Monday, February 15, 2016

Partner Visa ของออสเตรเลีย ตอนที่ 3


Partner Visa (ไม่รวมวีซ่าคู่หมั้น Prospective Marriage Visa นะครับ) ไม่ว่าจะสมัครแบบ onshore หรือ offshore จะมี 2 stages ด้วยกันคือ

Stage 1: Temporary Stage
Temporary Stage จะเป็น stage แรกของการทำ Partner Visa เหตุผลที่ทางอิมมิเกรชั่นต้องแยก Partner Visa ออกเป็น 2 stages ก็เพราะว่า ทางอิมมิเกรชั่นต้องการพิสูจน์และคอยดูว่าคู่รักที่สมัคร Partner Visa นั้น เป็นคู่รักกันจริงๆ ไม่ใช่คู่รักที่จ้างกันแต่งแบบผิวเผิน ดังนั้นทางอิมมิเกรชั่นจึงจำเป็นที่ต้องมีการรอถึง 2 ปีในการที่จะอนุมัติ Permanent Resident (PR) status ให้กับคู่รักที่สมัครวีซ่าประเภทนี้ 

หลังจากที่ยื่นใบสมัครวีซ่าเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นแบบ onshore หรือ offshore ถ้าทางอิมมิเกรชั่นจะมีการตรวจเช็ค ถ้าหากพบว่าคู่รักคู่นี้เป็นคู่รักกันจริง มีเอกสารประกอบการสมัครครบทุกอย่าง ทางอิมมิเกรชั่นก็จะออกวีซ่าให้ แต่จะเป็นแค่วีซ่าชั่วคราว temporary visa เพื่อที่จะรอให้ครบ 2 ปี เพื่อทางอิมมิเกรชั่นจะรอดูว่า คู่รักคู่นี้ หลังจาก 2 ปี ผ่านไป คู่รักคู่นี้ยังรักกันอยู่หรือเปล่า ซึ่งนั่นก็จะเป็น Stage 2: Permanent Stage.

Temporary visa หรือวีซ่าชั่วคราว ไม่มีวันหมดอายุ ไม่มี expiry date เราก็จะถือวีซ่าชั่วคราวไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะได้ PR

ช่วงที่เราถือวีซ่าชั่วคราวอยู่นี้เราก็สามารถเดินทางเข้าออกประเทศออสเตรเลียได้ ไม่มีกำหนด และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียด้วย ถ้าหากเรากับคู่รักมีความจำเป็น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางหน้าที่การงานหรือเหตุผลส่วนตัว หรืออยากไปอยู่ที่ประเทศอื่น ก็สามารถทำได้ ไม่มีปัญหาอะไร

Stage 2: Permanent Stage 
Stage 2 จะเป็น stage สุดท้าย ขั้นตอนสุดท้ายของการสมัคร Partner Visa

หลังจากที่เรายื่น Partner Visa ได้ 2 ปี ทางอิมมิเกรชั่นจะติดต่อเรามาเองว่า ถึงเวลาที่เราต้องทำเรื่อง Stage 2 แล้ว เพื่อเป็นการตรวจเช็คว่า คู่รักยังรักกันดีอยู่หรือเปล่า เพราะหากคู่รักมีการเลิกลากันไป วีซ่าก็จะไม่ผ่าน 

วีซ่าจะผ่านก็ต่อเมื่อคู่รักยังใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน ยังคงรักกันเหมือนเดิม

การที่อิมมิเกรชั่นจะติดต่อกลับมาหาเราเพื่อทำเรื่อง Stage 2 นั้น เราก็ต้อง make sure ว่าทางอิมมิเกรชั่นมีที่อยู่ปัจจุบันของเรา และมี email ที่ถูกต้อง เพราะทางอิมมิเกรชั่นจะชอบส่ง email มากกว่าการส่งจดหมาย

โดยเฉพาะคนที่สมัคร Partner Visa แบบ offshore ตอนที่เราสมัคร Partner Visa มารอบแรก ที่อยู่ที่เราใช้อาจจะเป็นที่อยู่ที่เมืองไทย พอเราได้ temporary visa แล้วมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับคู่รักของเรา เราก็ต้องมีการแจ้งที่อยู่ใหม่ไปที่อิมมิเกรชั่นด้วย

สำหรับ Stage 2 นี้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่รอเรื่องในประเทศออสเตรเลีย เราสามารถเดินทางเข้าออก หรือไปรอเรื่องของเราอยู่ข้างนอกประเทศได้ ไม่มีปัญหาอะไร

คำว่า "คู่รัก" ในที่นี้ เราหมายถึง คู่รักทั้งที่เป็นเพศเดียวกัน และคู่รักต่างเพศนะครับ

หมายเหตุ: ระยะเวลา 2 ปีที่นับ เราเริ่มนับจากวันที่เรายื่นเรื่อง Partner Visa ครั้งแรกเลย ไม่ว่าจะยื่นแบบ onshore หรือ offshore (ระยะเวลา 2 ปี ไม่ได้นับหลังจากที่ได้ temporary visa นะครับ)

Sunday, February 14, 2016

Partner Visa ของออสเตรเลีย มีกี่แบบ มีกี่ประเภท ตอนที่ 2



Partner Visa นั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบแต่งงานหรือแบบ de facto ดังที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วตั้งแต่ "ตอนที่ 1" ว่าสามารถสมัคร Partner Visaได้ทั้ง 2 แบบคือ แบบ onshore ที่สมัครภายในประเทศออสเตรเลีย และแบบ offshore ที่สมัครมาจากนอกประเทศออสเตรเลีย เดี๋ยวเรามาดูความแตกต่างกันครับ

Onshore:
Onshore คือการสมัครวีซ่าภายในประเทศออสเตรเลีย ข้อดีของการสมัครแบบ onshore คือ

  • ผู้สมัครจะได้ Bridging Visa A, สามารถทำงานได้
  • ได้ Medicare card ไปหาหมอและไปโรงพยาบาลของรัฐบาลฟรี
  • สามารถอยู่รอเรื่องข้างในประเทศออสเตรเลียได้ จนกว่าผลวีซ่าจะออก ซึ่งปกติก็จะประมาณ 12-14 เดือนถึงจะได้ case officer

Offshore:
Offshore คือการสมัครวีซ่าแบบนอกประเทศออสเตรเลีย การสมัครวีซ่านอกประเทศออสเตรเลียนั้น เราไม่จำเป็นต้องสมัครมาจากเมืองไทยเสมอไป เพราะมีหลายคู่รักที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวมาที่ประเทศออสเตรเลีย คู่รักสามารถสมัครวีซ่าแบบ offshore ได้ด้วยการบินออกไปข้างนอกประเทศออสเตรเลีย คู่รักอาจจะบินไปประเทศนิวซีแลนด์ ฟิจิ บาหลี หรือประเทศอะไรต่างๆก็ว่าไป แล้วก็ทำการสมัคร Partner Visa แบบ offshore แล้วก็บินกลับเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย

การสมัครแบบ offshore ก็มีความแตกต่างจากการสมัคร onshore คือ
  • วันที่วีซ่าออก ผู้สมัครต้องอยู่นอกประเทศออสเตรเลีย
  • ผู้สมัครจะไม่ได้ Bridging Visa A
  • ผู้สมัครจะไม่ได้ Medicare card
  • ถ้าหากผู้สมัครจากจะมาอยู่กับคู่รักที่ประเทศออสเตรเลีย ก็สามารถมาได้ แต่ก็คงต้องขอวีซ่าอย่างอื่นเข้ามา อย่างเช่น วีซ่าท่องเที่ยวเป็นต้น พอวันที่วีซ่าใกล้จะออก ผู้สมัครก็ต้องเดินทางออกไปนอกประเทศออสเตรเลีย เพื่อรอฟังผลวีซ่า

โดยส่วนตัวแล้ว เราก็แนะนำให้ลูกค้าของ J Migration Team สมัครแบบ onshore เพราะว่ามีข้อดีเยอะแยะ ได้ Medicare card, ได้รอเรื่องอยู่ที่ออสเตรเลีย ไม่ต้องห่างจากคู่รัก ในช่วงที่รอ ก็สามารถทำงานได้ด้วย

แต่การที่เราจะขอ Partner Visa แบบ onshore ได้นั้นเราก็ต้องดู visa condition ของเราก่อนว่าติด condition อะไรหรือเปล่า ถ้าติด condition:
  • 8503: No Further Stay
  • 8534: Further Stay Restricted
เราก็คงต้องบินออกไปสมัครมาจากข้างนอก

condition 8534 จะมีเฉพาะคนที่ถือวีซ่านักเรียนคือ จะสามารถต่อวีซ่า onshore ได้เฉพาะวีซ่านักเรียนเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่เราจะสมัครวีซ่าอะไร เราก็ต้องดูก่อนว่าวีซ่าเราติด condition อะไรหรือเปล่า

สำหรับหลายๆคนที่ถือวีซ่านักเรียนมาแล้วติดวีซ่า condition 8534 ก็สามารถบินกลับไปที่เมืองไทย 3-4 วัน (หรือประเทศใหนก็ได้) แล้วก็สมัคร offshore ได้ เสร็จแล้วก็บินกลับเข้ามา แล้วก็มาเรียนอะไรไปตามปกติของเรา ก็ถือว่าเรียนไปด้วย รอเรื่องวีซ่าของเราไปด้วย ไม่เป็นการเสียเวลา พอวีซ่าใกล้จะออก ทาง case officer ก็จะติดต่อกลับมาเอง บอกให้เอาออกนอกประเทศออสเตรเลียเพื่อทางอิมมิเกรชั่นจะได้ออกวีซ่าให้ได้

Saturday, February 6, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย Partner Visa ของออสเตรเลีย มีกี่แบบ มีกี่ประเภท ตอนที่ 1


เราได้เขียน blog อธิบายความแตกต่างระหว่าง วีซ่าแต่งงานและวีซ่าคู่หมั้นไปแล้ว เดี๋ยว blog นี้เราจะเน้นไปที่วีซ่าแต่งงาน หรือ Partner Visa นะครับ ว่าแต่ละแบบ แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง

Partner Visa นี้สามารถทำได้ทั้งที่แบบแต่งงาน และแบบไม่แต่งงาน ซึ่งเราเรียกกันว่า de facto 

ความสัมพันธ์แบบ de facto สามารถทำได้ทั้งแบบคู่รักเพศเดียวกัน หรือคู่รักต่างเพศ นอกจากนั้นแล้ว de facto ก็ยังแยกออกไปได้อีก 2 ประเภทคือ ทั้งแบบที่อยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน และประเภทที่อยู่ด้วยกันไม่ถึง 12 เดือน เดี๋ยวเรามาลองอ่านกันดูคร่าวๆก่อนนะครับว่าแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันยังไง

Partner Visa แบบแต่งงาน
การขอ Partner Visa แบบแต่งงานก็ไม่มีอะไรมาก ถ้ารักกันและอยากจะแต่งงานก็แต่งได้เลย จะแต่งกันมาจากประเทศใหนก็ได้ จะแต่งมาจากต่างประเทศหรือแต่งที่ประเทศออสเตรเลียก็ได้ พอแต่งเสร็จก็ใช้ใบทะเบียนสมรสยื่นทำเรื่อง Partner Visa ได้เลย ก็แค่นั้นเอง

ใบทะเบียนสมรสก็เอาแค่ใบเดียวในการยื่นทำเรื่อง Partner Visa ดังนั้นคู่รักหลายคู่ที่จัดงานแต่งกันหลายที่หลายประเทศ เพื่อให้ญาติๆ พี่น้องได้ร่วมแสดงความยินดีด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายนั้น อยากจะจัดงานหลายที่ก็จัดไปเลยครับ แต่จดทะเบียนสมรสแค่ที่เดียวก็พอ

Partner Visa แบบไม่แต่งงาน หรือเราเรียกกันว่า de facto
การขอ Partner Visa อีกแบบหนึ่งก็คือ แบบที่ไม่แต่งงาน หรือเราเรียกกันว่า de facto 

การใช้ชีวิตคู่แบบ de facto นี้ ก็สามารถทำเรื่องขอ Partner Visa ได้ การขอ Partner Visa แบบ de facto นี้ ก็สามารถทำได้ทั้งคู่รักที่เป็นเพศเดียวกัน หรือคู่รักต่างเพศ

การขอ Partner Visa แบบ de facto ก็สามารถทำได้ทั้งแบบอยู่ด้วยกันถึง 12 เดือน และแบบที่อยู่ด้วยกันไม่ถึง 12 เดือน

คู่รักที่อยู่ด้วยกันถึง 12 เดือนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอแค่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อยู่ด้วยกันถึง 12 เดือนจริงก็พอแล้ว สำหรับคู่รักที่ต้องแยกกันอยู่ อาจจะด้วยหน้าที่การงาน หรือเพราะเหตุผลทางวีซ่าบางประการที่เราต้องแยกกันอยู่ก็ไม่เป็นไร เพราะความสัมพันธ์แบบ de facto ไม่ได้บังคับว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป Partner Visa จะดูที่ว่าคู่รักคู่นี้ ตกลงปลงใจ ตกล่องปล่องชิ้น ตัดสินใจที่เดินทางร่วมชีวิตกันยังไง จะอยู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรยังไง ทางอิมมิเกรชั่นจะนับเอาจากวันที่คู่รักตัดสินใจมีความสัมพันธ์แบบ de facto

ความสัมพันธ์แบบ de facto ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแค่ boyfriend girlfriend ธรรมดา เพราะความสัมพันธ์แบบแค่ boyfriend girlfriend นั่นมันเป็นแค่ช่วงดูใจกันเฉยๆ หรือแบบว่าคบกันเพราะต้องการเพื่อนคู่ใจ

แต่ ความสัมพันธ์แบบ de facto นั้นเป็นการคบกันแบบคู่ชีวิต ไม่ใช่แค่เพื่อนคู่ใจ หรือแค่คู่นอนไปวันๆ

ความสัมพันธ์แบบ de facto ไม่ว่าจะเป็นแบบเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันให้ถึง 12 เดือนเสมอไป เหมือนที่หลายๆคนเข้าใจผิดกัน ทางอิมมิเกรชั่นก็มีข้อยกเว้นให้สำหรับคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นแบบเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ ที่เลือกที่จะจดทะเบียนความสัมพันธ์แบบ register of relationship ซึ่งเราก็เขียน blog เรื่อง register of relationship เอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ ก็แนะนำให้ทุกคนอ่านกันนะครับ

การจดทะเบียนแบบ register of relationship ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือ อาจจะด้วยเหตุผลส่วนตัว ความพร้อม หรือความไม่พร้อม อะไรหลายๆอย่าง 

การจดทะเบียนแบบ register of relationship สามารถนำเอาเอกสารมาประกอบการขอ Partner Visa ได้

นี่ก็เป็นประเภทของ Partner Visa ที่แตกต่างกันออกไปนะครับ

Monday, February 1, 2016

วีซ่าออสเตรเลีย ระยะเวลาของการอุทธรณ์วีซ่า กับ AAT


AAT (หรือ MRT เก่า) ก็มีระยะเวลาในการดำเนินเรื่องนะครับ แล้วแต่ subclass แล้วแต่ประเภทของวีซ่าที่ยื่นอุทรณ์เข้าไป

เหตุผลของการยื่นอุทธรณ์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็ยื่นอุทธรณ์เพราะไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของอิมมิเกรชั่นจริง ๆ บางคนก็คืออุทรณ์เพื่อซื้อเวลาเฉย ๆ เพราะค่ายื่นอุทรณ์เองก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย

วีซ่าบาง subclass ก็ใช้เวลานานในการตัดสินและดำเนินเรื่อง ดังนั้นการที่เราจ่ายค่ายื่นอุทธรณ์ แล้วเราจะได้อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียต่อ เราสามารถใช้เวลาในระหว่าที่รอทำเรื่องอะไรของเราต่อได้เยอะแยะ เพราะบางคนก็ใช้เวลานี้ในการทำงาน โกบโกยรายได้กัน บางคนก็ใช้เวลานี้ในการอยู่กับคู่รักตัวเอง เพื่อที่จะให้ระยะเวลาในการคบกันให้ถึงเวลาที่กฏหมายกำหนด แล้วจะได้ดำเนินเรื่องวีซ่าอะไรต่อไป อย่างเช่น Partner Visa เป็นต้น

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลจากปีที่แล้ว แต่เราก็คิดว่าปีนี้ระยะเวลาของการรอการตัดสินใจก็น่าจะออกมาเหมือน ๆ กัน

นี่เป็นแค่ค่าเฉลี่ย แต่ละ case ก็จะมีระยะเวลาเร็วหรือช้าแตกต่างกันออกไป แนะนำให้ดูกันเป็นแค่แนวทางนะครับ

Bridging Visa: 12 วัน
วีซ่าท่องเที่ยว: 129 วัน
วีซ่านักเรียนที่ไม่ผ่าน: 203 วัน
วีซ่าทำงาน subclass 457: 270 วัน
วีซ่าธุรกิจ: 346 วัน
Skilled Migrant: 312 วัน
Partner Visa: 345 วัน
Family visa: 406 วัน
วีซ่านักเรียนที่ถูกยกเลิก: 144 วัน
Business Sponsor/Nomination, subclass 457, 186, 187: 307 วัน
วีซ่าผู้ลี้ภัย: 400 วัน
อื่นๆ: 103 วัน