Sunday, September 23, 2018

วีซ่าขาด กับ Partner Visa offshore


"Open letter to น้อง J สุดหล่อ จาก P' J ที่หล่อยังไม่สุด"

วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 23 Sep 2018
น้อง J สุดหล่อ (น้องเขาหล่อจริง ๆ เป็นนายแบบได้) จะต้องเดินทางออกไปยื่น Partner Visa ที่เมืองไทย

น้องวีซ่าขาด จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เราไม่ judge ใครทั้งนั้น
เรามีหน้าที่ที่จะช่วยเหลือลูกค้าทุกคนที่เข้ามาหาเรา หรือติดต่อมาทาง online อะไร ยังไงก็ตาม

น้องติดต่อเรามาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว July 2017
แล้วน้องเขาก็จ่ายตังค์แล้วด้วยนะ ตั้งแต่ July 2017 ด้วย
ถ้าไม่จ่ายตังค์ เราก็คงไม่มานั่งประคบประหงม case ของน้องอยู่เป็นปีหรอกจ๊ะ

เงินมา งานไป มันเป็นสัจธรรมของชีวิตการทำงานหนะจ๊ะ อย่ามาโลกสวย
...งก...

คือแบบว่าเราติดต่อกันนานมากนะครับ
ก็อาจจะเป็นเพราะน้องยังไม่พร้อมที่เดินทาง ยังไม่พร้อมที่จะต้องแยกกันอยู่กับคนรัก

แน่นอน ของแบบนี้ มันเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ของใครของมัน case-by-case เราก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร เราก็แล้วน้องเขาจะสะดวก

สะดวกจะเดินทางเมื่อไหร่ก็บอก
สะดวกจะให้เราทำเรื่องให้เมื่อไหร่ก็บอก ก็แค่นั้นเอง

วันนี้น้องพร้อมจะออกเดินทางแล้ว
เอกสารและข้อมูลอะไรต่าง ๆ ที่ P' J ก็มีพร้อมแล้วเหมือนกัน
ทีมงาน P' J ก็ stand by ที่จะยื่นเรื่องให้น้องแล้วเช่นเดียวกัน
เราก็คิดว่า ยื่นเรื่อง 2 วันก็น่าจะเสร็จ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะ P' J นั่งตรวจทานเอกสาร และจดหมายเรื่องราวความสัมพันธ์อะไรต่าง  ๆ นานาแล้ว

อ่านเรื่องราวความสัมพันธ์ของน้องกับแฟน
อ่านไป ซึ้งไป
น้องเขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ เขียนได้ดีมาก
หรือใครจะเขียนมาเป็นภาษาไทยก็ได้นะครับ เราจะจัดการแปลให้เอง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจ๊ะ

แต่พี่ก็เขียนเพิ่มเติมให้นิดหน่อย จดหมายความสัมพันธ์จาก J Migration Team มันต้องเวอร์ มันต้องอลังการจ๊ะ ไม่งั้นมันไม่สมชื่อ... อะนะ... ว่ากันไป

วันนี้น้องออกเดินทางแล้ว
ตอนบ่าย  ๆ
P' J ขอให้น้อง J เดินทางด้วยความสวัสดิภาพนะครับ
คิดว่าคงไม่นาน น้องก็คงจะได้กลับมาหาแฟนสุดที่ love แล้ว
It won't be long. Hang in there.

P' J ขอขอบคุณ น้อง J ที่ให้ความไว้วางใจเรา ดูแลและทำเรื่องให้นะครับ
P' J และทีมงานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ร่วมงานกันนะครับ

จะเห็นได้จาก case ของน้อง J นะครับ ว่าน้องเขาต้องการที่จะทำอะไรให้มันถูกต้อง ต้องการ legalise status ของตัวเอง ให้กลับมาอยู่ที่นี่ได้อย่างถูกต้อง ได้อย่างถูกกฎหมาย

น้อง J ทำได้
ทุกคนก็ทำได้ครับ

วีซ่าขาด แล้วอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ หนะ ชีวิตไม่มีความสุขหรอกหนู
ถ้ามีแฟน ถ้าจะทำ Partner Visa ก็พากันรีบ ๆ ออกมาทำซะ

ออกไปรอแป๊บเดียว
เดี๋ยวก็ได้กลับมาแล้วครับ

...ด้วยรัก...

LINE: @JMigrationTeam (มี @ ข้างหน้าด้วย)
IG: @JMigrationTeam
Snapchat: @JMigrationTeam
YouTube: www.youtube.com/c/JMigration
Website: www.jmigrationteam.com
Podcast: Spotify, iTune และ platform ต่าง ๆ
SMS: +61 412470969

Saturday, September 22, 2018

วีซ่าที่สามารถทำงานได้

สถิติจากกระทรวงอิมมิเกรชั่น
แสดงถึงวีซ่าประเภทต่าง ๆ ที่สามารถทำงานได้

Special Category visa (subclass 444) คือวีซ่าสำหรับชาว New Zealander ที่มาอาศัยอยู่ที่นี่

และอันดับต่อมาก็คือวีซ่านักเรียน student visa (subclass 500)

จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมหลาย ๆ คนถึงอยากจะขอวีซ่านักเรียนกันจังเลย

จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมตอนนี้วีซ่านักเรียนขอกันยากมากยิ่งขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นนะ ถ้า...

วีซ่าขาด กับ Partner Visa


หนูหริ่ง: "พี่ค่ะ หนูวีซ่าขาด หนูมีแฟนอยู่ที่นี่ หนูต้องการทำ Partner Visa ถ้าหนูเข้าไปหาพี่ หนูจะโดนจับหรือเปล่าพี่? หนูจะสามารถทำเรื่องได้มั้ย? ...blah...blah"

หนูจ๋า เข้ามาปรึกษาได้จ๊ะ
หรือถ้าไม่สะดวกก็ติดต่อกันทาง email, LINE, inbox หรือ โทรศัพท์ก็ได้

ทำได้หรือเปล่าหนะเหรอ

ก็เอาเป็นว่า case วีซ่าขาดและทำ Partner Visa ของพี่ ทำผ่านทุก case

ทุก case ที่ออกไปยื่น Partner Visa ข้างนอกประเทศ ทุก case ผ่านหมด

ทุก case ได้กลับมาหาแฟน ได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับแฟนที่นี่

ที่เหลือ ให้น้อง ให้หนูหริ่งตัดสินใจเองละกันนะครับ

พร้อมเมื่อไหร่ ก็ติดต่อเข้าละกัน
อย่ามัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ เพียงเพราะเรารู้เท่าไม่ถึงไม่การ

วีซ่าขาด ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด มันมีทางแก้
แต่เราเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขด้วย ไม่ใช่มัวแต่หลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่

Wednesday, September 19, 2018

วีซ่าขาด โดยที่ไม่รู้ตัว หรือรู้เท่าไม่ถึงการ


หลาย case เหลือเกินที่คนวีซ่าขาด โดยที่ไม่รู้ตัว หรือรู้เท่าไม่ถึงการ ดังนั้นเราอยากจะให้ทุกคนพึงระวังเอาไว้ด้วยนะครับ

อย่างเช่น

วีซ่า subclass 482 TSS (Temporary Skill Shortage), subclass 186 ENS (Employer Nomination Scheme), subclass 187 RSMS (Regional Sponsored Migration Scheme)

วีซ่า subclass 482 TSS มี 3 stages:
Stage 1 SBS; Standard Business Sponsor
Stage 2 Nomination
Stage 3 Visa Application

วีซ่า subclass 482 ถ้าจะมีปัญหา เรื่องไม่ผ่าน ส่วนมาก็จะมีปัญหากันที่ stage 2 nomination เหตุผลว่าทางธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องจ้างพนักงานคนนี้หรือเปล่า

ถ้า stage 2 nomination ไม่ผ่าน, stage 3 ก็จะพลอยไม่ผ่านไปด้วย ภาษาทางกฎหมายเราเรียกกันว่า natural justice ครับ

พอ stage 2 ไม่ผ่าน เราก็จำเป็นที่จะต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 21 วันนะครับ หรือยื่นเรื่องใหม่ก็ได้ ($330)

หลาย ๆ คนอาจจะเลือกที่ไม่อุทธรณ์ stage 2 nomination ก็ไม่เป็นไร
แต่ปัญหาคือ

ถ้าเราไม่อุทธรณ์ stage 2 nomination เราก็ไม่สามารถอุทธรณ์ stage 3 visa application ของเราได้ บางคนถือ Bridging Visa A อยู่ ซึ่งมาจากการยื่น stage 3 visa application พอเราไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ของ stage 3 เราก็ต้องกลับประเทศภายใน 28 วัน หรือ 35 วัน (สำหรับคนที่ยื่นเรื่องหลัง 18 Nov 2016)

บางคนก็ไม่ทราบว่าตัวเองต้องอุทธรณ์ stage 3 เพราะคิดว่า stage 2 nomination ไม่ผ่าน อุทธรณ์ stage 2 nomination ไปแล้ว ก็คิดว่าจบ

ไม่จ๊ะไม่
ทุก stage มันแยกกัน
ดังนั้นเราก็ต้องอุทธรณ์แยกใครแยกมัน
ดังนั้นคนที่จะต้องอุทธรณ์ ก็ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเอาไว้ด้วยนะครับ
เพราะอุทธรณ์แต่ละครั้ง ก็ $1,764 (as of today)

ส่วนวีซ่า subclass 186 กับ subclass 187 ก็เหมือนกัน
วีซ่า subclass 186 กับ 187 จะมีแค่ 2 stages คือ:
Stage 1 Nomination (รวม stage 1 & stage 2 ของ 482 เข้าด้วยกัน)
Stage 2 Visa Application

ดังนั้นถ้า stage 1 nomination ของเราไม่ผ่าน (subclass 186 & subclass 187) เราก็ต้องแยกอุทธรณ์ของ stage 1 และ stage 2 ด้วยเช่นเดียวกัน

อย่าปล่อยให้ตัวเองวีซ่าขาด เพียงเพราะเรารู้เท่าไม่ถึงการนะครับ

blog นี้ มีประโยชน์ โปรดแชร์

LINE: @JMigrationTeam (มี @ ข้างหน้าด้วย)
IG: @JMigrationTeam
Snapchat: @JMigrationTeam
YouTube: www.youtube.com/c/JMigration
Website: www.jmigrationteam.com
Podcast: Spotify, iTune และ platform ต่าง ๆ
SMS: +61 412470969