Monday, October 29, 2018

เป็น PR จะต้องรอได้ citizen ก่อนมั้ยถึงจะทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa ให้กับแฟนได้


หนูหริ่ง: "พี่คะ หนูถือวีซ่านักเรียน แฟนหนูเป็น PR ตอนนี้เขาสมัคร citizen ไปแล้ว เขารอเรียกสอบ citizen อยู่ค่ะ เขาสามารถสปอนเซอร์ทำเรื่อง Partner Visa ให้หนูได้เลยมั้ยคะ หรือว่าหนูจะต้องรอให้เขาได้ citizen ก่อน แล้วถ้าเขาทำเรื่องให้หนู มันจะไปทำให้ citizenship ของเขาล่าช้าหรือเปล่าคะ"

P' J:
- เป็น PR สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa ให้แฟนได้เลยครับ ไม่ต้องรอเป็น citizen
-  การที่แฟนเรามาทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa ให้เรา มันจะไม่มีผลกระทบอะไรกับ citizenship application ของเราเลยจ๊ะ มันคนละส่วนกัน

หนูหริ่งมีคำถามเยอะจริง อะไรจริง
ไม่ต้องคิดมากนะหนู
ไม่ต้องไปฟังพวกหางอึ่งให้มาก
ถ้าคน 2 คนรักกันจริง อะไรจริง หวังที่จะถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรหละก็ ทำ ๆ ไปเถอะ ไม่ต้องรอให้แฟนเราเป็น citizen ก่อนหรอก

อีกอย่างหนูหริ่งก็จะได้ไม่ต้องไปเสียค่าเทอมเรียนอะไรก็ไม่รู้ ที่ตัวเองก็ไม่ได้อยากจะเรียนเท่าไหร่

เอาค่าเทอมมาจ่ายค่าสมัคร  Partner Visa กันดีกว่ามั้ยหนู
$7,160.00 ได้ PR เลยนะหนู

ดีกว่าไอ้ที่หนูเรียน ๆ ไปเนี๊ยะ จะได้อะไรหรือเปล่า เห็นเปลี่ยน course เรียนกันไปมาอยู่นั่นแหละ Marketing บ้าง Management บ้าง Business บ้าง เฮ้ย ที่มันเรียนคล้าย ๆ กันเลยนะหนูจ๋า สมัครวีซ่านักเรียนรอบหน้า หนูจะรอดเหรอจ๊ะ จะเขียน GTE (Genuine Temporary Entry) ว่าไงกันดีหละ

anyway.... P' J ขอตัวกลับไปทำงานต่อนะครับ

รีดนมไก่ เก็บไข่วัว 

Sunday, October 28, 2018

ร้านนวด กับวีซ่า subclass 482, 186 & 187


ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว ที่ร้านนวดติด caveat ซึ่งก็คือ special condition ในการที่ร้านนวดจะสามารถทำเรื่องสปอนเซอร์พนักงานได้

ไม่ว่าจะเป็น subclass 482 หรือ visa subclass 186
visa subclass 187 ไม่ติด condition เพราะวีซ่า subclass 187 คือวีซ่าที่ทางร้านที่อยู่เมืองรอบนอกสามารถทำเรื่องได้

caveat หรือ special condition ของร้านนวดที่สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์พนักงานได้นั้น

เราขอบอกได้เลยว่าร้านนวดไทย ที่เป็นนวดแบบ นวดผ่อนคลาย หรือนวดแบบสปา อะไรประมาณนี้ ทำไม่ได้แล้ว 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ร้านนวดจะต้องเป็นคลีนิคเหมือนที่หลาย ๆ คน post กันไปเรื่อยเปื่อยตามโลก social, เราเห็นบ่อยมาก

setting ของร้านนวดที่สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ได้นั้นจะต้องเป็นนวดรักษา

เป็นแบบ therapeutic setting

หลาย ๆ คนก็บอกว่าที่ร้านมี healthfund
และพนักงานก็เรียนจบ Remedial Massage Therapy Practice มา (หรือใกล้เคียง) พวกใบจบหลักสูตรระยะสั้น ๆ จากวัดโพธิ์ที่เมืองไทย ใช้ไม่ได้นะครับ

มี healthfund หรือเปล่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการ setup ร้านเป็น  therapeutic setting เลยครับ

การ set ร้านเป็น therapeutic setting ก็สามารถดูได้จากชื่อร้าน การทำ brochure และก็พวกรูปถ่ายต่าง ๆ รอบบริเวณร้าน

80% ของการ setting ของร้านจะต้องเป็นการนวดเพื่อรักษาอาการ เป็น therapeutic setting

หลาย ๆ คนก็บอกว่า ร้านเขาอยู่เมืองรอบนอก เป็น regional area ไม่จำเป็นต้องมีพวก special condition เหล่านี้ สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ได้เลย

ถูกต้องครับ
แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว

ร้านที่อยู่เมืองรอบนอก ถ้าทำเรื่องสปอนเซอร์ด้วยวีซ่า subclass 187 RSMS ซึ่งเป็น PR เลย ก็จะไม่ติดพวก special condition เหล่านี้

ร้านที่สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์ด้วยวีซ่า subclass 187 ไม่จำเป็นต้องว่าต้องเปิดมาแล้วกี่ปี ร้านเปิดใหม่ก็สามาถทำได้เลย (ถามมาเยอะเหลือเกิน)

แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ทางร้านหนะสิ
มันอยู่ที่ตัวคนสมัคร เพราะถ้าจะทำเรื่องสปอนเซอร์เป็น subclass 187 ซึ่งเป็น PR เลยเนี๊ยะ มันต้องเป็นแบบ Direct Entry ซึ่งกฎใหม่มันก็จะยากขึ้นนิดหนึ่งตรงที่ว่า:

  • คนสมัครต้องมีวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสาขาอาชีพ (ลองอ่านข้างบนดูนะครับ)
  • คนสมัครจะต้องมีประสบการณ์ 3 ปี full-time หรือถ้า part-time ก็ต้องเป็น 6 ปี parr-time (นี่แหละปัญหาใหญ่)
  • คนสมัครจะต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ ถ้าเป็น IELTS ก็เป็น IELTS general, 6 each band; พูด อ่าน เขียน ฟัง

ถ้าเผื่อคุณสมบัติของคนสมัครไม่ถึงที่จะทำ visa subclass 187, RSMS แบบ Direct Entry, คนสมัครเองก็อาจจะมีคุณสมบัติพอที่จะสมัครวีซ่า subclass 482 TSS ซึ่งเป็นวีซ่าทำงาน เพราะประสบการณ์ก็ไม่ได้เอาเยอะถ้าเปรียบเทียบกับ subclass 187 และภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เอาเยอะ ถ้าเปรียบเทียบกับ subclass 187

แต่ปัญหามันก็จะมาติดอยู่ที่คุณสมบัติของร้านอีกแหละ เพราะวีซ่า subclass 482 TSS และ subclass 186 ENS ทางร้านจะติด caveat คือ special condition อย่างที่เรากล่าวมาแล้วเบื้องต้น

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราเห็นร้านนวดตอนนี้ประกาศขายกันเยอะแยะมากมาย เพราะเขาไม่สามารถทำเรื่องสปอนเซอร์วีซ่า subclass 482 TSS  และ subclass 186 ENS ซึ่งเป็น PR

จะทำได้ก็เฉพาะวีซ่า subclass 187 RSMS ซึ่งเป็นร้านที่อยู่เมืองรอบนอก

เมืองรอบนอกหนะคุณสมบัตร้านครบ แต่คุณสมบัติคนสมัครไม่ค่อยจะครบกัน

ก็อยากจะฝากเอาไว้ให้หลาย ๆ คนได้คิดกันนะครับ
ทั้งนายจ้างเอง และก็ลูกจ้าง

ถ้าคิดว่า blog นี้มีประโยชน์ โปรดแชร์



Thursday, October 25, 2018

ติด blacklist จากธนาคาร สามารถที่จะทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa เราได้ไหม


ถาม: "P' J ครับ ผมถามเผื่อเพื่อนนะครับ ถ้าคนที่จะสปอนเซอร์เราติด blacklist จากธนาคาร สามารถที่จะทำเรื่องสปอนเซอร์ Partner Visa เราได้ไหมครับ"

ตอบ: "เป็นหนี้ธนาคาร หรือติด blacklist ธนาคาร ไม่เกี่ยวอะไรกับอิมมิเกรชั่นเลยครับ ดังนั้นเราสามารถทำเรื่อง sponsor แฟนเรา ทำเรื่อง Partner Visa  ได้ครับ"

Note: ทำไมเพื่อนไม่ถามเองนะ!!!

Bridging Visa C จะเดินทางออกนอกประเทศ


หนูหริ่ง: "พี่คะ หนูถือ Bridging Visa C หรือมีเรื่องด่วน เรื่องฉุกเฉิน หนูสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้มั้ยคะ"

P' J: "Bridging Visa C ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้นะครับ ถ้าอยากจะออกก็ออกไปได้ แต่กลับเข้ามาไม่ได้"

Bridging Visa C มีเอาไว้สำหรับคนวีซ่าขาดจ๊ะ
กลับไปได้ กลับไปแล้ว กลับไปเลย
ฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉิน อิมมิเกรชั่นไม่ได้สนใจตรงจุดนั้นจ๊ะ

อิมมเกรชั่นใจร้ายหรือเปล่า เราไม่รู้ เราไม่ขอออกความคิดเห็นตรงจุดนั้น แต่ก็เอาเป็นว่า ทุกวีซ่ามันมี condition อะไรของมันเสมอ