Tuesday, August 11, 2015

ซื้อขายธุรกิจที่ออสเตรเลีย ต้องเตรียมเอกสารอะไรมั่ง


ซื้อขายธุรกิจที่ออสเตรเลีย แทบไม่ต้องใช้เอกสารอะไรเลยครับ เพราะเวลาซื้อขายธุรกิจกันที่นี่เราจะซื้อขายผ่านทนายความกันอยู่แล้ว ทุกอย่างทนายความจะเป็นคนดูแลและจัดการให้หมดเลย เราแทบไม่ต้องทำอะไร มีหน้าที่จ่ายค่าทนายอย่างเดียว

ปกติแล้วทนายเราเค๊าจะดูแลผลประโยชน์ของเรา ไม่ให้เราเสียเปรียบกับอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะปกติแล้วเวลาซื้อขายธุรกิจกันที่นี่ บางทีคนขายเค๊าจะมีข้อแม้อะไรแปลกๆเข้ามาเยอะแยะ ถ้าเราไม่มีทนายเราก็อาจจะพลาดท่าเสียเปรียบเค๊าได้

ปกติการแล้วการซื้อขายธุรกิจ ทนายเค๊าจะมี template ที่ใช้กันอยู่แล้วในแวดวงของทนาย เป็น template ที่ standard ทนายคนใหนๆก็จะใช้กัน ดังนั้นเรื่องของ template จะไม่ค่อยมีปัญหา แต่บางทีเราก็สามารถเรียกร้องหรือมีข้อตกลงในการจ่ายตังค์ด้วย จะจ่ายอะไรกันยังไง หรือมีการห้ามเจ้าของกิจการเก่ามาเปิดอะไรใกล้ๆกัน ซึ่งก็สามารถทำเป็นข้อตกลงได้

หลังจากนั้นทนายความก็จะจัดการเปลี่ยนสัญญาเช่าจากเจ้าของธุรกิจคนเดิมให้มาเป็นชื่อเรา ตรงนี้สำคัญนะครับ เพราะสัญญาเช่าตึกเช่าอะไรเนี๊ยะ เป็นอะไรที่ไม่ตายตัว บางทีเจ้าของตึกชอบมีข้อเรียกร้องอะไรที่แปลกๆหรืองี่เง่า เราต้องระวังให้ดี ถ้าเราต้องเสียเปรียบมากก็ไม่แนะนำให้ทำการซื้อขายนะครับ เพราะถ้าในสัญญาบอกว่าเจ้าของตึกสามารถไล่เราออกได้เมื่อไหร่ก็ได้ (สมมุติ) แบบนี้ก็เป็นอันตรายต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะถ้าเราซื้อธุรกิจกันมาแพงๆ แล้วจู่ๆเจ้าของตึกมาบอกให้เราออกภายใน 1-2 เดือนอะไรแบบเนี๊ยะ แย่เลย

ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องสัญญาเช่าตึกเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด ทนายความที่ดี ถ้าเค๊าเห็นข้อเรียกร้องอะไรแปลกๆเค๊าจะเตือนเราก่อน แล้วถามเราว่าจะให้เดินหน้าดำการต่อ หรือถอยหลังดี เราเองก็ต้องตัดสินใจให้ดีๆก็แล้วกัน

Sunday, August 9, 2015

วีซ่าอะไรๆก็ทำธุรกิจได้


มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่า เค๊าถือวีซ่าตัวนั้นนะ ตัวนี้นะ จะทำธุรกิจอะไรได้มั๊ย?

และธุรกิจยอดฮิตของคนไทยก็จะเป็นเปิดร้านอาหารไทยหรือไม่ก็ร้านนวดไทย

คำตอบง่ายๆสั้นๆคือ วีซ่าอะไรก็ทำธุรกิจได้ครับ คือเป็นเจ้าของธุรกิจได้

แต่เราต้องเข้าใจว่า ทำงานได้ กับ ทำธุรกิจได้ นั้นไม่เหมือนกัน

ทำงานก็คือการออกแรงออกเวลามาเป็นลูกจ้าง อาจจะทำงานให้กับธุรกิจตัวเองก็ได้ แต่เราก็ต้อง make sure ว่าวีซ่าของเรานั้นมี work right ซึ่งก็หมายความว่า วีซ่าเราต้องสามารถทำงานได้ อย่างเช่น 

  • วีซ่านักเรียน ทำได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 อาทิตย์
  • วีซ่านักท่องเที่ยวทำงานไม่ได้
การทำธุรกิจ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำงาน เพียงแต่ว่าเราจดทะเบียนการค้าเป็นชื่อเราเฉยๆ อาจจะเป็นแบบส่วนบุคคล หุ้นส่วน หรือบริษัท อะไรก็ตามแต่

บางคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ เป็นเจ้าของธุรกิจ แล้วไม่ได้ทำงาน ห้ามทำงาน แล้วจะเป็นเจ้าของธุรกิจได้ไง 

เป็นได้สิครับ เราก็จ้างพนักงานสิครับ รัฐบาลออสเตรเลียยิ่งชอบ เพราะว่าถือว่าเป็นการให้งานแก่คนที่นี่ เป็นการดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลเลยไม่ค่อยมีข้อจำกัดในเรื่องของวีซ่าที่สามารถจดทะเบียการค้าเป็นเจ้าของธุรกิจสักเท่าไหร่ ใครอยากจดก็จดไป อะไรประมาณนี้

ถ้าเราถือวีซ่านักเรียน ทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 อาทิตย์ เราก็ต้อง make sure ว่าเราลงชื่อทำงานแค่ 40 ชั่วโมงต่อ 2 อาทิตย์ ที่เหลือเราก็ต้องจ้างพนักงาน

ถ้าเราถือวีซ่าที่ไม่สามารถทำงานได้ อย่างเช่นวีซ่าท่องเที่ยว (ยกตัวอย่างเฉยๆนะครับ) เราก็ได้แค่ควบคุมธุรกิจอยู่ห่างๆ เข้าไปทำเองไม่ได้ อะไรประมาณนี้ เราก็ต้องจ้างพนักงานเอา เช่นเดียวกัน

ที่ยกตัวอย่างมาก็แค่อยากจะชี้ให้เห็นว่า วีซ่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าอยากที่จะทำธุรกิจอะไรที่นี่ ทำได้เลยครับ ไม่มีปัญหา ส่วนขั้นตอนในการเตรียมเอกสาร เดี๋ยวผมจะเขียนใน blog นี้วันต่อไปก็แล้วกันนะครับ ก็แวะเข้ามาอ่านอีกรอบก็แล้วกัน

"J Migration Team"

Thursday, August 6, 2015

อยากขอวีซ่านักท่องเที่ยว ต้องทำไงมั่ง

จุดประสงค์ของวีซ่านักท่องเที่ยวหรือ Tourist Visa นั้นมีเอาไว้เพื่อที่ให้คนเดินทางมาท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติๆที่ออสเตรเลีย

การเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นเป็นการเดินทางมาที่นี่แค่ชั่วคราว ไม่ได้มาอยู่ถาวร ดังนั้นการที่เราจะขอวีซ่าท่องเที่ยวได้นั้นเราก็ต้องโชว์อิมมิเกรชันว่าเราหนะจะมาเที่ยวจริงๆ ไม่ได้คิดที่มาหนีอยู่ผิดกฏหมายอะไรทำนองนั้น

หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือเราต้องสามารถโชว์ได้ว่า จะยังไงเสียเราก็จะกลับไปประเทศเราแน่นอน ดังนั้นเราต้องโชว์ว่าเรามีอะไรที่ผูกมัดเราที่เมืองไทยด้วย อย่างเช่น

  • เรามีการงานที่มั่นคงที่เมืองไทย ยังไงๆก็จะกลับไปทำงานต่อที่เมืองไทยแน่นอน
  • เรามีภาระที่เมืองไทยที่ต้องดูแล อาจจะเป็นลูกหรือพ่อแม่ที่แก่เฒ่าที่เรายังไงๆก็ต้องกลับไปดูแลแน่นอน
  • เรามีธุรกิจการงานที่ต้องกลับมาบริหารต่อ
  • เรามีทรัพย์สมบัติเยอะแยะมากมายที่เมืองไทยและยังไงๆก็ต้องกลับมาดูแลทรัพย์สมบัติของตัวเองหรือครอบครัว
  • เราเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องกลับมาเรียนต่อ(ที่เมืองไทย)แน่นอน
อันนี้ก็แค่คร่าวๆนะครับ ว่ามีเอกสารอะไรที่เราสามารถเอามาโชว์ได้ จริงๆแล้วเอกสารอะไรต่างๆอีกเยอะแยะมากมายที่เราสามารถเอามาประกอบในการขอวีซ่าได้

เสร็จแล้วเรามาว่ากันด้วยเรื่องของเงินกันดีกว่า...

การที่คนเราจะเดินทางมาท่องเที่ยวเราก็ต้องมีเงินในบัญชี เพราะเราจะมาเที่ยว จะมาจับจ่ายใช้สอยที่นี่ รัฐบาลออสเตรเลียชอบที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศและนำเงินตราต่างๆมาจับจ่ายใช้สอยที่นี่ ทำให้เศรษฐกิจที่นี่ดี ทำให้คนมีงานทำ

ดังนั้นจึงสำคัญมากที่คนที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวจะต้องมีเงินโชว์อยู่ในบัญชี เพราะถ้าไม่มีเงินในบัญชี มันก็ผิดวิสัยของคนที่เค๊าจะมาเที่ยวกัน เพราะการที่คนจะมาท่องเที่ยวมันก็ต้องมีการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นเงินในบัญชีต้องมีโชว์นะครับ หรือถ้าเรามาเยื่ยมลูกหรือญาติหรือใครๆก็ตามแต่ เราก็สามารถใช้บัญชีของลูกหรือญาติๆได้ แต่จู่ๆจะใช้บัญชีของคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเราไม่ได้นะครับ อย่างเช่นเอาเบอร์บัญชีเพื่อนเป็นต้น

ก่อนที่จะคิดจะขอวีซ่าท่องเที่ยวยังไงก็เช็คก่อนนะครับว่าเรามีเอกสารอะไรต่างๆพร้อมมั๊ย
  • ถ้าเงินในบัญชีมีไม่เยอะ เราก็ขอยาก
  • ถ้าการงานมั่นคง เราก็ขออยากเหมือนกัน ดังนั้นคนที่เพิ่งจะเริ่มงานใหม่ๆก็แนะนำอย่าเพิ่งรีบขอวีซ่านะครับ แนะนำให้ทำงานไปเรื่อยๆนานๆไปก่อน นอกเสียจากจะทำงานรับราชการ เพราะยังไงเสียงานราชการก็มั่นคงกว่างานเอกชน
ก็ได้แต่หวังว่า blog นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

ถ้าใครต้องการสอบถามอะไรก็สามารถสอบถามมาได้ผ่าน Facebook fanpage วีซ่าไปออสเตรเลีย ง่ายๆไม่ยาก

หรือไม่ก็ทาง LINE นะครับ

Sunday, August 2, 2015

การใช้เอกสารปลอม ไม่ดี

การที่เราจะทำเรื่องขอวีซ่าของประเทศออสเตรเลีย ขอร้องนะครับว่าให้ใช้เอกสารจริงกัน เพราะหากมีการปลอมแปลงแล้วทางสถานทูตหรือิมมิเกรชันจับได้ 

  1. วีซ่ายังไงก็ไม่ผ่าน เพราะว่าใช้เอกสารปลอม
  2. การใช้เอกสารปลอม มีความผิดทางอาญานะครับ
โดยเฉพาะน้องๆนักเรียนที่จะสมัครวีซ่านักเรียนมาแล้วเงินในบัญชีมีไม่พอ ก็พากันไปปลอมแปลงเอกสารมา ไม่ดีนะครับ ไม่แนะนำ

วีซ่านักเรียน คือมันต้องมีเงินในบัญชี เอาไว้โชว์ให้ case officer ดูว่า เรามีตังค์พอ พอกับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่นี่ เพราะถ้าเงินในบัญชีไม่พอ ก็แสดงว่าเราไม่มีศักยภาพในการจ่ายค่าเทอม ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะมาเรียนที่ออสเตรเลียได้

ไม่ได้หมายความว่าต้องเฉพาะคนมีตังค์ถึงจะมีปัญญามาเรียนเมืองนอก ไม่ใช่นะครับ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คือเอาเป็นว่าถ้าเราไม่มีตังค์ในบัญชี แต่อยากมาเรียนที่นี่มาก ไม่ว่าจะอยากมาเรียนจริงๆ หรืออยากจะมาหางานทำก็ตามแต่ แต่ที่แน่ๆคือเราต้องมีเงินโชว์ในบัญชี ถ้าเราไม่มี เราก็ไปหยิบยืมใครมาจากใหนก่อนก็ได้ เอามาโชว์ในบัญชีก่อน พอเรื่องผ่าน เราก็ค่อยเอาตังค์ไปคืนเค๊าก็ได้

ยืมตังค์คนอื่นมาโชว์ในบัญชี มันก็ยังดีกว่าที่เราจะไปปลอมแปลงเอกสารออกมากันเองนะครับ เข้าใจว่าบางคนรู้จักคนทำงานที่ธนาคารแล้วขอให้ธนาคารออกหนังสือรับรองให้ว่าเรามีเงินอยู่ในบัญชีเท่านั้นเท่านี้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเรามีเงินไม่ถึงเลย

ทางสถานทูตที่เมืองไทยเค๊ามีเจ้าหน้าที่คอยโทรเช็คเอกสารกับทางธนาคารนะครับ พอเค๊าโทรไปเช็คแล้วข้อมูลมันไม่ตรงกัน เราไม่มียอดเงินในบัญชีตามที่เอกสารใบรับรองปลอมจากธนาคารออกให้มา เราก็ซวย ก็ถือว่าเรามีการปลอมแปลงเอกสารกัน

ทางสถานทูตที่เมืองไทย ไม่ใช่ว่าเราส่งเอกสารอะไรไปเค๊าจะไม่มีการตรวจเช็คนะครับ

ผิดนะครับผิด

ทางสถานทูตมีการตรวจเช็คเอกสารทุกอย่างนะครับ ดังนั้นค่าสมัครวีซ่าที่เรายื่นเข้าไป ก็ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาของพนักงานที่สถานทูตที่เค๊าต้องเช็คเอกสารเรา นั่น นี่ โน่น

ถ้าวีซ่าเราไม่ผ่าน ทางสถานทูตไม่มีการคืนเงินค่าสมัครนะครับ

ค่าสมัครหนะมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่มันจะทำให้เรามีประวัติไม่ดีนะครับ เพราะระบบคอมพิวเตอร์ของทางอิมมิเกรชันถือว่าเป็นระบบยอดเยี่ยมอีกระบบหนึง เค๊ามีข้อมูลเชื่อมโยงกันทุกอย่างนะครับ และประวัติเราก็จะมีอยู่ในนั้นด้วย

ไม่ดีนะครับ ไม่แนะนำ
ถ้าใครคิดจะใช้เอกสารปลอม แนะนำให้คิดใหม่นะครับ

เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่คุ้มกับการที่เรามีประวัติกับทางสถานทูตและอิมมิเกรชันนะครับ