดึก เรียมคงไม่กลัว

และแล้ว เรียมก็ได้รู้จักเพื่อนชายคนใหม่ เขาเป็นคนที่นี่ (PR/Citizen)เพื่อนใหม่ของเรียมชื่อ "มาก" 
"มาก" เป็นคนไทยมาจากพระโขนงที่มาเติบโตที่นี่

มากเป็นคนรูปร่างสูง ใส่แว่น เป็นเด็กเรียน
มากกล้ามใหญ่ เรียมชอบ
เรียมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่น คุยกันรู้เรื่อง

มากกับเรียมก็เริ่มใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน 
เรียมย้ายออกมาจากขวัญ และมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอยู่กับมาก
1 ปีผ่านไป มากต้องการให้เรียมอยู่กับเขา ตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย

มากก็เลยจะทำเรื่อง Partner Visa ให้กับเรียม 
ถึงแม้ว่าเรียมยังไม่หย่าจากขวัญก็ตามเถอะ เพราะทั้งมากและเรียมได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเกิน 1 ปีแล้ว

แต่ติดอยู่ตรงที่เรียมเองก็เป็นห่วงขวัญ เพราะขวัญเองก็ถือวีซ่าติดตามเรียมมา

ขวัญกับเรียมไม่ได้ทะเลาะกัน
ทั้ง 2 คนจากกันด้วยดี ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ที่ผ่านมา 1 ปีถึงแม้ว่าเรียมจะไปให้ชีวิตอยู่กับมาก
เรียมก็ไม่เคยแจ้งเรื่องอะไรไปที่อิมมิเกรชั่น
ขวัญก็อยู่ของขวัญเงียบ ๆ ไป ทำงานเก็บตังค์อะไรของขวัญไป

โถ พ่อขวัญของเรียม

ถึงแม้ว่าเรียมจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับมากแล้ว
เรียมก็ไม่อยากที่จะทำร้ายใครทั้งสิ้น

เรียมอยากจะรู้ว่า เรียมจะสามารถทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่เรียมสามารทำได้ก็คือ:

  • เรียมก็ทำ Partner Visa กับมากไปตามปรกติ เพราะคุณสมบัติเรื่องความสัมพันธ์ของมากกับเรียมครบสมบูรณ์ ไม่มีปัญหา
  • เรียมก็ไม่ต้องแจ้งเรื่อง cancel visa อะไรของขวัญไป
  • ขวัญก็ใช้ชีวิตของขวัญไปเรื่อย ๆ เงียบๆ ขวัญอาจจะเจอรักใหม่ก็ได้ ใครจะรู้
  • แต่ขวัญเองก็ต้อง update email address และ contact detail กับทางอิมมิเกรชั่นด้วย เพราะถ้าเผื่อทางอิมมิเกรชั่นจะ cancel วีซ่าของขวัญ ขวัญจะได้อุทธรณ์กับ AAT ได้ทัน แต่เราก็คิดว่าคงอีกนานกว่าอิมมิเกรชั่นจะได้รับข้อมูลตรงจุดนี้ ดังนั้นขวัญเองก็ไม่ต้องหวาดผวาอะไรมากจนเกินเหตุ

จะเกิดอะไรขึ้นกับขวัญ ไม่มีใครทราบได้
เพราะหน่วยงานของ Partner Visa เองเขาก็ busy ของเขาอยู่แล้ว พอได้รับ application ของเรียมกับมาก ทางเจ้าหน้าที่เองอาจจะไม่ได้มีเวลาในการแจ้งไปที่อีกหน่วยงานหนึงที่คอยดูแลในเรื่องการยกเลิกวีซ่านักเรียนก็ได้

ดังนั้นขวัญเองก็ไม่ต้องกลัวอะไรมากมาย
ไม่ต้องหวาดผวาเกินความจำเป็น

ในส่วนเรียมเองก็จะได้ move on มี relationship ใหม่กับมากกันต่อไป

นี่แหละ เรื่องของความรัก
มันไม่เข้าใครออกใครจ๊ะ

โถ... รักหลายเศร้า...

ขวัญของเรียมกับพี่มากพระโขนง


Sunday, September 30, 2018

เรียมเหลือทนแล้วนั่น


กับเรื่องของความรัก
กับเรื่องของภาษาหัวใจ
บางทีมันก็เป็นอะไรที่ซับซ้อน

ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน

กับการทำงานตรงจุดนี้ บางทีเราก็ต้อง no attachment
ทุกสิ่งอย่าง มีที่มา และที่ไป
เราไม่จำเป็นต้องไปเข้าใจ เราเป็นแค่ผู้เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ 

ในวันที่ความรักของขวัญกับเรียมสั่นคลอน

ก็อาจจะมีบ้างที่ขวัญโทรมา

ขวัญ: "พี่ครับ ผมไม่ต้องการที่จะสปอนเซอร์เรียมอีกต่อไปแล้วครับ ผมอยากทำเรื่องขอยกเลิกการสปอนเซอร์ Partner Visa"

P' J: "ได้ครับ แต่พี่ขอ instruction เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทาง email"  (เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาต้องการยกเลิกจริง)

2 วันต่อมา ขวัญส่ง email มาบอกว่า

ขวัญ: "พี่ครับ อย่าเพิ่งทำเรื่องยกเลิกนะครับพี่ ผมขอคิดก่อน อีก 2-3 วัน"

P' J: "ได้ครับ"

ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น
สิ่งที่เราได้อย่างเดียวคือ "ได้ครับ"

บอกได้ สั่งมาได้ แต่อย่าลืมว่าทุกคำสั่ง ทุก instruction ที่ส่งมา มันจะมี consequence เสมอ

มีอะไร ลองนั่งคุยกันก่อนนะครับ
ค่อย ๆ คิด
ค่อย ๆ ทำ
อย่าผลีผลาม

เพราะเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างมัน rewind ไม่ได้นะครับ
ชีวิตคนเราไม่ใช่มั้วนเทป VHS

แต่เราก็ทำงานตรงจุดนี้มานาน เรารู้ดีว่า อันไหนที่จะต้องแจ้งอิมมิเกรชั่นทันที อันไหนที่จะต้องรอก่อน ดูท่าที ดูสถานการณ์

กับการทำงานตรงจุดนี้ พอคู่รักทะเลาะกัน เขาก็โทรมาหาเราตอนตี 5  ก็มี บอกว่าต้องการยกเลิกวีซ่าแฟน

พอ 9 โมงเช้า ก็บอกว่าทุกอย่าง OK แล้ว กลับมารักกันดี

จากวันนั้น ถึงวันนี้ เราเปิดมือถือเป็น flight mode ทันที 8pm หลัง dinner แล้วจะปิด flight mode อีกทีประมาณ 9am ของอีกวัน

พอเปิดมือถือเป็น flight mode บ้าง ชีวิตการทำงานมีความสุขเพิ่มมากขึ้นจ๊ะ

มีสมาธิในการทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย

ไม่ว่า จะอะไร ยังไง ก็ตามแต่ เราขอเป็นกำลังใจให้กับคู่รักทุกคู่นะครับ

มีปัญหาอะไรกัน ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ แก้ไขกันไป

"เรียมเหลือทนแล้วนั่น"
"ขวัญของเรียม"