Wednesday, September 30, 2015

Partner Visa กับการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship


วันก่อนได้เขียนเรื่องของ Partner Visa ว่าจะจดทะเบียนสมรสดีหรือไม่จดทะเบียนสมรสดี เดียววันนี้เราต่อด้วยเรื่องของการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship กันนะครับ

ไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือคู่รักต่างเพศก็สามารถจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship ได้ทั้งนั้น เราไม่ขอเปรียบเทียบเรื่องข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship นะครับ เพราะได้เขียนเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่ละรัฐก็จะมีความแตกต่างกันออกไป

การจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship เอกสารที่ต้องนำไปก็จะมีแค่ ID, พวก passport หรือ driver license อะไรต่างๆก็ว่าไป ก็แค่นั้นเอง ไม่ต้องเอาใบโสดหรือใบหย่าไป ที่ออสเตรเลียไม่มีการใช้ใบโสดนะครับ ไม่เหมือนเมืองไทย

เราก็แค่กรอกใบสมัครและจ่ายค่าสมัครก็แค่นั้นเอง

การจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship ไม่ได้มีทุกรัฐนะครับ และรัฐที่มีการจดทะเบียนความสัมพันธ์ register of relationship ก็จะมี requirement ที่แตกต่างกันออกไป เดี๋ยวเรามาดูข้อมูลของแต่ละรัฐกันครับ

** ราคาของแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ  **

NSW:

  • ยื่นทางไปรษณีย์ได้
  • ต้องเป็นโสดด้วยกันทั้งคู่
  • cooling off period 28 วัน ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจ
  • แค่คนใดคนหนึ่งพักอยู่ที่ NSW ก็เป็นพอ
  • Website: http://www.bdm.nsw.gov.au/ 

ACT:

VIC:
  • ยื่นทางไปรษณีย์ได้
  • ต้องเป็นโสดด้วยกันทั้งคู่
  • cooling off period 28 วัน ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจ
  • ต้องอยู่ที่ VIC อย่างต่ำ 12 เดือน, หาบิล หาหลักฐานอะไรก็ได้ไปโชว์
  • ต้องอยู่ที่ VIC ทั้ง 2 คน
  • Website: http://www.bdm.vic.gov.au/ 

QLD:

TAS:
  • ยื่นทางไปรษณีย์ได้
  • ไม่ได้บอกว่าต้องอยู่ที่ TAS หรือเปล่า
  • Website: http://www.justice.tas.gov.au/bdm 

Sunday, September 27, 2015

Partner Visa จะจดทะเบียนสมรสหรือไม่จดดีนะ


Partner Visa ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า Spouse Visa เรารู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก Spouse Visa มาเป็น Partner Visa Spouse Visa หมายถึงวีซ่าสำหรับคู่ที่แต่งงานกัน เพราะ Spouse แปลว่าสามีภรรยาที่แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย แต่ Partner แปลว่า คู่รัก คู่คิด ที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งดูๆแล้ว Partner Visa เป็นอะไรที่ครอบคลุมได้เยอะกว่า ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเฉพาะคู่ที่แต่งงานกันอีกต่อไป ดูๆแล้วมันเหมาะ เข้ากับยุคและสมัยปัจจุบัน เพราะมันหมดสมัยแล้วที่จะคาดหวังให้คน 2 คนแต่งงานกัน

การที่จะทำ Partner Visa ถ้าคนใหนคิดจะจดทะเบียนสมรสก็ OK จดทะเบียนสมรสไป ก็ไม่มีอะไรวุ่นวาย จดทะเบียนสมรสเสร็จก็ทำเรื่องขอ PR ได้เลย

แต่..... ก็อยากให้ลองมอง การจดทะเบียนความสัมพันธ์ หรือ register of relationship กันดูบ้าง เราก็เคยเกริ่นๆเรื่อง register of relationship  เอาไว้นานแล้วรอบหนึ่ง แต่คราวนี้ขออธิบายข้อมูลแบบเจาะลึกไปเลยก็แล้วกัน

การจดทะเบียนความสัมพันธ์ก็เหมือนว่า เราจดทะเบียนเป็นแฟนกัน ซึ่งก็สามารถใช้ได้ทั้งคู่รักที่เป็นเพศเดียวกัน หรือคู่รักต่างเพศ การจดทะเบียนความสัมพันธ์ของแต่ละรัฐก็มีความแตกต่างกันออกไป และก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปด้วย แต่เพื่อความง่าย เราขอเรียกว่า register of relationship ตามรัฐ NSW ไปเลยก็แล้วกัน ง่ายดี

คู่รักถ้าหากยังไม่พร้อมที่จะจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนความสัมพันธ์ก็เป็นอีกทางออกที่ดีที่สุด นอกเสียจากว่าจะไม่จดอะไรเลย อยู่กันไปเรื่อยๆเป็น de facto relationship ก็ได้

เราอยู่ที่ออสเตรเลียมานาน นานพอที่เห็นชีวิตการแต่งงานของคนรอบข้าง โดยเฉพาะเราทำงานทางด้านกฎหมายด้วยแล้ว เห็นชีวิตคู่ของแต่ละคนที่เข้ามาปรึกษาแล้วแทบทุกรูปแบบ ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่า ถ้าหากคู่รักที่รักกันยังไม่มากพอถึงขั้นที่จะตายแทนกันได้หนะ ก็อย่าแต่งเลยดีกว่า มาลองศึกษาการจดทะเบียนความสัมพันธ์กันดูว่า มันก็เป็นอะไรที่คล้ายๆการจดทะเบียนสมรสนั่นแหละ

แต่ถ้าหากใครรักกันหวานชื่น ดูดดื่มอุรา คิดว่าคงได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรร่วมกัน รักกันชั่วฟ้าดินสลาย ก็แต่งเลยก็ได้นะครับ เราก็ขอแสดงความยินดีด้วย 

ถ้าคิดจะแต่งงานกับใครสักคนก็ต้องคิดให้ดีๆ อย่าแต่งเพราะความมักง่าย ที่คิดว่าอยากได้ ใบกระดาษสักใบเพื่อมาทำวีซ่า เพื่อมาขอ PR เพื่อที่จะได้มาอยู่ที่ออสเตรเลีย หนีความลำบาก หนีความยากจน ขอบอกได้เลยว่าชีวิตที่ออสเตรเลียไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายเสมอไป...

เดี๋ยวเรามาลองเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนความสัมพันธ์และการจดทะเบียนสมรสกันนะครับ


การจดทะเบียนสมรส
ข้อดี:
  • ได้เรียกอีกฝ่ายหนึ่งว่า สามี หรือ ภรรยา ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
  • เป็นการทำอะไรที่ถูกต้องตามประเพณี ที่พ่อแม่ต้องการ

ข้อเสีย:
  • ที่ออสเตรเลีย ถ้าเลิกกันแล้ว กว่าจะหย่ากันได้ก็ต้องแยกกันอยู่อย่างต่ำ 12 เดือนก่อน ช่วง 12 เดือนที่แยกกันอยู่ (แต่ยังไม่ได้หย่า) จะทำอะไรก็ลำบาก ติดๆขัดๆไปหมด เพราะยังไม่เป็นอิสระต่อกัน
  • หลังจากที่แยกกันอยู่ได้ 12 เดือนแล้ว ถ้าหากทั้ง 2 ฝ่ายเต็มใจที่จะจดทะเบียนหย่า ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่อยากหย่า หรือตกลงกันไม่ได้ ไม่ยอมเซ็นเอกสารอะไรสักที สุดท้ายก็ต้องฟ้องหย่า และการฟ้องหย่าคนที่ได้เงินเยอะที่สุดก็คือทนาย และ case บาง case ก็ยืดเยื้อกันเป็นปีก็มี



การจดทะเบียนความสัมพันธ์
ข้อดี:
  • มีผลบังคับใช้เหมือนการจดทะเบียนสมรสทุกอย่าง
  • พร้อมเมื่อไหร่ที่จะจดทะเบียนสมรส ก็สามารถไปจดทะเบียนสมรสได้ ไม่มีปัญหาอะไร
  • ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ อยากจะเลิก ก็เก็บข้าวของย้ายออกกันได้เลย
  • ไม่ต้องทำเรื่องหย่า แค่คนใดคนหนึ่งทำเรื่องยกเลิกการจดทะเบียนความสัมพันธ์ กรอกฟอร์มยื่นเข้าไปที่หน่วยงานของรัฐ (เดี๋ยวมีเขียนต่อ) ก็สามารถยกเลิกการจดทะเบียนความสัมพันธ์ได้แล้ว

ข้อเสีย:
  • ก็คงเรียกอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ว่าเป็น สามีหรือภรรยา
  • ประเพณีสมัยเก่าๆอาจจะไม่ยอมรับ (ก็ได้มั๊ง)
นี่ก็เป็นข้อมูลนะครับ ไม่ได้ชี้แนะอะไร เพียงแต่ไม่อยากให้ใครรีบด่วนตัดสินใจอะไรลงไป 

ความรู้... เป็นสิ่งสำคัญนะครับ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ และขวนขวายหาความรู้กัน จะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

Wednesday, September 23, 2015

หลักในการตอบคำถาม genuine relationship ของวีซ่าแต่งงาน


การขอ Partner Visa ไม่ว่าจะเป็น ตอนที่ขอรอบแรกได้ TR (Temporary Resident) หรือตอนที่ทำรอบที่ 2 เพื่อที่จะทำ PR หรือแม้แต่สำหรับคนที่ทำวีซ่าคู่มั่น Prospective Visa และก็ไม่ว่าจะทำเป็นแบบ offshore หรือ onshore และก็ไม่ว่าจะเป็นแบบเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ และก็ไม่ว่าจะเป็นแบบแต่งงานหรือ de facto, มันจะ 5 คำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์คู่ ที่เราต้องตอบ

คำถามนี้ก็เพื่อจะเป็นการบ่งบอกว่า ความสัมพันธ์คู่ของเราเป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง เป็น genuine relationship ไม่ได้จ้างแต่งหรือสร้างละครตบตาอิมมิเกรชั่นเพื่อที่จะเอาวีซ่า 

ส่วนใครจะสร้างฉากรัก ฉากละครตบตาเก่งจนอิมมิเกรชั่นจับไม่ได้ ส่วนนั้นเราก็ไม่รู้และไม่ขอยุ่งด้วย

ใครที่คิดจะทำเรื่อง Partner Visa ก็แนะนำให้เตรียมคำตอบและข้อมูลตรงนี้ด้วยนะครับ อาจจะเตรียมเอง หรือให้ทนายหรืออิมมิเกรชั่นเอเจนท์เตรียมให้ก็ว่ากันไป

1. Give details of the financial aspects of the relationship.

ให้อธิบายว่าเรา 2 คน ใช้จ่ายเงินด้วยกันยังไง ก็อาจจะมีบัญชีร่วมกันหรือไม่มีบัญชีร่วมกันก็ได้ ยุคนี้สมัยนี้เราคิดว่ามันหมดยุคที่คู่รัก คู่สามีภรรายาเค๊าเปิดบัญชีร่วมกันแล้วนะ ถ้าไม่มีบัญชีร่วมกันก็ไม่เป็นไรนะครับ ไม่ต้องปอดแหกฟังเพื่อนคนโน้นคนนี้พูดมากเกินไป ไม่มีบัญชีร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าคนเราไม่รักกัน ขอเพียงแต่ว่าเราสามารถอธิบายให้อิมมิเกรชั่นเข้าใจว่า เรา 2 คนมีการใช้จ่ายเงินกันยังไง ใครจ่ายอะไรในบ้าน อะไรประมาณนี้ 

สำหรับหลายๆคู่ก็อาจจะมีแบบว่าทำบัตรเครดิตให้กัน หรือทำประกันชีวิตให้กัน หรือให้อีกฝ่ายได้รับผลประโยชน์จาก super อะไรประมาณนี้ ก็ใช้ได้หมดนะครับ ไม่มีข้อจำกัด แต่ละ case ไม่เหมือนกัน 

case ของเราก็จะเป็นเอกลักษณ์ unique เฉพาะตัวของเรานะครับ ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด เพราะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่รักไม่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องฟังคนอื่นให้มากนัก

2. Give details of the nature of the household.

ให้อธิบายว่าชีวิตภายในครอบครัวเรา ใครทำอะไร ยังไงมั่งในแต่ละวัน เราก็สามารถเขียนร่ายบรรยายมาเลยก็ได้ว่า ตื่นเช้ามาทำอะไรมั่ง ไปทำงานกี่โมง ไปกันยังไง หรือวันหยุดแต่ละอาทิตย์ทำอะไรกันมั่ง กลับบ้านกี่โมง 

หรือคนที่ไม่ได้ทำงาน ตื่นขึ้นมาแต่ละวันทำอะไรมั่ง ก็สาธยายมาก็แล้วกันนะครับ คือคนอ่าน อ่านแล้วต้องมองเห็นภาพ

เช่นเดียวกัน case ของเราก็จะเป็นเอกลักษณ์ unique เฉพาะตัวของเรานะครับ ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด เพราะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่รักไม่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องฟังคนอื่นให้มากนัก 

3. Give details of the socials aspects of the relationship.

ให้อธิบายว่าเรา 2 คนออกงานสังสรรค์ ออกงานสังคมอะไรยังไงกันบ้าง ไปใหนมาใหนด้วยกันยังไง 

หลายๆคนคิดว่า การ "ออกงานสังคม" ต้องเป็นการออกไปงานการ์ลาดินเนอร์อะไรทำนองนั้นไม่ใช่นะครับ ไม่จำเป็น ขอให้เราแบบว่ามีการเปิดเผยหรือโชว์ตัวคู่รักของเราต่อสาธารณชนว่า เออ คนนี้นะเป็นคู่รักเรา สามี ภรรยา คู่หมั้น อะไรก็ว่าไป 

ก็อาจจะเป็นไป BBQ ด้วยกันกับเพื่อนๆ ไป camping กัน
หรือแม้แต่ไปโบสถ์ ไปวัดด้วยกันก็ได้นะครับ 

ก็เขียนอธิบายมา มีรูปประกอบด้วยยิ่งดีไปใหญ่เลย

เช่นเดียวกัน case ของเราก็จะเป็นเอกลักษณ์ unique เฉพาะตัวของเรานะครับ ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด เพราะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่รักไม่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องฟังคนอื่นให้มากนัก 

4. Give details of the nature of the commitment the applicant and the sponsor have to teach other.

ให้อธิบายว่าเรา 2 คนมีความมุ่งมั่น รักกันจริง รักกันชั่วฟ้าดินสลาย ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

เราก็ต้องเขียนอธิบาย เอาแค่แบบย่อๆ ก็แนะนำให้ไปลอกเอามาจาก personal statement นะครับ จะได้ไม่ต้องเขียนหรือตอบหลายรอบ แต่ตอบคำถามแบบนี้ก็ต้องเอาแบบสั้นๆก็พอ เพราะคำตอบแบบยาว ชักแม่น้ำทั้ง 5 เราก็ทำไปแล้วในรูปแบบของ personal statement

ลักษณะการตอบคำถาม เราก็ควรออกมาประมาณว่า

ฉันรักเธอ
เธอรักฉัน
เรารักกัน
ซู่ซ่า....ซู่ซ่า

อะไรประมาณนี้ แต่ไม่ต้องมีเรื่องบนเตียงนะครับ ไม่จำเป็นต้องเอา x-rated

เช่นเดียวกัน case ของเราก็จะเป็นเอกลักษณ์ unique เฉพาะตัวของเรานะครับ ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด เพราะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่รักไม่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องฟังคนอื่นให้มากนัก

5. Give details of the development of the relationship.

ให้อธิบายว่าเรารู้จักกันยังไง เจอกันยังไง รักกันได้ยังไง อะไรเป็นบ่อเกิดของความรัก ใครชอบใครก่อน เอาแค่แบบย่อๆนะครับ ก็แนะนำให้ไปลอกเอามาจาก personal statement นะครับ จะได้ไม่ต้องเขียนหรือตอบหลายรอบ

เช่นเดียวกัน case ของเราก็จะเป็นเอกลักษณ์ unique เฉพาะตัวของเรานะครับ ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด เพราะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่รักไม่เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องฟังคนอื่นให้มากนัก

ก็เตรียมตัวกันเอาไว้นะครับ 5 คำถามที่เราต้องตอบ ถ้าไม่อยากทำเองก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายหรืออิมมิเกรเอเจนท์นะครับ

Saturday, September 19, 2015

หลักในการกรอกฟอร์ม 888 ของวีซ่าคู่รัก Partner Visa


ใหนๆก็เขียนเรื่อง personal statement ในการต่อวีซ่าแต่งงาน Partner Visa ไปแล้ว เดี๋ยวก็ขอต่อด้วย หลักในการตอบคำถาม ฟอร์ม 888 ไปด้วยเลยก็แล้วกันนะครับ

ฟอร์ม 888 นี้ก็ถือว่าเป็นฟอร์มขั้นเทพสำหรับคนที่ทำวีซ่าแต่งงาน เพราะฟอร์ม 888 เป็นฟอร์มสำหรับคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศ ซึ่งจะต้องหาคนที่มาเป็นพยานรักของเค๊า จะหอบมาเป็น 10 คนเลยก็ได้ แต่อย่างต่ำต้องมี 2 คนขึ้นไป ถ้าไม่มีพยานก็ทำวีซ่าแต่งงานไม่ได้

ฟอร์ม 888 นี้มีอายุการใช้งานแค่ 60 วันนะครับ ถ้าเอกสารอย่างอื่นเรายังไม่พร้อม ก็เตรียมเอกสารอย่างอื่นก่อน พอใกล้ๆวันจะยื่นก็ค่อยให้พยานเซ็น และก็ต้องเซ็นต่อหน้า JP นะครับ

2 คนที่ว่านี้จะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนหรือใครก็ได้ ขอให้ 2 คนนั้นเป็น PR หรือ ซิติเซ่นก็พอ ถ้ายื่นวีซ่าภายในประเทศออสเตรเลียนะ (onshore) แต่ถ้ายื่นวีซ่ามาจากข้างนอกประเทศออสเตรเลีย (offshore) พยาน 2 คนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็น PR หรือซิติเซ่น และพยาน 2 คนนี้ก็ต้องรู้จักเราด้วย ต้องรู้จักทั้งคนที่ขอวีซ่าและคนที่สปอนเซอร์

ฟอร์ม 888 นี้ก็ได้มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบ แต่ก่อนก็อนุญาตให้คนที่เป็น PR หรือซิติเซ่นเป็นพยายาน แล้วมาช่วงหนึ่งคนที่สามารถเซ็นได้ต้องเป็นซิติเซ่นเท่านั้น PR เซ็นไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็กลับมายืดหยุ่นให้สามารถเซ็นได้ทั้ง PR หรือซิติเซ่นอีกรอบแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกมั่งหรือเปล่า

หลักในการตอบคำถาม ฟอร์ม 888 ที่สำคัญๆก็จะอยู่ที่ข้อที่ 3 และข้อที่ 4 ข้อที่ 3 ก็จะประมาณว่าพยานรู้จักคู่รักยังไง เป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อน หรือว่าเพื่อนร่วมงานอะไรก็ว่าไป ข้อมูลก็ไม่ต้องมากก็ได้ เพราะเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมา

แต่ที่สำคัญที่สุดก็จะอยู่ข้อที่ 4 ที่พยานต้องอธิบายว่าความสัมพันธ์ของคู่รักนั้นมีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการคือ:

  • เป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง (genuine)
  • เป็นความสัมพันธ์ระยะยาว (long-term)
  • เป็นความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง (continuing)
เราเคยไป workshop และ seminar เรื่องวีซ่าแต่งงานมาก็มี case study ที่น่าสนใจก็คือพยานเขียนอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะมากมายในฟอร์ม 888 แต่ไม่ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของความสัมพันธ์ที่สำคัญ 3 ประการดังกล่าว และ case officer ก็ไม่ให้วีซ่าผ่านด้วยเหตุผลง่ายๆว่าพยานไม่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ว่ามีคุณสมบัติของ 3 ประการดังที่ได้กล่าวมา

ดังนั้นก็สำคัญนะครับ ไม่ว่าจะเขียนอะไรไปตรงข้อ 4 ก็ต้อง make sure ว่าพยานเขียนบอกว่าความสัมพันธ์เรามีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ประการ 

เคล็ดลับ แต่ตอนนี้คิดว่าคงไม่ลับแล้วหละ พยานจะเขียนอะไรก็ตามแต่ ประโยคสุดท้ายก็ต้องลงท้ายเป็นประโยคว่า

I do believe that their relationship is genuine, long-term and continuing.

แค่นี้แหละครับ ที่เราทำมา ยังไม่พลาดสัก case 

ปกติ case ที่ทำกับ J Migration Team เราก็จะให้พยานเขียนมาเองก่อน แล้วเราก็จะขัดเกลาในเรื่องของภาษาและรูปแบบประโยคอีกรอบหนึ่ง หรือพยานคนใหนที่เป็นคนไทย ก็เขียนมาเป็นภาษาไทยก็ได้แล้วเราจะจัดการเขียนให้เป็นภาษาอังกฤษ